Skip to content

คค.เร่งแก้จราจรท่าเรือแหลมฉบัง ดีเดย์ 25 สิงหาคม 68 เริ่มระบบ Truck Queue

06 ส.ค. 2568 | 10:20น.
คค.เร่งแก้จราจรท่าเรือแหลมฉบัง ดีเดย์ 25 สิงหาคม 68 เริ่มระบบ Truck Queue

เชื่อหรือไม่ การส่งออกสินค้าโดยตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง อาจตกม้าตายจากปัญหาการจราจรท่าเรือแหลมฉบัง

ล่าสุด กระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจ เดินหน้าติดตามมาตรการแก้ปัญหาการจราจรท่าเรือแหลมฉบังอย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและประชาชน พร้อมปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค

โดย “สรวุฒิ เนื่องจำนงค์” เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือติดตามความคืบหน้า การแก้ปัญหาการจราจรท่าเรือแหลมฉบัง ที่ประชุมชุดนี้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเพราะเป็นการประชุมเต็มคณะ ที่ประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐและภาคเอกชน

สรวุฒิ เนื่องจำนงค์
สรวุฒิ เนื่องจำนงค์

ได้แก่ “สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์” รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง, “เรือโท ยุทธนา โมกขาว” ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง และตัวแทนจากกรมศุลกากร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการรถบรรทุก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อเร็ว ๆ นี้

การท่าเรือฯอัพเดตทุกระบบ

ทั้งนี้ จากปัญหาการจราจรภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ที่ส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ของประเทศ จำเป็นจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ กระทรวงคมนาคม ได้มอบให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ดำเนินการตามนโยบายและมาตรการการแก้ไขปัญหาเชิงรุก ร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและต้องไม่กระทบต่อประชาชน

วัตถุประสงค์เพื่อให้ระบบโลจิสติกส์ของไทยกลับมามีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ และลดภาระต่อผู้ประกอบการและพนักงานขนส่งอย่างเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด

ความคืบหน้าดำเนินการ ทาง กทท. โดยท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ได้ดำเนินการแก้ปัญหาตามแนวทางแก้ไขที่ได้หารือข้อสรุปร่วมกันกับภาคเอกชน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการภายในท่าเรือให้มีความทันสมัยมากขึ้น และการวางระบบบริหารจัดการรถ Truck Queue

สำหรับการแก้ไขปัญหาตามมาตรการเร่งด่วน ได้เร่งดำเนินการด้านพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ 1.จัดสรรพื้นที่ จำนวน 70 ไร่ สำหรับจอดรอ คิวรถเปล่า รถส่งตู้สินค้า และรถอื่น ๆ 2.การปรับปรุงพื้นที่ จำนวน 22 ไร่ เพื่อรองรับน้ำหนักของรถบรรทุก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 25 สิงหาคม 2568

และ 3.การติดตั้งห้องน้ำเคลื่อนที่ พร้อมระบบไฟฟ้าแสงสว่างและระบบบำบัดน้ำเสีย จำนวน 12 ชุด อยู่ระหว่างการของบประมาณ ซึ่งเมื่อลงนามในสัญญาจ้างจะใช้เวลาดำเนินการ 120 วันให้แล้วเสร็จ

ตั้ง ผอ.แหลมฉบังทำแผนแม่บท

สำหรับการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางและทางน้ำภายในประเทศ มีโครงการจัดซื้อเครนยกขนสินค้าแบบราง (RMG) จำนวน 2 ตัว และเครนยกขนสินค้าแบบล้อยาง (RTG) จำนวน 4 ตัว คาดว่าจะติดตั้งและใช้งานได้ภายใน 2569

ด้านกระบวนการทำงานและเทคโนโลยี การเชื่อมโยงระบบ Port Community System (PCS) e-Matching e-Payment เชื่อมฐานข้อมูลระหว่างท่าเรือ สายการเดินเรือ ผู้ประกอบการขนส่ง ศุลกากร และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการนำเข้า-ส่งออกตู้สินค้า

ตามแผนจะเริ่มทดลองใช้ระบบ (Truck Queue) เต็มรูปแบบ ตั้งแต่ 25 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป พร้อมกับการพัฒนา Mobile Application การจัดการจราจร

สำหรับด้านนโยบาย ได้จัดตั้งคณะทำงานการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในเขตท่าเรือแหลมฉบัง โดยมี ผู้อำนวยการ ทลฉ. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ได้เร่งจัดทำ Master Plan ระยะกลาง ระยะยาว โดยนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบ AI เข้ามาใช้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์และประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ท่าเรือแหลมฉบังสูงสุด

ควบคู่ไปกับการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงอัตราภาระของ ทลฉ. ค่าธรรมเนียมพิเศษ และรายละเอียดสัญญาสัมปทานใหม่ โครงการท่าเทียบเรือ B1 และ B2

GPS ดูรถบรรทุก 15,000 คัน

“สรวุฒิ เนื่องจำนงค์” กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติผลักดัน Port Community System (PCS) ให้สำเร็จ เพื่อการขึ้นเป็น World Class Port พร้อมทั้งพัฒนาระบบการจัดการคลังสินค้าและใช้ข้อมูล GPS ในการบริหารจัดการรถบรรทุกที่มีมากถึง 15,000 คันต่อวัน

รวมทั้งกำชับการจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์จะต้องมีประสิทธิภาพ ใช้งานได้จริง แก้ปัญหาเดิมได้ มีแผนรองรับกรณีเกิดการเสียหายไม่สามารถใช้งาน

รวมถึงให้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับระบบการบริหารจัดการในอนาคต เช่น สะพาน ทางยกระดับข้ามจุดตัดทางรถไฟ ถนนภายใน ท่าเรือแหลมฉบัง ป้ายข้อมูลจราจร สภาพแวดล้อม และภูมิทัศน์

ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับให้เป็น Smart Port สอดคล้องกับแผนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงคมนาคม จราจร