เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

กรมชลประทาน พร้อมรับมือหน้าแล้งปี69 มั่นใจภาคตะวันออกมีน้ำใช้เพียงพอ

30 ส.ค. 2568 | 12:16น.

กรมชลประทานจัดสื่อมวลชนสัญจรติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก และพื้นที่ EEC หนุนเศรษฐกิจพื้นที่ขยายตัว สร้างความมั่นใจประชาชน นักลงทุนและเกษตรกรมีน้ำใช้เพียงพอ
นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 และผู้บริหารในพื้นที่นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง และอ่างเก็บน้ำบางพระ จ. ชลบุรี เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเป้าหมาย สามารถกระจายน้ำได้ทั่วถึงและเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค

รวมทั้งสามารถรักษาระบบนิเวศ การเกษตร การอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาภัยแล้งในปี 2569 ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาสภาพภูมิกาศของโลกที่มีความแปรปรวน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 เปิดเผยว่า ปัจจุบัน(28 ส.ค.68) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้ง 58 แห่ง ในพื้นที่ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันทั้งสิ้น 1,344ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นเกือบ 53% ของความจุอ่างฯรวมกัน จนถึงขณะนี้มีผลการสูบน้ำโครงข่ายบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก ดังนี้
1)การสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ฯและคลองชลประทานพานทอง มาเติมน้ำต้นทุนในอ่างฯบางพระ ปริมาณน้ำสะสมรวมประมาณ 35.4 ล้านลบ.ม.
2)การสูบผันน้ำจากแม่น้ำบางปะกง มาเติมน้ำต้นทุนให้อ่างฯบางพระ ปริมาณน้ำสะสมรวม 3.1 ล้านลบ.ม.
3)การสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ปริมาณน้ำสะสมรวม 27.44 ล้านลบ.ม.
4)การสูบผันน้ำกลับจากคลองสะพานไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ ปริมาณน้ำสะสมรวม 7.8 ล้านลบ.ม.
5)การสูบผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ เพื่อไปเสริมน้ำต้นทุนให้กับอ่างฯหนองปลาไหล ปริมาณน้ำสะสมรวม 20.17 ล้านลบ.ม.
6)การสูบผันน้ำกลับจากวัดละหารไร่ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ปริมาณน้ำสะสมรวม 1.58 ล้านลบ.ม.
ซึ่งถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปา รักษาระบบนิเวศ การเกษตรและภาคอุตสหกรรม ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ได้อย่างเพียงพอ ตลอดทั้งปี

​อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ที่เพิ่มมากขึ้น กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ตั้งแต่ปี 2563-2580 รวมทั้งสิ้น 39 โครงการ ทั้งการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ ปรับปรุงเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำเดิม สร้างโครงข่ายน้ำเพิ่มขึ้น จัดทำระบบสูบน้ำกลับ รวมทั้งการขุดลอก และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มเติม และยังได้มีการนำแนวคิดและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันมีโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ 17 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ 6 โครงการ และเป็นโครงการที่ต้องขับเคลื่อนอีก 16 โครงการ หากดำเนินการโครงการแล้วเสร็จทั้งหมด จะมีโอกาสสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้ถึง 909 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำให้แก่ประชาชนและเกษตรกรทั้งในและนอกพื้นที่ EEC ให้มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตรใช้ได้อย่างเพียงพอและไม่ขาดแคลน

นายทินกร เหลือล้น กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมชลประทานยังได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาภัยแล้งโดยมุ่งเน้นการพัฒนาแหล่งน้ำโดยใช้ศักยภาพของลุ่มน้ำต่าง ๆ ให้เกิดความสมดุลเพียงพอต่อความต้องการ บริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงความต้องการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่ มีแนวทางในการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยแล้งและน้ำท่วม รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกภาคส่วน กำหนดให้มีการบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่พร้อมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน”