เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
Tech ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
Economic พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
Biz Movement สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
Biz Movement เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
Columns ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
หัวใจของสเปน
Columns หัวใจของสเปน
อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
Politics อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’  ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
World ‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’ ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
อภิสิทธิ์​ หนุนรัฐบาล​​พับแผน ‘แลนด์​บริจด์​’ แนะลุยเชื่อมระบบราง​ ท่าเรือ ถนน​
Politics อภิสิทธิ์​ หนุนรัฐบาล​​พับแผน ‘แลนด์​บริจด์​’ แนะลุยเชื่อมระบบราง​ ท่าเรือ ถนน​
ดูทั้งหมด

‘พิชัย’ ถกรับมือผลกระทบภาษี ชงแก้ พรบ.กองทุนเพิ่มขีด-หวั่นตกงานพุ่ง

22 ส.ค. 2568 | 10:19น.
high-angle-view-data-alarm-clock-table

“พิชัย” นัดถกคณะทำงานรับมือผลกระทบภาษี “ทรัมป์” ขณะที่สัปดาห์หน้าชง ครม. แก้กฎหมายกองทุนเพิ่มขีดแข่งขัน-เปิดทางช่วยผู้ประกอบการรูปแบบ “เงินให้เปล่า” ขณะที่ “สำนักวิจัย” หวั่นพิษภาษีสหรัฐกระทบจ้างงานครึ่งปีหลัง-หนี้เสียพุ่ง ฟาก “เลขาฯ สศช.” ประเมินคนตกงานเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่มากเหมือนช่วงโควิด

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในเร็ว ๆนี้ จะมีการประชุมนัดแรกของคณะทำงานเสริมสร้างศักยภาพและรองรับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน หลังจากรักษาการนายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งแต่งตั้ง ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะมีทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน (กกร.) และภาคเกษตรที่เกี่ยวข้อง

“ผลการเจรจาภาษีกับสหรัฐที่จะต้องทำเรื่องเข้าสภา อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน เพราะยังเจรจาในรายละเอียดไม่เสร็จ อย่างเรื่อง RVC (เกณฑ์การคํานวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตในประเทศ/ภูมิภาค) ต้องรอทางสหรัฐสรุปออกมาว่าจะเป็นเท่าไหร่ ตอนนี้เราก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือไว้”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในส่วนเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่าน สัปดาห์หน้า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) แก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันมีเงินทุนอยู่ 15,000 ล้านบาท เพื่อใช้ช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ได้ รวมถึงสนับสนุนอุตสาหกรรรมเป้าหมายได้จริง

“การแก้ไขสาระสำคัญ อาทิ การกำหนดว่าอุตสาหกรรมเป้าหมายแบบใดที่มีผลกระทบแค่ไหนจะได้รับการช่วยเหลือ ขณะเดียวกันเดิมเคยกำหนดให้เงินเฉพาะบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย แต่ก็จะเปิดกว้างสำหรับบริษัทที่มีต่างชาติถือหุ้นอยู่ด้วย และการใช้เงินกองทุน เดิมจะสนับสนุนในลักษณะแมตชิ่งฟันด์ แต่จะปรับให้มี Grant หรือเงินช่วยเหลือในลักษณะให้เปล่าด้วย”

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า มองไปข้างหน้ามีความเสี่ยงแรงงานจะลดลง จากกิจกรรมภาคผลิตที่ปรับลดลง โดยประเมินว่า ดัชนีภาคการผลิต (MPI) ปีนี้ จะหดตัว 1-2% ซึ่งจะส่งผลต่อการจ้างงาน โดยล่าสุดมีตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ พบว่า ณ เดือน มิ.ย. 2568 แรงงานหายไปแล้ว 2.89-2.9 แสนคน เหลืออยู่ที่ 6.3 ล้านคน จากสิ้นปี 2567 อยู่ที่ 6.6 ล้านคน

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ผลกระทบต่อภาคการผลิตและการจ้างงาน คาดจะเริ่มเห็นในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้ เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อ (Order) จะเห็นล่วงหน้า 3-4 เดือน ซึ่งคาดว่าคำสั่งซื้อจะชะลอลงบ้าง แต่การจ้างงานยังคงไม่ได้ลดลงในทันที อาจจะต้องรอดูคำสั่งซื้อในปี 2569 เพราะหากไทยไม่ได้เสียเปรียบคู่แข่งทางด้านภาษีมากนัก จะเป็นเรื่องของอัตราส่วนกำไร (Margin) ของผู้ประกอบการแต่ละราย ว่าจะสามารถแข่งขันได้หรือไม่มากกว่า

“หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี ล่าสุด แล้วธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยตามทันที สิ่งที่ กนง.คาดหวังจะเป็นกระสุนในการช่วยลดต้นทุนและเร่งการปรับตัวของผู้ประกอบการ ในเรื่องของการแข่งขัน และช่วยยกระดับมาร์จิ้นในช่วง 5-6 เดือนข้างหน้า”

นายเมธัส รัตนซ้อน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุน กลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า มองไปข้างหน้า Reciprocal Tariffs จะมีผลต่อภาคการผลิตที่มีสัดส่วนราว 20-30% ของ GDP และการจ้างงานพอสมควร โดยมีสิ่งที่น่าห่วง 2-3 เรื่อง คือ 1.หากภาษีเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการลดราคาสินค้าเพื่อให้แข่งขันได้ และคงจำนวนสินค้าไว้เท่าเดิม หากผู้ประกอบการกำไรลดลง แต่มาลดต้นทุน ก็จะลดชั่วโมงการทำงานลง

2.เมื่อลดชั่วโมงทำงาน แรงงานที่พึ่งพารายได้จากการทำงานล่วงเวลา (OT) จะรายได้น้อยลง จะกระทบการผ่อนชำระหนี้ และ 3.รายได้ที่ปรับลดลง ทำให้คนใช้จ่ายได้น้อยลง ซึ่งจะกระทบต่อไปยังภาคผลิตอีกครั้ง ทำให้การลดชั่วโมงการทำงาน ลด OT อาจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้บริษัทอยู่ได้ อาจจะนำไปสู่การตัดสินใจลดจำนวนคนในที่สุด

“ภาคผลิตของเราซึมมาหลายปี และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ที่จะเริ่มมีผลจากนโยบายภาษี Tariffs ที่ 19% ส่งผลต่อการส่งออก และการขายของที่ยากมากขึ้น ส่งผลต่อภาคผลิตที่แย่ลง สะท้อนไปยังตลาดแรงงาน กระทบการใช้จ่ายน้อยลง เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามผลกระทบต่อเนื่อง หากไม่มีมาตรการชัดเจนที่เข้ามาช่วย โดยเฉพาะผู้ประกอบการสายป่านสั้น และ Margin ในกลุ่มที่ค่อนข้างบาง เช่น กลุ่มสินค้าเกษตร หรือกลุ่มที่ใช้ Local Content ไม่เกิน 10-15% เป็นต้น มีความเสี่ยงที่จะได้ผลกระทบหนักกว่ากลุ่มอื่น”

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การผิดนัดชำระหนี้ในกลุ่มภาคการผลิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามสัญญาณของภาคการส่งออกที่ชะลอตัวลงจาก Reciprocal Tariffs โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าอัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นบ้าง จากภาคการผลิตที่ชะลอตัว แต่คงไม่รุนแรง เหมือนช่วงสถานการณ์โควิด เนื่องจากอัตราภาษีที่ออกมา มีผลกระทบแต่ไม่หนักเหมือนที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้