อุตสาหกรรมการแพทย์ไทยแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ชี้ 3 โอกาส การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ-การผลิตเครื่องมือแพทย์-โซลูชั่นดูแลผู้สูงอายุ เป็นแรงหนุน ดันตลาดโตปีละ 7% มูลค่าหลายหมื่นล้าน สตาร์ตอัพตื่นตัว สร้างแบรนด์นวัตกรรม-เครื่องมือแพทย์ เผยไทยโดดเด่น Well-being และบริการ แรงส่งสู่เมดิคอลฮับ
นางสาวซี เลย์ อิง Deputy Portfolio Director MEDICARE ASIA บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มาจากการขับเคลื่อนของภาครัฐและความร่วมมือระหว่างประเทศ
3 โอกาสหนุนการแพทย์ไทย
ซึ่งไทยโดดเด่นในระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ รวมถึงนโยบายที่เปิดกว้างต่อการลงทุนในเทคโนโลยีสุขภาพ ถือเป็นรากฐานที่เข้มแข็งทั้งในเชิงเทคโนโลยี บริการสุขภาพ ซึ่งเป็นโอกาส 3 ด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ, การผลิตเครื่องมือแพทย์ และโซลูชั่นการดูแลผู้สูงอายุ ถือเป็นกลุ่มศักยภาพที่จะทำให้ตลาดเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.5-7.0%
ภูมิภาคอาเซียนเป็นศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ โดยมีไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นผู้ให้บริการชั้นนำ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทางการแพทย์ด้วยทางเลือกการรักษาที่ราคาไม่แพง มีมาตรฐานและการดูแลแบบองค์รวมดี
เมื่อปี 2567 ตลาดการท่องเที่ยวไทยในเชิงการแพทย์มีมูลค่า 433.81 ล้านเหรียญสหรัฐ (1.4 หมื่นล้านบาท) คาดการณ์ว่า การเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีอยู่ที่ 15.24% ไปถึง 1,349.10 ล้านเหรียญสหรัฐ (4.3 หมื่นล้านบาท) ในปี 2575 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพและราคาที่เหมาะสม

ส่วนอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์ของไทย กำลังเป็นหนึ่งในเสาหลักของระบบนิเวศด้านการดูแลสุขภาพ คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 7% ขณะที่การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัว 7.5% ต่อปี ผลิตภัณฑ์ที่เด่น ๆ ได้แก่ เวชภัณฑ์สิ้นเปลือง (Consumables) อุปกรณ์วินิจฉัยโรค และเครื่องมือฟื้นฟูสมรรถภาพ สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะผู้ส่งออกรายสำคัญของอาเซียน
ไม่เฉพาะในไทย แต่ภูมิภาคอาเซียนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ที่รวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประชากรสูงอายุกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทั้งทางเลือกการดูแล ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นการรักษา รวมทั้งช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ โรงพยาบาล คลินิก บ้านพักคนชรา และบริการดูแลที่บ้าน
เมดิคอลฮับเฉพาะด้าน
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยว่า NIA มีบทบาทขับเคลื่อนประเทศสู่ชาตินวัตกรรม หนึ่งในมิติอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไทยคือ Health & Wellness ที่เรียกว่า 4G คือ GROOM GRANT GROWTH GLOBAL ทั้งการบ่มเพาะ ให้ความรู้ อบรม เรื่องกฎหมาย มีเงินทุนให้ SMEs และสตาร์ตอัพทำเรื่องนวัตกรรม โดยเน้นการเติบโตของตลาดในและต่างประเทศ พร้อมเชื่อมโยงสู่เมดิคอลแฟร์ เพื่อนำสินค้าของไทยสู่สากล ไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร หรือนวดแผนไทย

เมดิคอลเป็นเทรนด์ของโลก แต่ละประเทศมีจุดแข็งของตัวเอง ทุกคนต้องแก่ แต่ตายช้าลง การดูแลสุขภาพ ทำให้อุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมีดีพเทค สตาร์ตอัพ ทำด้านนี้จำนวนมาก
ดีพเทค สตาร์ตอัพ ที่มาจากรั้วมหาวิทยาลัย และสตาร์ตอัพสายเมดิคอล
เป็นกำลังสำคัญ มีจำนวนมากในไทย ในอนาคตต่างชาติจะต้องไม่มองไทยเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างเดียว แต่จะมองเป็นที่รักษาและบริการ การเป็นเมดิคอลฮับที่สมบูรณ์ ทั่วโลกต้องบินมา แต่ต้องเป็นสเปเชียลิสต์เฉพาะด้าน ที่โดดเด่นคือ Well-being, โซลูชั่นเกี่ยวกับผู้สูงอายุ และดิจิทัลเอไอโซลูชั่นทางการแพทย์
ด้านการผลิตเครื่องมือแพทย์ ที่โดดเด่นคือ เยอรมนี และจีน ซึ่งเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในไทยส่วนมากเป็นการนำเข้าถ้าสามารถใช้ของสตาร์ตอัพไทยได้ 20% ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว
ดันผลิตเครื่องมือแพทย์
ดร.พสุ สิริสาลี นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. มีนักวิจัยระดับปริญญาเอก 800 คน หลายสาขา หลัก ๆ คือทำเรื่องสุขภาพ แต่งานวิจัยทางการแพทย์ โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์จะมี 2 อุปสรรค คือ ต้องผ่านมาตรฐานเพื่อยืนยันความปลอดภัยและสมรรถนะของเครื่องมือ ซึ่งบางงานอาจใช้เวลาเป็น 10 ปี
ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ในไทยจะไม่ค่อยใช้ เป็นเรื่องความเชื่อมั่น ผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือให้ผ่าน 2 เรื่องนี้สู่การใช้งานจริง ตลาดหลักของเครื่องมือแพทย์ในไทยที่ใหญ่สุด คือ กองทุนหลักประกันสุขภาพ ถ้าเข้าสู่กองทุนนี้ได้จะเป็นฐานแรกให้เครื่องมือแพทย์และผู้ประกอบการเติบโต แต่ตลาดภาครัฐยังคงไม่เพียงพอ เป็นแค่ขั้นแรกที่จะสร้างความแข็งแกร่งในประเทศ
ปัจจุบันไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่า 6 หมื่นล้านบาทต่อปี ขณะที่ผู้ผลิตในไทยเป็น SMEs เช่น ผลิตถุงมือยางถุงยางอนามัย เป็นต้น ผู้ผลิตรายใหญ่จะเป็นบริษัทข้ามชาติที่ได้ BOI แม้ไทยจะส่งออกเครื่องมือแพทย์มูลค่าแสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่มาจากบริษัทข้ามชาติที่มาตั้งโรงงานในไทยมากกว่า

ประเทศไทยมีมาตรฐานการรักษาที่สูงมาก มีโรงพยาบาลระดับสากล 50 โรงพยาบาล น่าจะมากที่สุดแล้วในภูมิภาคนี้ มีเมดิคอลทัวริซึ่มมาทำคอสเมติก ทำฟัน ผ่ากระดูก แต่โรงพยาบาลยังใช้เครื่องมือแพทย์ต่างประเทศเป็นส่วนมาก สิ่งที่ต้องผลักดันคือจะทำอย่างไรให้เงินก้อนนี้หมุนเวียนในประเทศ
แม้ภาครัฐมีกลไกสนับสนุน เช่น SME-GP ที่ช่วยให้เข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและมีแต้มต่อด้านราคาแก่ SMEs ร้อยละ 10 (e-Bidding) หรือ Made in Thailand (MiT) ของสภาอุตสาหกรรมฯที่ช่วยให้ SMEs มีแต้มต่อร้อยละ 15 แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะไทยไม่ได้ใหญ่พอต้องพัฒนาตัวเองไปสู่ตลาดโลก
ภาครัฐและเอกชนไทย จึงร่วมกับ เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย เร่งผลักดันให้ไทยสู่ศูนย์กลางด้านนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพของภูมิภาค โดยเตรียมจัดงาน MEDICAL FAIR THAILAND 2025 ให้ผู้บริการด้านสุขภาพ ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ และนักนวัตกรรมจาก 40 ประเทศมาพบปะแลกเปลี่ยนในงานแฟร์ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา วันที่ 10-12 กันยายน 2568