Skip to content

ส.การแสดงสินค้า เร่งยกระดับไทยสู่ฮับ จัดแสดงสินค้าอาเซียน

25 ส.ค. 2568 | 06:16น.
ส.การแสดงสินค้า เร่งยกระดับไทยสู่ฮับ จัดแสดงสินค้าอาเซียน
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเริ่มกลับมาเดินหน้า และภูมิภาคเอเชียกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของนักลงทุนทั่วโลก “อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้า” หรือ Exhibition Industry จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเชื่อมโยงธุรกิจ B2B-B2C เข้ากับตลาดต่างประเทศอย่างเป็นระบบ

“ประชาชาติธุรกิจ” ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ “ลอย จูน ฮาว” นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) ถึงภาพรวมทิศทางของอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าในประเทศไทยสำหรับปี 2568 และแนวโน้มในปี 2569

“ลอย จูน ฮาว” บอกว่า ในอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านั้น ประเทศไทยยังครองความได้เปรียบ ทั้งด้านศักยภาพของสถานที่จัดงาน ผู้จัดงาน และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางของการจัดแสดงสินค้าในภูมิภาคอาเซียน และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยในปีหน้าคาดว่าจำนวนผู้ประกอบการจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ “จีน” จะเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก 5-10% จากปัจจุบันที่บางงานมีผู้แสดงสินค้าชาวจีนคิดเป็นสัดส่วนถึง 50% ของพื้นที่แสดงสินค้า

ภายใต้วิสัยทัศน์ของคณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันนั้น สมาคมจะขับเคลื่อนงานผ่านแนวคิดหลัก 3 แกน ได้แก่ 1.All Inclusive การรวมผู้เล่นทุกกลุ่มในอุตสาหกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร 2.All Responsive ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

และ 3.Forward Thinking มุ่งวางแผนเพื่ออนาคตและยกระดับสู่มาตรฐานสากล โดยใช้ 2 แพลตฟอร์มเป็นกลไกสำคัญ ได้แก่ Marketing Platform มุ่งพัฒนาโอกาสทางการตลาด ทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นทั้ง B2B และ B2C และ Capability Development Platform พัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ และแรงงานในอุตสาหกรรมให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs

นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) บอกอีกว่า ปัจจุบันมีงานแสดงสินค้าในประเทศไทยจัดขึ้นกว่า 120 งานต่อปี โดยกว่า 80-90% เป็นงานที่จัดโดยภาคเอกชน ขณะที่แนวโน้มในตลาดโลกเติบโตเฉลี่ยปีละ 2-6% ส่วนประเทศไทยมีการเติบโตที่ระดับ 2-3% ต่อปี และติดอันดับ 7 ในภูมิภาคเอเชียในแง่ของศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้

โดยอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงสุดในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเครื่องจักรและการผลิต (Machinery & Manufacturing) เช่น งาน METALEX กลุ่มเกษตรกรรมและปศุสัตว์ (Agriculture & Livestock) เช่น งาน VIPA กลุ่มการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ (Medical & Biotech) เช่น งาน Medical First กลุ่มดิจิทัล โลจิสติกส์ และอากาศยาน (Digital, Logistics & Aviation) และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) เช่น งาน THAIFEX

สำหรับผู้แสดงสินค้าชาวจีนนั้น “ลอย จูน ฮาว” บอกว่า ในอุตสาหกรรมประเมินว่าปัจจุบันสัดส่วนของผู้แสดงสินค้าชาวจีนในงานแสดงสินค้าประเภท B2B ในไทยอยู่ที่ประมาณ 20-50% ขึ้นอยู่กับประเภทของงาน โดยกลุ่มที่มีสัดส่วนสูง เช่น งานเครื่องจักร อุตสาหกรรมหนัก และสินค้าเพื่อการส่งออก

โดยคาดว่าในปี 2569 จะมีผู้แสดงสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 5-10% ซึ่งปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ความต้องการขยายตลาดในอาเซียน ความร่วมมือระหว่างผู้จัดงานไทยและจีนภายใต้ MOU ต่าง ๆ และความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้า