เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
Finance เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
ส่อง 20 กองทุนเด่นโค้งท้ายปี ก่อนปิดฉาก Thai ESG ลดภาษี 3 แสน
Finance ส่อง 20 กองทุนเด่นโค้งท้ายปี ก่อนปิดฉาก Thai ESG ลดภาษี 3 แสน
เร่งถกซื้อเพิ่มก๊าซเมียนมา เล็งแหล่ง A6 ส่งเข้าราชบุรี
Economic เร่งถกซื้อเพิ่มก๊าซเมียนมา เล็งแหล่ง A6 ส่งเข้าราชบุรี
ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
Business ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
Finance เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
Real Estate ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
Columns บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
ดูทั้งหมด

ฝุ่นตลบชิงเสียงตั้งรัฐบาล เพื่อไทย ติดล็อกยุบสภา-สส.เออร์ลี่รีไทร์

03 ก.ย. 2568 | 07:58น.
ชิงเสียงตั้งรัฐบาล
คอลัมน์ : Politics policy people forum

“จบแล้วครับนาย” ภาค 2 อาจเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2568

หลังจาก พ.ศ. 2551 กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่นำโดย เนวิน ชิดชอบ-อนุทิน ชาญวีรกูล นำ สส. 30 ชีวิต ตัดสินใจพลิกขั้วรัฐบาล หนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่วันนี้ พรรคภูมิใจไทย เดินหน้าจับขั้วตั้งรัฐบาลใหม่ เร่งปิดเกมรวดเร็วตั้งแต่นาทีแรกที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ให้ แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรี

อนุทินเดินเร็ว

ตั้งแต่ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย 4 วัน “อนุทิน” เดินเกมเปิดดีลตั้งรัฐบาล ทิ้งร่องรอยไว้บนโซเชียลมีเดีย แต่อีกฟากหนึ่งในพรรคเพื่อไทย ยังมั่นใจว่า คดี “แพทองธาร” จะรอดพ้นศาลรัฐธรรมนูญ แม้ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน

อีกซีกหนึ่งในหมู่ สส.พรรคเพื่อไทย นอกวงชินวัตร มีการวิเคราะห์อีกมุมว่า นาทีเป็นนาทีตายของรัฐบาลแพทองธาร คือวันที่ 28 สิงหาคม อันเป็น 1 วันก่อนคำพิพากษา หากรัฐบาลจะชิงปิดเกมยุบสภา ชิงความได้เปรียบ จะต้องภายในวันนั้นเท่านั้น เพราะหากถูกศาลรัฐธรรมนูญสอย เกมการเมืองจะเคลื่อนไปสู่โหมดการนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จะไม่มีโอกาสเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลเป็นครั้งที่สอง

แต่แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มียุบสภา-ลาออก อีกทั้ง มีกระแสข่าวสะพัดในช่วงค่ำวันที่ 28 สิงหาคม ว่า “อนุทิน” กับพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ได้นัดหารือกันเพื่อจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล

29 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “แพทองธาร” พ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นไปทั้งคณะ แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่เข้ามาแทนที่

อนุทินเดินเกมไปพบพรรคประชาชน ขอเสียงสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาลแทบจะทันที พร้อมกับรับข้อเสนอ 3 ข้อของพรรคประชาชน คือ 1.ยุบสภาใน 4 เดือน 2.จัดทำประชามติเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ 3.พรรคประชาชนจะไม่ร่วมรัฐบาลเด็ดขาด และไม่มีบุคคลในพรรคหรือตัวแทนไปรับตำแหน่งใน ครม.

เจตจำนงของพรรคภูมิใจไทย วางอยู่บนโต๊ะพรรคประชาชนก่อนพรรคเพื่อไทยที่ยังไม่มีท่าที

และในค่ำวันนั้น พรรคภูมิใจไทย ก็ปิดดีลกับพรรคกล้าธรรม มีภาพปรากฏเป็นหลักฐานยืนยัน ขณะที่กลุ่ม 18 เสียงพรรครวมไทยสร้างชาติ นำโดย สุชาติ ชมกลิ่น ก็ร่วมขบวนตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 29 สิงหาคม

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ที่มีหัวหน้าพรรค คือ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ได้นัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 2 แบบเงียบ ๆ มีการสลับเก้าอี้เลขาธิการพรรค จาก “ไพบูลย์ นิติตะวัน” มาเป็น “สันติ พร้อมพัฒน์” ก่อนจะไปปรากฏตัวร่วมดีลกับพรรคภูมิใจไทย

แผนรับมือสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทย ไม่เป็นไปตามเป้า เพราะคนระดับนำในพรรคมองมุมบวกมาตลอด หนึ่งในคนใกล้ชิดวงใน ประเมินสถานการณ์ในขณะนั้นว่า การที่คนที่เป็นมือซ้าย หูขวา ของทักษิณ อย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แห่งพรรคกล้าธรรม และกลุ่มทุนใหญ่ ย้ายข้างอย่างฉับพลัน ต้องมีสัญญาณพิเศษบางอย่างหรือไม่

สส.เพื่อไทย เออร์ลี่รีไทร์

ด้าน “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถือดุลอำนาจเพื่อไทย พยายามต่อสายแก้สถานการณ์ หนึ่งในนั้นคือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคประชาชน ขอเสียงสนับสนุน “ชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย เป็นนายกฯคนที่ 32

แต่กว่าจะได้สนทนาคือช่วงเช้าของวันที่ 30 สิงหาคม ทว่า “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันว่า จะรับข้อเสนอจากพรรคที่มาเจรจาที่พรรค กับหัวหน้าพรรค และผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันเท่านั้น หากดีลหลังบ้าน จะไม่มีการรับข้อเสนอใด ๆ

พรรคเพื่อไทยเสนอ 4 ข้อ Ad-on จากข้อเสนอเดิมของพรรคประชาชน 3 ข้อ รวมเป็น 7 ข้อ 1.จะยุบสภาใน 4 เดือน หากเงื่อนไขบรรลุผลก่อนกำหนดเวลา จะยุบสภาทันที 2.ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ โดยใช้รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นร่างหลัก 3.ทำประชามติยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ไปในครั้งเดียวกันกับประชามติแก้รัฐธรรมนูญ 4.เร่งคดีฮั้ว สว. และเขากระโดง

แต่ในจังหวะเดียวกัน ก็เป็นจังหวะให้ สส.เพื่อไทย ที่ต้องการ “ย้ายสังกัด” จากสารพัดเหตุผล ตัดสินใจขอเออร์ลี่รีไทร์ ถอดเสื้อคลุมเพื่อไทย

ทั้งที่คนในพรรคเพื่อไทยก็รับรู้เรื่องราว สส. และปัญหาภายในพรรค ทั้งเรื่องงบ-เงิน ทำพื้นที่

สส.บางส่วน ทั้งสอบได้-สอบตก ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร เมื่อเทียบพรรคการเมืองคู่แข่งในลู่

ภาพที่เห็น สส.เพื่อไทย ออกจากกลุ่มไลน์ ประกาศยกมือโหวตนายกฯคนใหม่ที่ไม่ใช่แคนดิเดตจากเพื่อไทย ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ของบรรดา สส.เพื่อไทย เพราะมีหลายเขตที่จัดประชุมหัวคะแนน ถามอนาคตทางการเมืองจะอยู่-ไปอย่างไม่ปิดบัง ที่สำคัญ สส.ที่แปรพักตร์ อาจไม่ใช่ย้ายซบพรรคภูมิใจไทยเพียงเท่านั้น

เพราะขั้วที่มาหนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯคนที่ 32 มีพรรคการเมืองที่เปิดหัวจ่ายไว้แล้วทั้งสิ้น ทั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่ก่อนหน้านี้ก็เปิดตัวอดีตคนเพื่อไทยหลายคน พรรคกล้าธรรม และพรรคโอกาสใหม่ ที่ยังไม่เปิดหน้า แต่นักเลือกตั้งย่อมรู้ถึงทรัพยากรที่มีจำนวนมาก

ติดล็อกยุบสภา

อย่างไรก็ตาม กรณีที่พรรคประชาชน ที่มีอยู่ 143 เสียง จะยอมรับดีลของพรรคภูมิใจไทย รับดีลของพรรคเพื่อไทย ยังมีตัวแปรสำคัญที่โยงถึงข้อเสนอของพรรคประชาชนที่จะให้มีการทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง และส่งผลต่ออายุของรัฐบาลเฉพาะกิจ

คือเหตุการณ์ในวันที่ 10 กันยายน การที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดี ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ จะต้องทำประชามติกี่ครั้ง

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ทำประชามติ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1.ทำประชามติรัฐธรรมนูญ หลังจากรัฐสภาเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 ที่เปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยเป็นการทำประชามติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8) ครั้งที่ 2.ทำประชามติหลังจาก ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ซึ่งเท่ากับว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่ ที่ประชุมรัฐสภาจะต้องเร่งผลักดันผ่านร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้ผ่านการเห็นชอบ จากนั้น ครม.ใหม่จะต้องอนุมัติทำประชามติ

หรือหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ทำประชามติ 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1.ก่อนรัฐสภาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ในวาระหนึ่ง เพื่อถามว่าประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งขั้นตอนนี้ ครม.ใหม่ จะต้องมีมติเห็นชอบการจัดทำประชามติ ครั้งที่ 1 พร้อมกับการเลือกตั้ง

ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญ จึงเข้าสู่การทำประชามติ ครั้งที่ 2 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (8) และครั้งที่ 3 ทำประชามติ หลังจาก ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่

แต่หากพรรคประชาชน เลือกดีลกับพรรคภูมิใจไทย ไม่เลือกดีลพรรคเพื่อไทย ก็จะเจอเกมขู่ “ยุบสภา” ซึ่งทั้งพรรคภูมิใจไทย-พรรคประชาชน เตรียมพร้อมเลือกตั้งไว้แล้ว หากแต่ยังเกิดคำถามที่พรรคเพื่อไทย จะพร้อมเลือกตั้งมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องความเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ของ “แพทองธาร ชินวัตร” อาจต้องสิ้นสุดลงไปด้วย ตามข้อบังคับพรรคและกฎหมายพรรคการเมือง ต้องมีการเลือก กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใน 60 วัน นับแต่ กกต.ได้รับคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ และแจ้งไปยังพรรคเพื่อไทย

และหากพรรคประชาชนไม่เลือกพรรคใดเลย เกมอาจจะไหลไปสู่การเกิด Deadlock-โหวตนายกฯ คนอื่นที่ไม่ใช่คนของพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย หรือเกมที่วัดใจ เพื่อไทย ต้องผ่าทางตันด้วยการยุบสภา