เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
รถไฟฟ้าสีม่วง“เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ” คืบหน้า 75.90% เปิดปี’73 เชื่อมการเดินทาง 3 จังหวัด
Economic รถไฟฟ้าสีม่วง“เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ” คืบหน้า 75.90% เปิดปี’73 เชื่อมการเดินทาง 3 จังหวัด
‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ตำนาน ผู้บุกเบิกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า 5 ทศวรรษ’
Business ‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ตำนาน ผู้บุกเบิกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า 5 ทศวรรษ’
ดูทั้งหมด

InterGOLD ชี้ทองคำครึ่งปีหลังเสี่ยงพักฐาน 100-150 ดอลลาร์ หลังรับปัจจัยบวกนาน

28 ส.ค. 2568 | 17:56น.
InterGOLD

InterGOLD ประเมินราคาทองคำครึ่งปีหลัง 2568 เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบกว้าง ชี้มีโอกาสพักปรับฐานลด 100-150 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังรับปัจจัยบวกมานาน ชูกลยุทธ์ธุรกิจ The Next Move ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 10% เปิดเกมรุกแพลตฟอร์มดิจิทัล ขยายฐานนักลงทุนทองคำ

นายธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด หรือ InterGOLD ประเมินทิศทางราคาทองคำครึ่งปีหลัง 2568 ว่ายังคงเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบกว้าง ครึ่งปีหลังราคาทองคำมีโอกาสปรับฐานลง 100-150 ดอลลาร์ต่อออนซ์

เนื่องจากตลาดทองคำรับปัจจัยบวกมามากแล้ว และยังไม่เคยมีการปรับฐานมานาน หลังจากปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดประมาณ 54,000 บาทต่อบาททองคำในครึ่งปีแรก ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 25% จากปลายปีที่ผ่านมา โดยมองแนวรับที่ 3,300 และ 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ราคาทองคำไทยอยู่ที่ 51,300 และ 50,500 บาท

ธีรรัฐ จุฑาวรากุล
ธีรรัฐ จุฑาวรากุล

สำหรับปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำ ซึ่งนักลงทุนต้องติดตาม ได้แก่

– นโยบายการเงินสหรัฐ : ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยแม้แต่ครั้งเดียวในปี 2568 ทั้งที่เคยส่งสัญญาณการปรับลด 3 ครั้ง การลดดอกเบี้ยช้ากว่าที่คาด เป็นปัจจัยเชิงลบต่อราคาทองคำ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงเพิ่มต้นทุนการถือครองทองคำของนักลงทุน

– สงครามการค้า : ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศเริ่มคลี่คลายลง การเจรจาและความคาดหวังจากข้อตกลงการค้าต่าง ๆ ไม่ได้สร้างแรงหนุนให้ราคาทองคำเหมือนช่วงก่อนหน้า แต่กลับส่งผลให้เกิดแรงกดดันที่อาจทำให้ราคาปรับลง

– ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ : สถานการณ์ระหว่างอิสราเอล-อิหร่านยังมีความเสี่ยงที่คาดเดาไม่ได้ รัสเซียและยูเครนก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติ หากปะทุขึ้นอีกครั้งอาจเป็นแรงกระตุ้นให้ราคาทองคำพุ่งขึ้น ขณะที่สงครามการค้าเริ่มสงบลงและลดแรงหนุนจากความไม่แน่นอน

– ทิศทางธนาคารกลางโลก : ธนาคารกลางจีนมีการซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเวลา 14 เดือนในปี 2567 แต่เมื่อหยุดการซื้อ ราคาทองคำปรับตัวลงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งแสดงว่านโยบายการซื้อทองคำของจีนเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาดทองคำโลก ปัจจุบันจีนกลับมาซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่จีนหยุดเข้าซื้อทองคำ เพราะอาจส่งผลต่อความผันผวนของตลาด

– ความเชื่อมั่นในดอลลาร์สหรัฐ : ปัญหาเพดานหนี้สาธารณะและนโยบายการเพิ่มปริมาณเงินอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้ดอลลาร์เป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการเมือง ส่งผลให้หลายประเทศเริ่มมองหาสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองสากล

– ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ : ภาวะเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะหากเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์หรือนโยบายภาษีนำเข้าที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาทองคำได้รับแรงหนุนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การปรับฐานของทองคำในระยะสั้นอาจไม่ได้เกิดจากปัจจัยลบอย่างชัดเจน แต่เกิดจากภาวะที่ตลาด “รับข่าวดีไปมากแล้ว” จนทำให้แรงซื้อเริ่มชะลอ กองทุนหรือธนาคารกลางที่สะสมทองคำในช่วงก่อนหน้าอาจอาศัยจังหวะนี้ขายทำกำไร หากไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้นตลาด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการพักฐานเพื่อรอข่าวหรือแรงหนุนรอบใหม่

โดยภาพรวมทองคำยังเป็นเทรนด์ขาขึ้นและยังคงเป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์สำหรับนักลงทุนในปี 2568 และปีถัดไป ซึ่งมีศักยภาพที่จะทำจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยราคาทองคำโลกกำลังเข้าใกล้แนวต้านสำคัญที่ 3,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และราคาทองคำไทยอยู่ที่แนวต้านราว 52,000 บาทต่อบาททองคำ หากราคาทองคำโลกสามารถทะลุและยืนเหนือ 3,530 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ก็มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ซึ่งจะส่งผลให้ทองคำไทยขยับขึ้นไปแตะระดับประมาณ 53,000 บาท

นายธีรรัฐมองว่า กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูง คือ การเน้น “ตั้งรับ” โดยปรับกลยุทธ์จากการเก็งกำไรระยะสั้น มาเป็นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือทยอยการลงทุน (Dollar Cost Average : DCA) เพื่อบริหารต้นทุนเฉลี่ย และถือทองคำในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน

“ราคาทองคำในประเทศหลังจากทำจุดสูงสุด 54,000 บาท/บาททองคำในครึ่งปีแรก กำลังเข้าสู่ช่วงพักฐาน จึงเป็นจังหวะเหมาะในการทยอยสะสม โดยเฉพาะนักลงทุนระยะกลางถึงยาว ควรเน้นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน” นายธีรรัฐกล่าว

นายธีรรัฐยังเปิดเผยในส่วนแผนงานบริษัทอีกว่า ปี 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ InterGOLD โชว์ศักยภาพการเติบโตในตลาดทองคำไทย ด้วยยอดขายติดอันดับ 4 ของกลุ่มผู้ประกอบการค้าทองคำในประเทศ โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายโต 10% จากปี’67 ที่มียอดขายมูลค่า 610,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีแผนเดินหน้าขยายกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อเข้าถึงนักลงทุนทุกกลุ่มทั้งรายย่อยและร้านทอง

ครึ่งปีแรกของปีนี้ InterGOLD เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะฐานลูกค้ารายบุคคลที่เพิ่มขึ้นถึง 50% สะท้อนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนรุ่นใหม่ โดยสัดส่วนลูกค้าของ InterGOLD มาจากร้านทอง 80% และกลุ่มอื่น ๆ 20% ส่วนผลิตภัณฑ์ทองคำที่จำหน่ายเป็นทองคำแท่ง 96.5% ประมาณ 70% และทองคำ 99.99% ที่เหลือ บริษัทจำหน่ายทองแท่งขนาด 5-50 บาท และทองที่ระลึกขนาด 0.5-2 กรัม

นายธีรรัฐกล่าวว่า InterGOLD ได้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจร ผ่าน 2 แอปพลิเคชั่นหลัก ได้แก่ Gold2Go สำหรับนักลงทุนรายย่อย และ InterGOLD สำหรับร้านทองหรือผู้ซื้อขายทองคำในปริมาณมาก ด้วยระบบจัดการสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ โดยมียอดดาวน์โหลดรวมกว่า 200,000 ครั้ง และในครึ่งปีแรกของปี 2568 Gold2Go มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นกว่า 70% สะท้อนถึงความนิยมและการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งาน

นอกจากการขยายฐานลูกค้า InterGOLD ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง จากความผันผวนของราคาทองคำ ด้วยแนวคิดการลงทุนอย่างมีวินัยและการสร้างภูมิคุ้มกันพอร์ตผ่านวิธี Dollar-Cost Averaging (DCA) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนในช่วงราคาผันผวน พร้อมกับพัฒนาแอปพลิเคชั่นให้ยืดหยุ่น รองรับนักลงทุนทุกระดับ โดยเริ่มต้นซื้อทองได้เพียง 100 บาท และสามารถรับทองคำจริงตั้งแต่ 0.5 กรัม

ด้านกลยุทธ์การตลาด InterGOLD มุ่งสร้างความเชื่อมั่นบน 3 แกนหลัก ได้แก่ ความยั่งยืนของการลงทุน (Empathy) ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency) และบริการต่อเนื่อง 24/7 (Consistency) โดยลูกค้าสามารถซื้อขายและติดตามพอร์ตแบบเรียลไทม์ได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ InterGOLD ยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าเชิงกลยุทธ์ ทั้งในมิติพื้นที่และรูปแบบบริการ ตั้งเป้าเพิ่มร้านทองคู่ค้าทั่วประเทศกว่า 3,000 แห่ง และเริ่มบริการรับทองคำจริงนอกพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเริ่มจากเชียงใหม่เป็นพื้นที่นำร่อง เพื่อสร้างความสะดวกสบายและยกระดับประสบการณ์นักลงทุน

นายธีรรัฐกล่าวเสริมว่า บริษัทยังพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มให้เป็น All-in-One Platform ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่ฟีเจอร์ Gamification สำหรับนักลงทุนให้แข่งขันและวัดผลการลงทุน ไปจนถึงระบบลงทุนอัตโนมัติ (Auto-Trading) และการร่วมมือกับ Open Banking เพื่อผสานเทคโนโลยีการเงินเข้ากับความปลอดภัยระดับธนาคาร

ทั้งนี้ ในทุกขั้นตอน InterGOLD ยังคงเน้นความปลอดภัยสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี e-KYC ตรวจสอบตัวตนอัตโนมัติ มาตรการ Cyber Security และระบบติดตามธุรกรรมย้อนหลัง เพื่อให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่าการลงทุนในทองคำผ่าน InterGOLD นั้นปลอดภัยและเชื่อถือได้

“การขยายฐานลูกค้าบุคคลและการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล จะช่วยให้ InterGOLD สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน และตอบโจทย์ความต้องการลงทุนทองคำในทุกกลุ่มลูกค้าได้อย่างครบวงจร” นายธีรรัฐกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

InterGOLD ราคาทอง