“ฉันทวิชญ์” เผยตนได้ร่วมคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในการเยือนสหรัฐอเมริกา มีโอกาสพบเอกชนสหรัฐ 20 รายพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูล ชวนลงทุนในไทย ขณะที่ การเจรจาอัตราภาษีสหรัฐ ทิศทางดี รอสหรัฐพิจารณาและยื่นข้อเรียกร้องกลับมา
นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนมีกำหนดที่จะร่วมเดินทางไปกับคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในการเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18-22 กรกฎาคม 2568 นี้ ซึ่งในโอกาสนี้จะได้มีการพบปะพุดคุยกับภาคเอกชนสหรัฐ หรือ สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน หรือ USABC (United States – ASEAN Business Council) ประมาณ 20 บริษัท อาทิ บริษัทที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมแปรรูป อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะใช้โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้า และพร้อมที่จะเชิญชวนการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย
ขณะที่ การเจรจาอัตราภาษีของไทยกับสหรัฐนั้น กระทรวงพาณิชย์ยังให้การสนับสนุนทีมไทยแลนด์อย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะติดตามข้อเสนอของทาง สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (Office of the United States Trade Representative) หรือ USTR ภายหลังจากที่ไทยได้ยื่นขอเสนอไปแล้วและจะมีการเสนอกลับมาอย่างไรบ้าง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมด้านข้อมูลซึ่งครอบคลุมในทุกประเด็น ซึ่งรอผลจากสหรัฐจะมีการตอบกลับข้อเสนอที่ไทยเสนอไปอย่างไร
“เจรจาไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านการค้า การลงทุนของไทยในสหรัฐ รวมไปถึงมาตรการที่เกี่ยวกับภาษีด้วย ส่วนการจะเปิดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าให้สหรัฐเป็น 0% นั้นไม่ใช่ทั้งหมดอย่างแน่นอน แต่ก็จะพิจารณาและตอบสนองให้กับทุกฝ่าย รวมไปถึงเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ เอกชนไทยด้วย ข้อดีข้อเสนอที่เกิดขึ้น ส่วนจะมีประเด็นในเรื่องของการเปิดเจรจาด้านการบริการหรือไม่ อันนี้ยังไม่รู้ต้องรอดูทาง USTR และทีมไทยแลนด์”
นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องของ สัดส่วนมูลค่าเพิ่มในภูมิภาค Regional Value Content หรือ RVC ก็ต้องมีการหารือและทำความเข้าใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการใช้สัดส่วนวัตถุดิบในประเทศจะเป็นอย่างไร ซึ่งยังมองว่ายังพอมีเวลาในการหารือ เชื่อว่าจะได้ความชัดเจนก่อนในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 นี้แน่นอน ว่าการใช้สัดส่วนวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศและภูมิภาคจะเป็นอย่างไร แต่ 5-10 ปีที่ผ่านมาก็ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากจากการใช้วัตถุดิบในภูมิภาค ส่วนรัฐบาลเองก็ต้องเข้ามาช่วยเพื่อให้เอกชนไทยสามารถดำเนินการได้ด้วย
แต่ทั้งนี้ ก็จะทำคู่ขนานกันไปในด้านของการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการสามารถพิจารณาได้ว่าจะใช้สัดส่วนวัตถุดิบเท่าใด ซึ่งก็ต้องดูกันเป็นรายอุตสาหกรรม เพราะแต่ละอุตสาหกรรมนั้นใช้วัตถุดิบไม่เท่ากัน อย่างสินค้าในอุตสาหกรรมการเกษตรก็ใช้วัตถุดิบในประเทศไปกว่า 70-80%
อย่างไรก็ดี การเจรจาก็ต้องรอความชัดเจนจากทีมไทยแลนด์อีกครั้ง ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ก็เตรียมพร้อมสนับสนุน ไม่ว่าไทยจะได้รับอัตราภาษีในระดับที่เท่าไร ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับการเจรจา แต่ก็เชื่อว่าจากข้อมูลที่ได้รับเบื้องต้น การเจรจาก็เป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ