Skip to content

โซเชียลถกดราม่า ม.ดังรณรงค์ใส่ชุดนิสิต ระเบียบหรือล้าหลัง ?

07 ส.ค. 2568 | 16:12น.
โซเชียลถกดราม่า ม.ดังรณรงค์ใส่ชุดนิสิต ระเบียบหรือล้าหลัง ?

ส่องเสียงวิพากย์คนดัง-โลกออนไลน์ หลัง ม.ดังทำวิดีโอรณรงค์แต่งกายไปเรียน-ทำกิจกรรมให้เหมาะสม

ท่ามกลางกระแสความทันสมัยของเทคโนโลยี การเปิดกว้างทางความคิด และการผ่อนปรนข้อบังคับที่ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย เพื่อให้สังคมปรับตัวเข้ากับโลกที่ก้าวหน้าไปทุกวัน กลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความ “ล้าหลัง” ของกฎระเบียบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ซึ่งยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นการแต่งกายของนิสิตเป็นหลัก

ซึ่งเสียงวิพากย์วิจารณ์บนโลกออนไลน์มีจุดเริ่มต้นมาจากผู้ใช้งานในแพลตฟอร์ม X โพสต์วิดีโอที่มีต้นฉบับจากเพจ Chula SA – Chulalongkorn Student Affairs ระบุว่า “กิจการนิสิตจุฬา จะกี่ยุคก็ดักดานไม่เปลี่ยน… แต่คิดอะไรใหม่ ๆ ตามค่านิยมที่เปลี่ยนไปไม่ได้ ทำแต่อะไรอนุรักษนิยมแบบนี้ หมกมุ่นอยู่กับการแต่งตัวของชาวบ้าน ไม่มีวันเจริญ”

ภายในวิดีโอระบุข้อห้ามการแต่งที่ไม่ควรใส่ไปเรียน หรือติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ เสื้อแขนกุด, เสื้อสายเดี่ยว, เสื้อเกาะอก, กางเกงขาสั้น, กระโปรงสั้น, รองเท้าแตะ และรองเท้าเปิดหัว พร้อมทิ้งท้ายว่า เรามาแต่งกายให้เรียบร้อยและดูดีไปเรียนกันเถอะ

กลายเป็นความเห็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ไม่เห็นด้วยกับการรณรงค์นี้ โดยให้เหตุผลว่า เป็นการแสดงความล้าหลังทางความคิดของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม บางส่วนก็ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า เป็นการรณรงค์ที่ถูกต้องแล้ว เนื่องจากเสื้อสายเดี่ยว หรือเกาะอกก็ไม่สมควรแต่งในสถานศึกษาจริง ๆ

ซึ่งความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ที่รวบรวมมา ได้แก่

“วิวัฒนาการย้อนกลับปะ ย้อนไปสมัยห้ามใส่รองเท้าแตะสีชมพู”

“แล้วไอ้ขบวนกองถ่ายแบบนี้ ยาสีฟันกับเบนซ์พรชิตา คือน่าจะเกินสิบปีแล้ว โบราณทุกอย่าง”

“ไปบัญชี (8 ปี ก่อน) ใส่ชุดนิสิตรองเท้าผ้าใบ อาจารย์บัญชีเดินมาทัก ‘ทำไมแต่งแบบนี้’ ตอบ ‘สบายดีครับ’ ชีโต้ ‘แต่งแบบนี้ เข้าจุฬามาทำไม’ แหม ค่าาาาาาา เอาเถอะค่า ตามสะดวก เดินมาฝั่งนิเทศ ฝั่งอักษร ถาปัตไม่อกแตกตายเลยหรอ เวลาเห็นชุดทั่วไปที่ใส่กัน แต่ยุคนี้นิสิตทำคลิปเอง”

“คนที่ใส่ชุดนิสิต แล้วมาพูดบทแบบนี้ เค้าไม่อายตัวเองหน่อยหรอ”

“คนรุ่นใหม่ฉลาด คิดเองเป็น ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม meanwhile นิสิตจุฬาหมาลัยอันดับหนึ่งของไทยในปจบ 5555”

“เห็นด้วยว่าไม่ควรแต่งโป๊มามหาลัย แบบระดับเกาะอก สายเดี่ยวไรงี้ มันไม่ใช่ที่อะ ส่วนรองเท้าแตะ ขาสั้น (ที่ไม่ได้สั้นจนติดขอบกกน) คือก็ไม่สุภาพ แต่มันไม่ได้ถึงขั้นน่าเกลียดอะ ควรปล่อย ๆ บ้าง”

“อรืม ซึ่งเด็กนิเทศแต่งตัวแบบนี้กันเป็นปกติ สงสัยคนใหม่ชีจัดการคนในคณะไม่ได้มั้ง เลยไปทำกับเด็กคณะอื่น”

“ก็ถูกแล้วนะในคลิปอะ มาเรียนก็ควรแต่งตัวให้เหมาะสม มีกาลเทศะ จะปีไหนก็ช่างเหอะ มันควรให้เกียรติและเคารพสถานที่ แล้วนี่สถานศึกษาด้วย อันนี้กางเกงก็สั้นเกิน เสื้อก็โชว์ไหล่ รองเท้าแตะอีก เขาไม่ได้มีตรงไหนบอกบังคับใส่นศ. แค่ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยอะ”

“คือใส่ขาสั้นไปในพื้นที่ราชการ มหาลัยมันก็ไม่ควรปะ แล้วเด็กมออื่นที่ดีเฟ้นว่าใส่ขาสั้นเข้าสอบคือเค้าภูมิใจอะไร”

“คณะบัญชีคือเป็นแบบนี้มานานละ ตอนเรียนสถาปัตย์ อาจารย์จะค่อนข้างชิวเพราะบางวันมีแค่ตรวจแบบ ไม่มีเล็กเชอร์ นิสิตก็แต่งตัวสบาย ๆ ชุดไปรเวทบ้าง เชิ้ตขาวกางเกงยีนส์บ้าง มีเด็กถาปัดหลายคนมากที่เดินผ่านบัญชีจะไปจามสแควร์ละโดนอาจารย์บัญชีตัดคะแนนหรืออะไรประมาณนี้แหละ”

“อันดับหนึ่งในโลกพิธีกรรมเครื่องแบบประเพณีประดิษฐ์ใหม่ โลกกว้างใหญ่การศึกษาไทยวนไม่พ้นเครื่องแบบ”

ความเห็นคนดัง

ด้านนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อดีตนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ และผู้ก่อตั้งสมาพันธ์นักเรียนไทยเพื่อการปฏิวัติระบบการศึกษาไทยและกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ได้ออกมาให้ความเห็นผ่านโซเชียลส่วนตัว ใจความว่า เดี๋ยวนี้กิจการนิสิตจุฬาฯต้องร่วมมือกับคณะบัญชีเพื่อผลิตคอนเทนต์ขึ้นมารณรงค์แต่งเครื่องแบบ ห้ามใส่เสื้อยืด รองเท้าแตะในมหาวิทยาลัย เสียชื่อเอาโลโก้คณะบัญชีมาใส่ มีอะไรมากมายที่ควรทำ ก็เสียเวลาไปทำอะไรไร้สาระ

นอกจากนี้ ยังกล่าววิดีโออีกหนึ่งชิ้นที่ถูกเผยแพร่ออกมา ว่า จุฬารณรงค์ให้นิสิตกลับไปแต่งเครื่องแบบเข้มข้น ใส่รองเท้าแตะ/ไม่หุ้มส้นก็ไม่ได้ อธิการฯคนนี้มาจากคณะบัญชีก็พยายามจำกัดการแต่งกายนิสิตในคณะ พอเป็นใหญ่จะเอาความคิดตนมาบังคับทั้งมหาลัย ผู้แทนนิสิตควรคัดค้าน และควรตั้งคำถามด้วยถึงการเอางบมหาลัยมาผลาญทำโฆษณาไร้แก่นสารเช่นนี้

ทั้งนี้ ท่ามกลางบริบทของสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น และแนวโน้มของการปรับตัวต่อค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญในปัจจุบันอาจไม่ได้อยู่ที่การกำหนดว่า “ควรใส่อะไรไปเรียน” แต่ควรพิจารณาถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีหน้าที่หล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตอย่างมีวุฒิภาวะทางความคิด โดยไม่ยึดติดเพียงกับกรอบหรือรูปแบบภายนอกเท่านั้น

เพราะท้ายที่สุด ประเด็นเรื่องการแต่งกายอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำถามที่ใหญ่กว่านั้น ว่าระเบียบในรั้วมหาวิทยาลัยควรยืนอยู่บนพื้นฐานของอะไร และใครควรมีบทบาทหลักในการกำหนดมาตรฐานเหล่านี้ ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระแสดราม่า นิสิต