เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

สร้างทางรอด จากอำนาจของเงิน

04 ก.ย. 2568 | 09:35น.
คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงิน
ผู้เขียน : พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (ทอมมี่)

หนทางสู่สภาวะของการหลุดพ้นจากอำนาจของเงินก็คือ “ลายแทงแห่งความรวย” ซึ่งสามารถทำได้โดยการสร้างสินทรัพย์ที่สามารถเสริมสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และให้งอกงามขึ้นเรื่อย ๆ การเป็นนักลงทุนที่ดีในธุรกิจจึงหมายถึงการที่สามารถสร้างสินทรัพย์ที่ดีได้โดยการแสวงหาการลงทุนที่เหมาะสมได้นั่นเอง

ในบรรดานักลงทุนที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมด จะเห็นได้ว่านักลงทุนสามารถแบ่งออกได้เป็นสองแบบใหญ่ ๆ คือ

1.นักลงทุนพันธุ์แท้ที่เป็นผู้ประกอบการ และลงทุนในธุรกิจของตัวเอง

2.นักลงทุนที่เป็นเจ้าของกิจการทางอ้อม โดยการเอาเงินไปลงทุนในตลาดการเงิน

ผู้ประกอบการหรือผู้ที่ลงทุนในธุรกิจของตัวเอง

การสร้างธุรกิจให้เป็นของตัวเองนั้นจะต้องยอมรับกับการที่มีรายได้ไม่แน่นอน (และก็ไม่เท่ากันทุกเดือนด้วย) อีกทั้งยังจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการล้มละลายเมื่อบริหารผิดพลาด แถมยังต้องติดหนี้ติดสินเพิ่มเติมอีกต่างหาก การตัดสินใจทำธุรกิจของตัวเองจึงต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ และเหมาะสมเสียก่อนที่จะทำการใดลงไป

แม้ว่าโอกาสในการประสบความสำเร็จนั้นจะมีน้อยหรือน้อยมากก็ตาม ความพยายามและไม่ท้อถอยก็ถือเป็นแรงผลักดันที่จะเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้มากขึ้น

โอกาสในการประสบความสำเร็จของนักลงทุนประเภทนี้ จะมีมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยหลัก ๆ 3 อย่างคือ

1) การเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำ

การแข่งขันกันในทางธุรกิจนั้นนับวันก็ยิ่งดุเดือดมากยิ่งขึ้น ซึ่งธุรกิจที่ดีนั้นไม่จำเป็นจะต้องเน้นแต่การแข่งขันแต่เพียงอย่างเดียว การเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น และทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำนั้น จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการหาลูกค้า และตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ในตลาดได้

2) การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็น และไม่ให้มันเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ

แม้ว่าธุรกิจจะทำกำไรได้มากมายแค่ไหน แต่หากขาดสภาพคล่อง หรือเงินสดไปชำระหนี้แล้ว ก็เหมือนกับคนหน้าตาดีที่อยู่ ๆ ก็ขาดอากาศหายใจแล้วก็ตายจากไป (ในทางกลับกัน การที่มีแต่เงินสดแต่ธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง ก็เหมือนกับคนที่หายใจไปวัน ๆ แต่สุขภาพทรุดโทรม ได้แต่รอวันตายจากไปในที่สุดเช่นกัน)

เจ้าของกิจการที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะในตัวธุรกิจ หรือในตัวของเจ้าของเอง ก็จะทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

1.การทำแผนธุรกิจที่ดีไปยื่นเสนอให้กับธนาคารในกรณีที่ขอสินเชื่อ หรือการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เป็นต้น

2.สำหรับเงินทุนที่มีมาอยู่แล้วจากตระกูล ก็สามารถให้ลูก ๆ หลาน ๆ ในตระกูลเอาไว้เล่นลองผิด ลองถูกได้ หรือสำหรับคนที่ญาติทางภรรยาหรือสามีไปรู้จัก หรือมีคอนเน็กชั่นกับคนใหญ่คนโต ก็สามารถพากันไปคุยขอวงเงินกู้พิเศษกับธนาคาร ซึ่งก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป

3) การที่สามารถมีพนักงานที่เก่งและดีมาทำงานแทนเขาได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจทุกประเภทคือ “ทรัพยากรบุคคล” เพราะไม่ว่าบริษัทจะดีแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถดำเนินอยู่ได้เมื่อบุคลากรนั้นไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งเมื่อมองตามมุมนี้แล้วก็จะเห็นกันอยู่ ว่าการทำธุรกิจทั่วไปนั้นมีอยู่ 2 ลักษณะคือ แบบที่จ้างตัวเอง และแบบที่จ้างคนอื่น

-การจ้างตัวเอง (Self-Employment)

ข้อดีของการจ้างตัวเองคือ สามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทั่วถึง และสามารถดำเนินงานให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าการให้คนอื่นบริหารงานแทน

ข้อเสียของการจ้างตัวเองคือ การที่ไม่สามารถปล่อยวางกิจการได้ และเมื่อใดที่เจ้าของกิจการล้มป่วย ก็หมายถึงวันที่กิจการนั้นเกิดล้มป่วยด้วยเช่นกัน

-การจ้างคนอื่น

ข้อดีของการจ้างคนอื่นคือ การที่เจ้าของกิจการเองสามารถเอาเวลาไปคิดทำอย่างอื่น และขยายโลกทัศน์ให้กว้างไกลได้มากขึ้น สร้างสินทรัพย์ให้งอกเงยขึ้นมาเรื่อย ๆ จะเห็นได้ทั่วไปจากบุคคลที่ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ ที่เวลาส่วนใหญ่จะเอาไปใช้ในการพบปะสังสรรค์ หรือเล่นกอล์ฟ เป็นต้น

ข้อเสียของการจ้างคนอื่นจึงอยู่ที่การต้องมอบความไว้วางใจให้กับคนอื่น โดยที่เจ้าของกิจการจะต้องรับความเสี่ยงเอาไว้เองเมื่อกิจการขาดทุน โดยปัญหาที่ปวดหัวกันอยู่ทุกที่ ก็คือปัญหาในด้านการบริหารคน เพราะการจะให้คนอื่นมาบริหารงานแทนนั้น จะต้องฝึกให้คิดแก้ปัญหาแทนเจ้าของกิจการให้ได้ก่อน ซึ่งก็ต้องมีการมอบหมายและพัฒนาตามความถนัดและเหมาะสม

บทสรุป

การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ลงทุนในธุรกิจของตัวเองนั้นก็คือการ “ใส่ไข่ลงในตะกร้าใบเดียว” ซึ่งถ้าประสบความสำเร็จได้ก็จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ออกดอกออกผล และเกิดแรงเหวี่ยงที่ทำให้ก่อเกิดรายได้ ทำให้เข้าถึงหนทางสู่สภาวะของการหลุดพ้นจากอำนาจของเงินได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างที่รู้ว่าความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจของตัวเองนั้นก็มีไม่มาก ดังนั้น เทคนิคการบริหารความเสี่ยงจึงมีส่วนสำคัญในการประกอบธุรกิจด้วยเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คุยฟุ้งเรื่องการเงิน