บมจ. ศักดิ์สยามลิสซิ่ง (SAK) โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2568 กำไรสุทธิ 439 ล้านบาท เติบโต 11.6% พอร์ตสินเชื่อพุ่ง 11.9% สู่ 14,900 ล้านบาท รับดีมานด์สินเชื่อเกษตรและกลยุทธ์ขยายสาขา ตั้งเป้าพอร์ตทั้งปีแตะ 15,500 ล้านบาท
นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยภายใต้แบรนด์ “ศักดิ์สยามลิสซิ่ง” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2568 (มกราคม-มิถุนายน) เติบโตต่อเนื่อง โดยพอร์ตสินเชื่อรวมขยับสู่ 14,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนรายได้รวมแตะ 1,686 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% และมีกำไรสุทธิ 439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% ขณะที่ไตรมาส 2/2568 (เมษายน-มิถุนายน) มีรายได้รวม 859 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.7% และกำไรสุทธิ 215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ปัจจัยเติบโตมาจากความต้องการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และสินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตรที่เติบโตโดดเด่น ตามฤดูกาลเพาะปลูกของภาคเกษตร รวมถึงผลสำเร็จจากการขยายสาขาใหม่ครบ 50 สาขาในไตรมาสแรก ทำให้ปัจจุบันมีสาขารวม 1,079 แห่ง ครอบคลุม 47 จังหวัด
ส่งผลให้สินเชื่อของ SAK สามารถตอบสนองดีมานด์อย่างรวดเร็วและตรงจุด ทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำเป็น เพื่อนำไปใช้ในการเพาะปลูกและต่อยอดผลผลิตได้อย่างเต็มที่ และสำหรับประชาชนทั่วไป SAK ก็เป็นฐานทุนที่แข็งแกร่งและยืดหยัดเคียงข้างในสถานการณ์ที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างต่อเนื่อง

“SAK สามารถควบคุมสัดส่วน NPL อยู่ที่ 2.6% ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568 ผ่านกลยุทธ์การคัดกรองสินเชื่อคุณภาพสูงตั้งแต่ต้นทาง การกระจายความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อไปยังกลุ่มลูกค้าและพื้นที่ที่หลากหลาย รวมทั้งการติดตามและจัดเก็บหนี้อย่างใกล้ชิด สะท้อนถึงความสามารถการบริหารจัดการความเสี่ยงที่โดดเด่นและรัดกุมในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ซึ่งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ตอกย้ำรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งพร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายศิวพงศ์ กล่าว
ส่วนแผนการดำเนินงานครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าปล่อยสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน สินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตร สินเชื่อที่ดิน และสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) เนื่องจากดีมานด์เพิ่มขึ้น โดยจะเน้นลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำหรือเกษตรกรที่ได้รับผลดีจากสภาพอากาศ และปล่อยสินเชื่ออย่างรัดกุม เพื่อรับมือความผันผวนของราคาพืชผลจากภาวะเศรษฐกิจ พร้อมประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการเงิน ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมปี 2568 แตะ 15,500 ล้านบาท เติบโต 8-10% สอดคล้องกับแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเกษตรและการขยายฐานลูกค้าอย่างยั่งยืน