เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
Real Estate SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
SD WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ดูทั้งหมด

‘ศิริกัญญา’ ยันปรับลดงบฯ 5 หมื่นล้าน เตรียมรับมือวิกฤต 3 เสี่ยงการคลังไทย

13 ส.ค. 2568 | 11:26น.
‘ศิริกัญญา’

ศิริกัญญา’ ยัน ขอปรับลดงบฯภาพรวม 5 หมื่นล้าน เก็บกระสุนไว้ใช้ยามวิกฤตที่ประเทศต้องเผชิญ ชี้การคลังไทยมีภาวะ 3 เสี่ยง “รายได้ รายจ่าย หนี้สาธารณะ” เผยหากกู้ตามแผน จีดีพีจะขึ้นไปถึง 69% หนี้สาธารณะอาจชนเพดานในปี’69

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ทำหน้าที่ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ที่ กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว วาระ 2 เข้าสู่การพิจารณารายมาตรา โดยในมาตรา 4 ภาพรวม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.สงวนความเห็น อภิปรายว่า

มีขอให้การปรับลดงบประมาณเพิ่มอีก 50,000 ล้านบาท เหลือ 373,600 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติที่เราจะอยากที่จะตัดลดงบประมาณเพิ่มในยามที่ประเทศอาจจะยังเผชิญกับวิกฤตคู่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ และการปะทะกันในเขตชายแดน ซึ่งเราหวังว่าวิกฤตชายแดนน่าจะจบลงในเร็ววันไม่ยึดเยื้อไปจนถึงปีงบประมาณ 2569 แต่วิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้เรามาถึงจุดที่ต้องขอปรับลดงบประมาณลง 50,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามจำเป็น

“อีก 3 วันข้างหน้า สมาชิกก็คงจะได้รับฟังว่ามีรายการอะไรบ้าง มีประเด็นใดบ้างของงบประมาณปี’69 ที่ได้จัดทำมาซ้ำซ้อน แพง ไม่จำเป็น และจำเป็นจะต้องปรับ ลด รีด ไขมันออก ต้องชะลอ เลื่อนออกไปก่อน ต้องจัดลำดับความสำคัญกันใหม่ นั่นคือเหตุผลทางด้านงบประมาณ ส่วนดิฉันอยากที่จะนำเสนอเหตุผลในการปรับลดงบประมาณที่เป็นเหตุผลทางด้านการคลัง ที่จะขอปรับลด จากวิกฤตที่จะเกิดจากสงครามการค้าที่กำลังจะมาถึง ทำให้การคลังของประเทศตกอยู่ในภาวะ 3 เสี่ยง ทั้งด้านรายได้ รายจ่าย และหนี้สาธารณะ” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่จัดทำโดยสภาพัฒน์ ที่นำมาเสนอให้กับทางกรรมาธิการได้รับทราบคือประมาณการของจีดีพีในปี 2569 ว่าจากเดิมที่ตอนจัดทำงบประมาณฉบับนี้ประมาณปลายปี 2567 ตอนนั้นจีดีพีอ่านว่าเติบโตที่ 2.8%

ล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2568 จีดีพีมีการคาดการณ์ว่าในปี’69 จะเติบโตเพียงแค่ 1.6% ลดลงมา 1.2% หลายท่านอาจจะบอกว่าตอนนี้เราทราบอัตราภาษีสหรัฐแล้ว สถานการณ์อาจจะดีขึ้น ซึ่งไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะหลายสำนักมีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจสำหรับปี 2568 ขึ้นเป็น 2.0, 2.3, 2.5% บ้าง แต่ยังไม่มีสำนักวิจัยไหนที่ปรับเพิ่มจีดีพีสำหรับปี 2569 เลย

น.ส.ศิริกัญญา ต่อว่า เสี่ยงแรกที่จะเกิดวิกฤตแนวโน้มที่ชะลอตัวลงมากกับรายได้ ประมาณการรายได้ของปี 2569 ใช้ฐานจากจีดีพีที่ 2.8% ทำให้เมื่อจีดีพีปรับลดลงก็จะทำให้การจัดเก็บรายได้ลดลงด้วยจากการประมาณการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังบอกว่าทุก ๆ 1% ที่เป็นจีดีพีราคาประจำปีลดลงจะทำให้รายได้จากการจัดเก็บรายได้ลดลง 0.85% ดังนั้นถ้าจีดีพีลดลง 1.7% จะทำให้รายได้ที่ไหนได้ที่รัฐบาลจัดเก็บลดลง 1.45% แต่เศรษฐกิจที่จะชะลอตัวจากสงครามการค้าไม่ได้ส่งผลเฉพาะจีดีพีของประเทศเรา

แต่ส่งผลต่อจีดีพีทั่วโลกและอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รายได้ที่เราจัดเก็บลดลงคือราคาน้ำมันที่ลดลงด้วยมีการประมาณการว่าราคาน้ำมันดิบโลกในปี 2569 จะอยู่ระหว่าง 60-68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่านั้น ต่างจากที่เคยประมาณการไว้ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งน่าจะทำให้เราจัดเก็บรายได้ที่ได้จากภาษีเงินได้ปิโตรเลียมและภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าน้ำมันลดลงประมาณ 0.7% เช่นเดียวกัน รวม ๆ แล้วแค่สองปัจจัยนี้ก็จะทำให้รัฐจัดเก็บรายได้ได้พลาดเป้าอาจจะเกือบ 64,000 ล้านบาท นี่เป็นเรื่องใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2569 อันเนื่องมาจากความผันผวนของเศรษฐกิจที่เกิดจากสงครามการค้าแต่เรื่องเดิมที่เป็นปัญหาของการจัดเก็บรายได้ของประเทศไทยยังคงอยู่

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรามีปัญหาในเรื่องการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เราจัดเก็บภาษีได้ประมาณ 15% ของจีดีพี ซึ่งต่ำกว่า หลาย ๆ ประเทศ ที่เป็นประเทศในกลุ่มเดียวกับประเทศของเรา ปี’67 รายได้ภายหลังจากภาษีจัดเก็บตกเป้าเกือบ 80,000 ล้านบาท แต่ในท้ายที่สุดสามารถที่จะปิดได้เพราะมีรายได้พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการให้ ปตท.ปันผลก่อนเวลาอันควร หรือบีบให้กองทุนวายุภักษ์ปันผลเพิ่มเติม และกองสลากมีรายได้เพิ่มเติมก็สามารถที่จะปั่นผลได้เพิ่ม แต่สังเกตว่ารายได้จากรัฐวิสาหกิจในปี’67 เพิ่มขึ้นถึง 25.4% เรียกว่าเป็นเดอะแบกที่ทำให้เราสามารถปิดหีบในปี 2567 ได้

ส่วนปี’68 สถานการณ์ก็ยังคงเหมือนเดิม เรามีแนวโน้มที่จะจัดเก็บภาษีตกเป้าอีกเช่นเคย เฉพาะ 9 เดือนแรกรายได้ภาษีตกเป้าไปแล้วเกือบ 70,000 ล้านบาท เห็นได้ชัดคือกรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีรถยนต์ ภาษีน้ำมัน ภาษียาสูบไม่ได้เลย ส่วนกรมสรรพากร พอเศรษฐกิจตกต่ำก็จะทำให้จัดเก็บภาษีเงินได้ลดลงเช่นเดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าปีนี้จะมีเดอะแบกอย่างรัฐวิสาหกิจใด มาช่วยปิดหีบอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะเป็นปัญหาทางการครั้งต่อไป

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ในปี 2569 ความล่าช้าเรากำลังจะมีปัญหาใหม่มาทั้งที่ปัญหาเดิมยังไม่ได้มีการแก้ไข ถึงแม้จะมีแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีที่จะประกาศประมาณเดือนกันยายน แต่ตอนนี้เรายังไม่เห็น จึงอยากได้จากประธานคณะกรรมาธิการ ว่าจะมีแนวทางอย่างไร เพราะปัญหาเดิม ๆ ไม่ว่าจะการจัดเก็บภาษีรถยนต์ที่มีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ การที่คนหันไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือการจัดเก็บภาษียาสูบที่มีการเปลี่ยนอัตราใหม่ก็ไม่สามารถจัดเก็บได้เหมือนเดิมอีกต่อไป จึงถือเป็นความเสี่ยงสำคัญทางด้านรายได้ที่เราจะต้องเจอในปี’69

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ความเสี่ยงทางด้านรายจ่าย เมื่อเราต้องเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจเราจำเป็นจะต้องมีงบฯ พยุง ฟื้นฟู กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้มีการเตรียมการเอาไว้ งบฯกลางในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังอยู่ที่ 25,000 ล้านบาทเท่าเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือแปรเพิ่มเข้ามาในส่วนนี้

ทั้งที่ในปี’68 ไม่มีวิกฤตยังมีงบฯเกือบ 200,000 ล้านบาทปี ทุนเอฟทีเอที่จะช่วยเหลือเกษตรกรไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเลย และไม่ได้มีการแปรญัตติงบฯเพิ่มเติมแต่อย่างใด กองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้งบฯเพิ่มแค่ 5 ล้านบาท ซึ่ง 800 ล้านบาท แทบจะทำอะไรไม่ได้ในช่วงที่เกิดวิกฤต ซึ่งจะทำให้เราไม่มีงบประมาณเหลือจ่ายไปใช้ในการที่จะพยุงหรือฟื้นฟูเศรษฐกิจ

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะที่กำลังจะชนเพดานแล้วพื้นที่ทางการคลังของเราเหลือไม่มากแล้ว ปัจจุบันเดือนมิถุนายน 68 หนี้สาธารณะอยู่ที่ 64% ซึ่งเราคิดว่าน่าจะพอไหวแต่สิ้นปีงบประมาณ ปี’68 ขึ้นอยู่ที่ 66% ในส่วนปี’69 หากกู้ตามที่ได้วางแผนไว้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะขึ้นไปถึง 69% เนื่องมาจากจีดีพีของเรากำลังทดถอยลงเรื่อย ๆ ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีกำลังจะชนเพดานในปี 2569 นี้

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงจะต้องมีการประหยัดงบประมาณในส่วนนี้เพื่อไปสมทบในส่วนหน้า ดิฉันคิดว่าแน่นอนแล้วที่เราจำเป็นจะต้องมีการขยายเพดานหนี้สาธารณะให้เกิน 70% ของจีดีพี และอาจจะต้องมีการออก พ.ร.บ.เงินกู้หรือเงินกู้ต่าง ๆ เพื่อมาพยุงเศรษฐกิจในปี 2569 เพราะถ้าดูจากยอดปรับรถของปี’69 เพื่อที่จะเกลี่ยงบประมาณใหม่ไปใช้ในสิ่งที่ถูกที่ควรปรากฏว่าไม่ได้เป็นไปตามนั้น เพราะการพิจารณาที่ผ่านมาปรับรถงบประมาณไปได้เพียง 8,921 ล้านบาท แล้วถูกนำไปเกลี่ยให้กับงบประมาณที่ควรจะต้องขอมาตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้หนี้ให้กับรถไฟฟ้าสายสีส้ม

การจัดงานประชุมผู้ว่าการธนาคาร ไอเอ็มเอฟ งบฯที่ต้องใช้คืนประกันสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นจะเห็นได้ว่ายอดปรับลดงบฯปี’69 ไม่ได้รู้สึกรู้สาเลยว่าเรามีวิกฤตรออยู่ ต่างจากปีอื่น ๆ ที่เรามีวิกฤตโควิดก็สามารถตัดงบประมาณได้ถึง 30,000 ล้านบาท จึงเป็นเหตุผลว่าดิฉันไม่ได้อยากตัดงบประมาณในช่วงที่เราเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เราจำเป็นจะต้องเก็บกระสุนไว้ เพราะการจัดงบประมาณในครั้งนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ที่จะช่วยให้ประเทศรอดพ้นจากสงครามการค้าได้ เราก็จำเป็นต้องปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ เพื่อเก็บพื้นที่ทางการคลังเอาไว้ใช้เมื่อเกิดวิกฤตจริง น.ส.ศิริกัญญา กล่าว