กรมโยธาฯ ตั้งศูนย์ตรวจสอบอาคารที่ได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด พบบ้านเรือนเสียหายจำนวน 307 หลัง โดยเฉพาะ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บ้านเรือนพังยับกว่า 30 หลัง พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมออกแบบ และประเมินราคาซ่อมแซม
นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” หลังสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออาคารและสิ่งปลูกสร้าง กรมโยธาฯได้มีการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบอาคารที่ได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ครบทั้ง 7 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระแก้ว จันทบุรี และตราด) ได้รับผลกระทบรวม 45 อำเภอ 336 ตำบล 4,081 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 18 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 39 ราย
จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายทั้งหมด 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ จำนวน 307 หลัง, สถานที่ราชการ (โรงเรียน โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล วัด) จำนวน 7 แห่ง, สถานที่เอกชน (ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ) จำนวน 2 แห่ง, ปศุสัตว์ (วัว กระบือ แพะ ไก่) จำนวน 39 ตัว และสิ่งสาธารณประโยชน์ (ถนน) จำนวน 1 แห่ง คาดว่ามูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท
จ.อุบลราชธานี ถือเป็นพื้นที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด ได้สำรวจความเสียหายไปแล้ว 92% พบบ้านเรือนเสียหาย จำนวน 129 หลังคาเรือน, โรงเรียน จำนวน 3 แห่ง และปศุสัตว์ (วัว กระบือ) จำนวน 4 ตัว
จ.ศรีสะเกษ ได้สำรวจความเสียหายไปแล้ว 85% พบบ้านเรือนเสียหาย จำนวน 120 หลัง โดยเฉพาะที่ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายไม่สามารถซ่อมแซมได้กว่า 30 หลัง, โรงเรียน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 15 แห่ง, ปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ จำนวน 2 แห่ง และสิ่งสาธารณประโยชน์ (ถนน) 1 แห่ง
จ.สุรินทร์ ได้สำรวจความเสียหายไปแล้ว 95% พบบ้านเรือนเสียหาย จำนวน 23 หลัง, โรงพยาบาลและวัด จำนวน 4 แห่ง และปศุสัตว์ (วัว กระบือ แพะ ไก่ สุกร นก) จำนวน 316 ตัว
จ.บุรีรัมย์ ได้สำรวจความเสียหายไปแล้ว 85% พบบ้านเรือนเสียหาย จำนวน 10, วัด จำนวน 1 แห่ง, พื้นที่เกษตร (สวนยางและสวนยูคาลิปตัส) จำนวน 1.25 ไร่ และปศุสัตว์ (วัว สุกร) จำนวน 8 ตัว
กรมโยธาฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 7 จังหวัด โดยการประสานความร่วมมือ มอบหมายให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเป็นประธานคณะทำงานตรวจสอบอาคารที่ได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกรมโยธาฯได้ร่วมกับวิศวกรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และวิศวกรอาสาของเอกชนในพื้นที่ทำการสำรวจตรวจสอบประเมินสภาพความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมออกแบบ และประมาณราคาค่าซ่อมแซม โดยให้เป็นไปตามระเบียบของราชการ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมอย่างเร่งด่วน โดยได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานความมั่นคงเรียบร้อยแล้ว
กรณีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง กรมโยธาฯได้มีการออกแบบอาคารไว้กว่า 10 แบบ เพื่อให้ประชาชนพิจารณาในการก่อสร้างทดแทนหลังเก่า ซึ่งทั้งราคาและขนาดจะมีความใกล้เคียงกับหลังเดิม คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน และเมื่อทำการสำรวจความเสียหายเสร็จสิ้น จะนำข้อมูลสรุปผลความเสียหายพร้อมประมาณราคาซ่อมแซมทั้งหลังให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดไปพิจารณางบประมาณเยียวยาต่อไป
ขณะที่บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วน เช่น ผนัง-หลังคาชำรุด สามารถซ่อมแซมได้ทันที กองทัพบกได้จัดกำลังพลเข้าซ่อมแซมแล้ว คาดว่าใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนจะแล้วเสร็จ
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบางพื้นที่ที่ยังไม่ได้สำรวจความเสียหายเนื่องจากยังเป็นพื้นที่เสี่ยง เมื่อได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานความมั่นคงแล้ว กรมโยธาฯจะเร่งเข้าสำรวจและช่วยเหลือทันที
“กรมโยธาฯ เข้าใจในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยจะพยายามเร่งการสำรวจและก่อสร้างเพื่อให้สามารถกลับเข้าไปอาศัยในบ้านของตนเองให้เร็วที่สุด” อธิบดีพงษ์นรากล่าว