SET ลุ้น MSCI ปรับน้ำหนักหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหุ้นไทยต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นไทยลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง หลังเดือน ก.ค. ต่างชาติซื้อสุทธิครั้งแรกรอบเกือบ 1 ปี หนุน SET Index ปรับขึ้น 14% จับตาการประกาศปรับน้ำหนักหุ้นไทยในดัชนี MSCI อาจช่วยดึงฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยในงานสรุปภาวะตลาดหุ้นไทยเดือนกรกฎาคม 2568 ว่าตลาดหุ้นไทยพลิกกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาด SET และ mai รวมอยู่ที่ 42,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2567
กลุ่มหุ้นที่โดดเด่นและปรับตัวดีกว่า SET Index ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี การเงิน ทรัพยากร และสินค้าอุตสาหกรรม โดยได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่าสหรัฐจะปรับลดภาษีสินค้าไทยลงมาใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับการที่ สศค. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี’68 จาก 2.1% เป็น 2.2% รวมถึงการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และแนวโน้มเงินบาทแข็งค่า ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าตลาดเกิดใหม่
ขณะเดียวกัน ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ซึ่งมีการซื้อสุทธิต่อเนื่อง 14 วัน จาก 21 วันทำการ รวมมูลค่าซื้อสุทธิทั้งเดือนกว่า 16,121 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 50.68% ขณะที่นักลงทุนรายย่อยในประเทศมีสัดส่วน 33.36%, สถาบันในประเทศ 9.79% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.18% ตามลำดับ
ส่วนในเดือนสิงหาคมนี้ยังคงเห็นสัญญาณเชิงบวกต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการกลับเข้ามาซื้อขายของหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงประเด็นด้านธรรมาภิบาลที่ดีขึ้นจากการดำเนินคดีหุ้น MORE ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ความชัดเจนเรื่องภาษีของสหรัฐที่กำหนดอัตรา 19% ต่อสินค้าไทย อาจเป็นแรงผลักดันให้ภาคธุรกิจไทยเร่งลงทุนและขยายกิจการมากขึ้น หลังในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา การลงทุนภาคเอกชนลดลงเหลือเพียง 20% ของจีดีพี จากเดิมที่เคยอยู่ระดับ 40% ซึ่งการขับเคลื่อนส่วนนี้อาจต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านมาตรการต่าง ๆ
“เศรษฐกิจในประเทศยังต้องโฟกัสอย่างใกล้ชิด เพราะพื้นฐานเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่กลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย อาจเป็นเพราะหุ้นไทยถูกกว่าที่อื่น และมีการโยกไปลงทุนในตลาดหุ้นอื่นจนปรับขึ้นเยอะแล้ว จึงกลับมาในหุ้นไทย แต่หากไม่แก้ปัญหาพื้นฐานที่มีอยู่ ก็ยังรีบดีใจกันไม่ได้” นายอัสสเดชกล่าว
นอกจากนี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาคือ การประกาศปรับน้ำหนักหุ้นไทยในดัชนี MSCI ซึ่งจะประกาศในวันนี้ (8 ส.ค. 2568) โดยปัจจุบันน้ำหนักของหุ้นไทยใน MSCI ลดลงจากระดับ 2% เหลือเพียง 1.4% เนื่องจากถูกแทนที่ด้วยน้ำหนักของตลาดหุ้นอินเดีย
อย่างไรก็ตาม นโยบายภาษี 50% ของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ต่ออินเดีย อาจเปิดโอกาสให้ไทยถูกปรับเพิ่มน้ำหนักอีกครั้ง ซึ่งหากมีการปรับน้ำหนักของ MSCI ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป
