เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ดูทั้งหมด

ออกแล้วผลสอบเครนถล่ม ‘พระราม 2’ เกิดจากบกพร่อง ไม่ใช่เพราะวัสดุด้อย-ดินทรุด

26 พ.ค. 2569 | 16:14น.
เครนถล่ม พระราม 2

ผลสอบคานปูนและเครนถล่ม ทางยกระดับ “พระราม 2” ออกแล้ว คมนาคมเผยสาเหตุหลักไม่ใช่วัสดุด้อยคุณภาพ ไม่ใช่ดินทรุด และไม่ใช่ภัยธรรมชาติ สาเหตุเกิดจากความบกพร่องทั้งผู้รับเหมา-ผู้คุมงาน ในการติดตั้งที่สะสมกันหลายจุด จนนำไปสู่การพังถล่มในที่สุด

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีคานปูนและเครนพังถล่ม ทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถนนพระราม 2 ว่าจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 09.15 น. เครนยักษ์ที่ใช้ในการก่อสร้างสะพาน พร้อมกับชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปน้ำหนักรวมหลาย 100 ตัน

จิระพงศ์ เทพพิทักษ์
จิระพงศ์ เทพพิทักษ์

ได้พังถล่มลงมาทับถนนพระราม 2 บริเวณ กม.30+300 ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ในระหว่างที่ประชาชนกำลังใช้เส้นทาง โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์บนถนนด้านล่าง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างแต่อย่างใด

ยันตรวจสอบครบถ้วนทุกมิติ

โดยกระบวนการสอบสวน กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันทีในวันเดียวกับที่เกิดเหตุ และได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้านวิศวกรรม ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ คณะกรรมการประชุม รวม 8 ครั้ง และคณะอนุกรรมการวิศวกรรมประชุมเพิ่มเติมอีก 4 ครั้ง โดยดำเนินการอย่างครบถ้วนทุกมิติ ประกอบด้วย

  • การลงพื้นที่จริง ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบซากความเสียหายด้วยตาตนเอง
  • รวบรวมเอกสารหลักฐานจากกรมทางหลวง 21 รายการ ครอบคลุมสัญญา แบบก่อสร้าง คู่มือเครน และรายงานความปลอดภัย
  • สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง 13 ราย ทั้งฝ่ายผู้ว่าจ้าง ผู้ออกแบบ และผู้รับจ้าง
  • ทดสอบคุณภาพวัสดุคอนกรีตในห้องปฏิบัติการและในสนาม
  • วิเคราะห์โครงสร้างด้วยแบบจำลองคอมพิวเตอร์ (Finite Element Method)
  • ตรวจสอบสมมติฐานสาเหตุทั้งหมด 7 ข้อ อย่างเป็นระบบ

ไม่ใช่วัสดุด้อย-ดินทรุด-ภัยธรรมชาติ

โดยสาเหตุข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์หลังตัดสมมติฐานออกทีละข้อด้วยหลักฐานทางวิศวกรรม คณะอนุกรรมการสรุปได้ชัดเจนว่า “สาเหตุหลักไม่ใช่วัสดุด้อยคุณภาพ ไม่ใช่ดินทรุด และไม่ใช่ภัยธรรมชาติ สาเหตุเกิดจากความบกพร่องในการติดตั้งที่สะสมกันหลายจุด จนนำไปสู่การพังถล่มในที่สุด” ซึ่งสะพานที่กำลังก่อสร้างอยู่นั้นมีความลาดเอียง ทำให้เครนหนักหลาย 100 ตัน จึงต้องยืนบนพื้นที่ลาดเอียงดังกล่าว

ผู้รับจ้างแก้ปัญหาด้วยการนำแผ่นเหล็กหนามาซ้อนกัน 8 ชั้น สูงกว่า 80 เซนติเมตร เพื่อปรับระดับและรองด้วยทรายอีกชั้นหนึ่ง เปรียบเทียบกับการนำอิฐซ้อนกันสูงเกือบ 1 เมตร แล้วนำรถบรรทุกหนักขึ้นไปยืนบนพื้นที่ลาดเอียง ทำให้ระบบยึดเครนถูกติดตั้งผิดแบบ โดยเปลี่ยนจากระบบที่คู่มือกำหนดให้มีจุดหมุนและลูกล้อ (Pin-Roller) ทำให้โครงสร้างขยายตัวตามอุณหภูมิได้ ไปเป็นจุดหมุนทั้งสองด้าน (Pin-Pin) ซึ่งล็อกตายไว้ทั้งคู่

และเมื่อมีแสงแดดในตอนเช้าจะทำให้อุณหภูมิของโลหะเพิ่มขึ้นประมาณ 8 องศาเซลเซียส ทำให้โครงสร้างขยายตัว แต่เนื่องจากถูกล็อกทั้งสองด้านจึงเกิดแรงดันออกด้านข้าง กดลงบนหอแผ่นเหล็กที่ซ้อนกันอยู่บนพื้นลาดเอียง แผ่นเหล็กเริ่มไถลออกทีละชั้น ๆ อย่างรวดเร็ว จนขาที่รองรับเครนพังทลาย ทำให้เครนทั้งหลังถล่มลงมา

บกพร่องทั้งผู้รับเหมา-ผู้คุมงาน

ส่วนความรับผิดชอบจากเหตุการณ์นี้ คณะกรรมการฯพบความบกพร่องทั้งฝ่ายผู้รับจ้างและฝ่ายผู้ควบคุมงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้

ฝ่ายผู้รับจ้าง บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนต์ ได้ดำเนินการ

  • ติดตั้งระบบยึดเครนผิดแบบที่ได้รับอนุมัติไว้ โดยเปลี่ยนจาก Pin-Roller เป็น Pin-Pin
  • ติดตั้งระบบยึดและค้ำยันขารองรับไม่ตรงตามแบบที่ขออนุมัติ
  • ใช้แผ่นเหล็กซ้อนกันสูงเกินมาตรฐาน และใช้ทรายรองบนพื้นลาดเอียง ซึ่งเสี่ยงต่อการไถลเมื่อมีแรงกระทำด้านข้าง
  • นำเครนมาจากโครงการอื่น แล้วดัดแปลงให้เข้ากับงานนี้อย่างไม่รัดกุม เนื่องจากต้องการเร่งงาน
  • ใบรับรองความปลอดภัย ปจ.1 ของเครนคันนี้ หมดอายุตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 แต่ยังคงใช้งานต่อมาอีกกว่า 2 เดือนจนเกิดเหตุ โดยไม่มีเอกสารการต่ออายุ

ฝ่ายผู้ควบคุมงาน โดยกรมทางหลวง

  • รับทราบและอนุมัติการติดตั้งที่มีความแตกต่างจากแบบเดิม โดยไม่ได้ตรวจสอบอย่างรัดกุมเพียงพอ
  • แบบฟอร์มตรวจสอบ (Checklist) ที่ใช้ในโครงการไม่มีรายละเอียดเชิงเทคนิคเฉพาะสำหรับงานประเภทนี้ ทำให้วิศวกรผู้ควบคุมงานไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างถี่ถ้วน
  • ไม่มีการติดตามหรือทวงถามการต่ออายุใบ ปจ.1 ของเครนที่ใช้ในโครงการ
  • กรมทางหลวงยังไม่มีมาตรฐานเฉพาะสำหรับการก่อสร้างสะพานชนิดนี้ด้วยเครน Launching Gantry แม้แต่ฉบับเดียวโดย ทำให้มีช่องโหว่เชิงระบบที่อันตรายที่สุด หากไม่ดำเนินการแก้ไข โครงการก่อสร้างลักษณะเดียวกันที่กำลังดำเนินอยู่ทั่วประเทศ มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำได้ทุกเมื่อ

แนะแผนเร่งด่วน-ระยะสั้น-ระยะกลาง

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีข้อเสนอแนะและสิ่งที่ต้องดำเนินการสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่

1.การดำเนินการเร่งด่วน-ดำเนินการทันที

  • ตรวจสอบใบรับรองความปลอดภัยเครนทุกคันในทุกโครงการ สั่งให้กรมทางหลวงตรวจสอบใบ ปจ.1 ของเครนและเครื่องจักรหนักทุกชิ้นในโครงการก่อสร้างที่ยังดำเนินอยู่ หากพบว่าหมดอายุหรือไม่ครบถ้วน ให้หยุดการใช้งานทันที และกำหนดให้การต่ออายุต้องครอบคลุมทุกระบบของเครน ไม่ใช่เพียงบางส่วน
  • ห้ามดัดแปลงเครนหนักโดยไม่มีการอนุมัติใหม่ ออกคำสั่งห้ามผู้รับจ้างทุกรายปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของเครื่องจักรหนักโดยพลการ หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน ต้องมีวิศวกรคำนวณใหม่ทั้งหมด และได้รับอนุมัติจากนายช่างโครงการก่อนทุกครั้ง

2.ระยะสั้น ภายใน 30 วัน

  • ออกมาตรฐานเฉพาะสำหรับการก่อสร้างสะพานด้วยเครน Launching Gantry โดยให้กรมทางหลวงจัดทำมาตรฐานดังกล่าวโดยเร่งด่วน โดยอ้างอิงมาตรฐานของสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) ที่ใช้ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นต้นแบบ ซึ่งมีความเข้มงวดและครอบคลุมกว่า
  • กำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญภายนอกตรวจสอบเครนก่อนใช้งาน ตรวจสอบเครนหนักในโครงการของรัฐทุกสัญญา ต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระจากผู้รับจ้างเข้าร่วมตรวจสอบและรับรอง ไม่ใช่ให้ผู้รับจ้างตรวจสอบตัวเอง

3.ระยะกลาง การดำเนินการเชิงระบบ

  • ติดตั้งระบบเซนเซอร์แจ้งเตือนแบบ Real-time โครงการก่อสร้างสะพานยกระดับทุกโครงการควรติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดความเอียงและแรงดึงของโครงสร้าง เพื่อส่งสัญญาณเตือนอัตโนมัติก่อนที่โครงสร้างจะสูญเสียสมดุล ซึ่งจะเป็นระบบป้องกันชีวิตทั้งคนงานและประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
  • ยกระดับระบบตรวจสอบของผู้ควบคุมงาน กรมทางหลวงต้องปรับปรุงแบบฟอร์มตรวจสอบให้มีรายละเอียดเชิงเทคนิคเฉพาะสำหรับแต่ละประเภทงาน และกำหนดมาตรฐานเดียวกันในทุกสัญญา พร้อมจัดทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

ส่วนการเยียวยาผู้เสียหาย บริษัทอิตาเลียนไทยฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตครอบครัวละ 150,000 บาท และมีแผนเยียวยาเพิ่มเติมรายละ 1,000,000 บาท ทั้งนี้ กรมทางหลวงจะติดตามให้กระบวนการเยียวยาเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อไป

ทั้งนี้ จากการสอบสวนครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นผลจากความบกพร่องที่ป้องกันได้ กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการตามข้อเสนอแนะทุกข้ออย่างจริงจัง และจะไม่ยอมให้มีชีวิตใดต้องสูญเสียไปจากสาเหตุเดิมอีก