เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
POWER MALL ชิงโพซิชั่นเกมเมอร์ฮับ จัด 2 แคมเปญใหญ่ แข่งเกมพร้อมมินิคอนเสิร์ต
Business POWER MALL ชิงโพซิชั่นเกมเมอร์ฮับ จัด 2 แคมเปญใหญ่ แข่งเกมพร้อมมินิคอนเสิร์ต
‘เอกนิติ’ ยันไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะแน่นอน พร้อมแจงเงินกู้เปลี่ยนผ่าน 2 แสนล้าน
Finance ‘เอกนิติ’ ยันไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะแน่นอน พร้อมแจงเงินกู้เปลี่ยนผ่าน 2 แสนล้าน
“ไอคอนสยาม”ร่วมฉลองคริสต์มาส งาน“ICONSIAM BANGKOK ILLUMINATION 2026”
Biz Movement “ไอคอนสยาม”ร่วมฉลองคริสต์มาส งาน“ICONSIAM BANGKOK ILLUMINATION 2026”
เร่งสร้างรถไฟทางคู่-ไฮสปีดเทรนถึงหนองคาย เชื่อมเมือง-โลจิสติกส์ไทย-ลาว-จีน
Economic เร่งสร้างรถไฟทางคู่-ไฮสปีดเทรนถึงหนองคาย เชื่อมเมือง-โลจิสติกส์ไทย-ลาว-จีน
ข้าวไทยรุกอาเซียน ฟิลิปปินส์-มาเลเซียซื้อเพิ่มกว่า 7.5 แสนตัน
Economic ข้าวไทยรุกอาเซียน ฟิลิปปินส์-มาเลเซียซื้อเพิ่มกว่า 7.5 แสนตัน
บี.กริม เพาเวอร์ คว้ารางวัล Best Investor Relations Award เวที SET Awards 2026
Finance บี.กริม เพาเวอร์ คว้ารางวัล Best Investor Relations Award เวที SET Awards 2026
GBS แนะกันเงินสด 30% รอช้อนหุ้น ชู 9 หุ้นเด่น ‘BDMS-GULF’ นำทีม
Finance GBS แนะกันเงินสด 30% รอช้อนหุ้น ชู 9 หุ้นเด่น ‘BDMS-GULF’ นำทีม
EVAT ขานรับขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% เสนอลงทุนจริงแลกโควตา ปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย
Economic EVAT ขานรับขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% เสนอลงทุนจริงแลกโควตา ปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
Economic ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
ดูทั้งหมด

ททท. ชี้วิกฤตปะทะชายแดน กระทบท่องเที่ยว ต่างชาติหายวูบ 18%

08 ส.ค. 2568 | 12:23น.
ททท. ชี้วิกฤตปะทะชายแดน กระทบท่องเที่ยว ต่างชาติหายวูบ 18%

ททท. ชี้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติระหว่าง 28 ก.ค.-3 ส.ค. ลดลงต่อเนื่อง หลังเหตุขัดแย้งไทย-กัมพูชา กัมพูชาหายเกือบ 90% จีนลด 40% ขณะที่อินเดีย-ยุโรปบางประเทศยังโต

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในช่วงระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม-3 สิงหาคม 2568 พบว่าเริ่มมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า (21-27 กรกฎาคม 2568) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยลดลงประมาณ 5% ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 1% สะท้อนถึงแรงกระแทกของเหตุการณ์ความไม่สงบที่เริ่มสร้างความกังวลใจให้กับนักเดินทาง โดยหากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 จะพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงถึง 18% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญอย่างมาก

ตลาดชายแดน-อาเซียนทรุดหนัก กัมพูชาหายเกือบ 90%

นอกจากนี้ นางสาวฐาปนีย์บอกอีกว่า กลุ่มตลาดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ตลาดที่มีพรมแดนติดกับไทย และกลุ่มประเทศที่มีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ด้านความปลอดภัย โดยในกลุ่มอาเซียนจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเฉลี่ย 25% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากกัมพูชาลดลงถึง 89% เวียดนามลด 53% ลาวลด 48% อินโดนีเซียลด 26% มาเลเซียลด 14% และสิงคโปร์ลดลง 8%

ขณะที่กลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือลดลงเฉลี่ย 30% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลงถึง 40% ฮ่องกงลด 33% เกาหลีใต้และไต้หวันลดลง 17% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางตลาดที่ยังคงเติบโตสวนทางกับสถานการณ์ปัจจุบัน ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากอินเดียเพิ่มขึ้น 16% อิสราเอลเพิ่มขึ้น 53% ออสเตรเลียเพิ่ม 9% ฝรั่งเศสและออสเตรียเพิ่ม 13% สวีเดนเพิ่ม 8% สหราชอาณาจักรและอิตาลีเพิ่ม 4% ยุโรปตะวันออกเพิ่มขึ้น 3% รวมถึงตลาดตะวันออกกลางอย่างโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ยังคงเติบโต 3% และ 1% ตามลำดับ

“ฟอร์เวิร์ดบุ๊กกิ้ง” เริ่มหดตัว

นางสาวฐาปนีย์ยังระบุถึงข้อมูลจากระบบ Forwardkeys ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์การจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าทั่วโลก พบว่ายอดการจองเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 เริ่มแสดงสัญญาณหดตัว โดยข้อมูล ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 (หลังเกิดเหตุปะทะ) พบว่าการจองลดลงประมาณ 3% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดเหตุในวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ที่มียอดจองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4%

จับตาสถานการณ์ใกล้ชิด ททท. เร่งประเมินผลกระทบ

ททท. กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความมั่นคง และการสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักเดินทางจากทั่วโลก

“เราต้องให้ความสำคัญกับการรักษาภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ” นางสาวฐาปนีย์กล่าวทิ้งท้าย