สังคมหน้า 14 : ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา – ลุ้นภาษีทรัมป์
คอลัมน์ : สังคมหน้า 14 ผู้เขียน : เดอะบลูส์
เดือด ! จากการ “ปะทะ” เมื่อเช้า 28 พ.ค. ที่ช่องบก อุบลฯ ทหารกัมพูชาตาย 1 มาสู่ 16 ก.ค. “ทหารพราน” เหยียบกับระเบิดขาขาด ที่ช่องบก อุบลฯ และ 23 ก.ค. “ทหารทัพภาคที่ 2” เหยียบกับระเบิดขาขาดที่ช่องอานม้า อุบลฯ นำมาสู่การ “ปิดด่านชายแดนทั้งหมด” ในพื้นที่อีสานใต้ ปิดปราสาทตาเมือนธม ทำให้กัมพูชาเปิดฉากใช้ “ปืนใหญ่-จรวดบีเอ็ม 21” ที่ตระเตรียมไว้อย่างดี ยิงถล่มไทยที่ตาเมือนธม และพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ 08.20 น. วันที่ 24 ก.ค. กระสุนลงปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาล บ้านเรือนประชาชน โรงเรียน ต้อง “อพยพผู้คน” กันจ้าละหวั่น แต่รอบนี้ “กองทัพไทย” มีการเตรียมพร้อมที่ดี ใช้ปืนใหญ่ กับ “กำลังทางอากาศ ทั้งเอฟ 16-กริพเพน และโดรน” ตอบโต้แบบแม่น ๆ ตรงเป้าและตอบโจทย์ ยิงจากตรงไหนถล่มครืนตรงนั้น
5 วันผ่านไป จาก 24-28 ก.ค. อันเป็น “วันที่รักษาการนายกฯไทย กับนายกฯกัมพูชา” ไปนั่งเจรจากันที่มาเลเซีย “บีเอ็ม 21” ของกัมพูชา ยังมีใช้ แสดงว่า “ตุน” เอาไว้เยอะ ที่ยังอุบไว้ ไม่เปิดตัวใน 5 วันแรก คือ “ขีปนาวุธ PHL-03” จากจีน ยิงไกลได้ถึง 130 กิโลเมตร ทำให้ฝ่ายความมั่นคงต้องสั่งเตรียมรับมือ ถามว่า กัมพูชาเปิดศึกรอบนี้ “ต้องการอะไร” ก็คงอยากจะใช้สถานการณ์ชายแดน ที่คิดว่าตัวเอง “ได้เปรียบ” จากแผนที่ เลยคิดเกมฟ้องร้องทวงคืน “ปราสาทหิน” มาสร้าง “คะแนนนิยม” ให้รัฐบาล แต่ผลจะออกมาอย่างที่คิดหรือไม่ ยังสงสัย สำหรับประเทศไทย มีจุดแข็งที่ “แสนยานุภาพทางทหาร” นั้นชัดเจน ส่วน “ศักยภาพทางการเมือง” ระยะนี้ การที่รัฐบาลมาจากเลือกตั้ง ก็เป็น “ไพ่ที่เหนือกว่า” การเจรจาความต่าง ๆ มี “ความคล่องตัว” ยังไง ๆ โลกยุคใหม่ให้ราคาเหนือประเทศ “เผด็จการ”
ความสูญเสียรอบนี้หนักหน่วงไม่น้อย สาดน้ำใส่กันไม่เปียกได้ยังไง ฝั่งประเทศไทย “ประชาชนคนไทย-ผู้บริสุทธิ์” เสียชีวิตไปนับสิบคน บ้านเรือน-ทรัพย์สิน เสียหายหนัก รวมไปถึง “ธุรกิจการค้า” ที่รับผลกระทบไปด้วย ส่วนกัมพูชา ประเทศมี “ปัญหาเศรษฐกิจ” รุมเร้าอยู่แล้ว การลงทุนสีเทา อาจสร้าง “ความร่ำรวย” ให้บางกลุ่ม แต่ประชาชนไม่ได้อะไร มาทำสงครามรอบนี้ น่าจะ “กระทบ” สังคมและเศรษฐกิจในภาพรวม ที่สำคัญ “ความอยู่รอด” ของ “ตระกูลการเมือง” เป็นเรื่องที่จะต้อง “จับตา” กันต่อไป
ส่วนประเทศไทย ปัญหาชายแดนกลายมาเป็น “ปัจจัยหนึ่ง” ของการเจรจาภาษีตอบโต้ โดย “ตัวพ่อ” อย่าง “ปธน.ทรัมป์” ลงมาลุยเอง ผูกโยงกันวุ่นวายไปหมด แต่ถ้าดูไปทีละส่วน การปะทะกับกัมพูชา ไทยไม่เสียเปรียบ ใช้กลยุทธ์ที่ดี และยังได้โอกาส “สะสาง” พื้นที่ที่โดนยึดไป หากจะ “เจรจา” ก็จะเริ่มต้นจากจุดที่ไม่เสียเปรียบ ก็ต้องมารอดูว่า จาก “เงื่อนไขที่ดี” จะทำให้เป็นโอกาสของประเทศอย่างไร จากนี้ก็ต้องหวังให้กัมพูชา มีการเมืองที่ดีตามมาตรฐานสากล ให้ “ประชาชน” มีสิทธิเสรีภาพที่จะกำหนดชะตากรรมของตัวเอง จะทำให้มีผลต่อ “ศักยภาพ” ของอาเซียนโดยรวมต่อไป
……………………………………………………………………………………………………………………….
Chef Cares บริจาคอาหาร-รถเข็น
จับมือสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ช่วยชุมชน
“มาริษา เจียรวนนท์” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเชฟแคร์ส และวิสาหกิจเพื่อสังคม เชฟแคร์ส (Chef Cares) นำทีมเชฟแคร์สลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมจิตอาสา ณ วัดยางพระอารามหลวง ซอยอ่อนนุช 23 เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ เพื่อแบ่งปันความห่วงใยผ่านอาหาร และสนับสนุนสุขภาวะชุมชนยั่งยืน โดยมอบอาหารพร้อมทาน 2,205 ถาด รถเข็นสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

กิจกรรมนี้มีบริการหน่วยทันตกรรมจิตอาสาฯ 15 เตียงสนาม ส่วนกรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จากกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 200 โดส สำนักอนามัยจัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 300 ตัว ทำหมัน จำนวน 40 ตัว ฝังไมโครชิป (สุนัข) 200 ตัว และ BKK Food Bank สำนักเขตส่วนสวนหลวง พร้อมกันนี้ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมมอบถุงยังชีพ บริการตัดผม รถครัวเคลื่อนที่ และน้ำดื่ม
……………………………………………………………………………………………………………………….



