Skip to content

3 พี่น้อง ‘กอบกุลสุวรรณ’ เบื้องหลัง KANORI แฮนด์โรล 300 ล้าน

08 ก.ย. 2568 | 17:50น.
3 พี่น้อง ‘กอบกุลสุวรรณ’ เบื้องหลัง KANORI แฮนด์โรล 300 ล้าน

“ปณิธาน-ปณิธิ-ปวิตรา” 3 พี่น้องกอบกุลสุวรรณ เบื้องหลัง “KANORI” แฮนด์โรลเจ้าแรกในไทย ปักหมุดสาขา 5 กลางกรุง ที่สยามพารากอน เสิร์ฟเซตเมนูใหม่ รับกระแสแฮนด์โรลมาแรง คาดรายได้ทะลุเป้า 350 ล้านบาท

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมร้านอาหารในไทยมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลงจากภาวะเศรษฐกิจที่กระทบกับการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทำให้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มในปี 2568 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 646,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 2.8%

ทว่า ตลาดอาหารญี่ปุ่นกลับมีการเติบโตที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันความเข้มข้นของการแข่งขันก็สูงขึ้นตามการขยายตัวของตลาดเช่นกัน การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดอาหารญี่ปุ่นทำให้ร้านอาหารต้องเร่งปรับตัว

ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับคุณภาพและราคาที่คุ้มค่า ต้องเน้นวัตถุดิบคุณภาพสูงและประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ รวมทั้งปรับกลยุทธ์ในการสื่อสารบนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้มากขึ้นด้วย

หนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่น คือ “KANORI” แฮนด์โรลเจ้าแรกในไทย หลังจากเปิดให้บริการมาร่วม 2 ปี กับ 4 สาขา ล่าสุด 3 ผู้บริหารอย่าง เบ๊นซ์-ปณิธาน, โบ๊ท-ปณิธิ และ เพลน-ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ ขยายสาขาที่ 5 เป็นที่เรียบร้อย ปักหมุดชั้น G ฝั่ง North ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อตอบโจทย์และรองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

KANORI
ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ

ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ เผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จุดเริ่มต้นของ KANORI มาจากเมื่อครั้งเรียนอยู่สหรัฐอเมริกา คอนเซปต์แฮนด์โรลมีที่อเมริกาอยู่แล้ว ตอนแรกก็สงสัยว่าคืออะไร ทำไมคนไปรอต่อคิวซื้อข้าวห่อสาหร่าย แต่พอได้ลองกินก็รู้สึกชอบมาก

เมื่อเรียนจบและกลับมาที่ไทย ก็พบว่ายังไม่มีใครทำแฮนด์โรลบาร์ และด้วยประสบการณ์จากร้าน “Kay’s” แม้จะยังไม่เคยทำร้านอาหารญี่ปุ่น แต่ก็มองว่าน่าสนใจและเป็นโอกาสที่ดี จึงกิดเป็น KANORI สาขาแรกที่สุขุมวิท 49

“คนไทยชอบกินอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว และเชื่อว่ากินได้ทุกวัน แม้การเข้าสู่ตลาดอาหารญี่ปุ่นจะทำให้มีโอกาสเติบโตค่อนข้างมาก แต่การที่ในไทยยังไม่เคยมีใครทำแฮนด์โรลบาร์ ดังนั้นมันจึงใหม่ ต้องโฟกัสที่คุณภาพ ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดี คนมากินบ่อยมาก ด้วยความง่าย สะดวก และรวดเร็วของแฮนด์โรลบาร์”

ความใหม่คือสิ่งท้าทายของ KANORI ตั้งแต่แรกเริ่ม ต้องให้เวลาลูกค้าว่าสิ่งที่เสิร์ฟคืออะไร ความท้าทายต่อมาคือ เมื่อแฮนด์โรลบาร์เริ่มบูม ทุกคนก็ทำเริ่มทำ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้เป็นหนึ่งในใจลูกค้า ต้องคิดเมนูใหม่ ๆ ทำสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาเรื่อย ๆ และรักษาคุณภาพอาหารไว้ ตลอดจนขยายสาขาไปตามโลเคชั่นต่าง ๆ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย

หลักในการบริหารธุรกิจ เมื่อทำร้านอาหาร “อาหารคือจุดสำคัญ” การทำแฮนด์โรลบาร์จึงโฟกัส 3 อย่างเป็นหลัก คือ ข้าว สาหร่าย และวัตถุดิบสด นอกจากคุณภาพอาหารแล้ว ยังต้องคำนึกถึงลูกค้าและการบริการ ต้องเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อน ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี รวมถึงการสร้างทีม เพราะร้านอาหารต้องขับเคลื่อนด้วยพนักงานจำนวนมาก ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างทีม

ปัจจุบัน KANORI มี 5 สาขา ประกอบด้วย สุขุมวิท 49 โครงการ Yard 49, ดิเอ็มควอเทียร์, เซ็นทรัล เอมบาสซี, ไอคอนสยาม และล่าสุดที่สยามพารากอน เพลน-ปวิตรา เผยว่า ในอนาคตอันใกล้จะเริ่มขยายสาขาออกไปยังพื้นที่ชานเมืองมากขึ้น และในระยะยาวจะเริ่มปักหมุดสาขาตามหัวเมือง และออกสู่ต่างประเทศ โดยเน้นเอเชียเป็นหลัก ในช่วง 3-5 ปีนี้

KANORI

‘Luxury Cozy’ สาขา 5 ที่สยามพารากอน

KANORI สาขาสยามพารากอน มีพื้นที่กว่า 151 ตร.ม. ใหญ่ที่สุดใน 5 สาขา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Luxury Cozy” หรูหราแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบาย และผ่อนคลาย ต้อนรับลูกค้าได้ 60 ที่นั่ง โดยแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ประกอบด้วย

โซน Counter bar ตอบโจทย์สำหรับคนที่เร่งรีบ ที่ต้องการทานแบบรวดเร็ว ซึ่งคอนเซ็ปต์คล้ายกับสาขาอื่นๆ ทั้ง 4 สาขา มีทั้งหมด 15 ที่นั่ง

โซน Semi-Private เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวที่มากันหลายท่าน และต้องการความเป็นส่วนตัว สามารถรองรับได้ถึง 6-8 ที่นั่งต่อห้อง โดยมีทั้งหมด 4 ห้อง

โซนหน้าร้าน เป็นการจัดโต๊ะที่นั่งแบบ Long Table ครั้งแรกของ KANORI เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนที่มาหลายคน ได้ใช้เวลาร่วมกันโดยไม่ต้องเร่งรีบ โดยจะเสิร์ฟมาแบบโรลสำเร็จแล้วให้ลูกค้าได้เปิดประสบการณ์ฉีกสาหร่ายและม้วนรับประทานด้วยตัวเองแบบโรลต่อโรล

นอกจากจะมีพื้นที่กว้างขึ้นและเป็นแบบห้อง ที่สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มใหม่ KANORI สาขาสยามพารากอน ยังรังสรรค์เมนูพิเศษเพื่อเป็นการฉลองสาขาใหม่ พร้อมเสิร์ฟเซ็ตใหม่ KANORI THE FIFTH มีทั้งหมด 5 โรล ได้แก่

KANORI

Crispy Ikura มาในแนวสแกนดิเนเวียน ที่เน้นอาหารทะเล ครีมชีส เป็นส่วนประกอบหลัก โดยมีไข่ปลาแซลมอนเกรดพรีเมียมมาพร้อมกับครีมชีส

KANORI

Spicy Crab เนื้อปูหวาน ที่เพิ่มรสชาติความสดชื่นและความกลมกล่อมด้วยซอสพอนสึ ทำให้คำนี้กลายเป็นความลงตัว

KANORI

Otoro Bomb คำนี้คือพระเอกของเซ็ตนี้เลยก็ว่าได้ เนื้อปลาทูน่าส่วนท้องที่มีมันแทรก นำมาชุบซอสสุกี้กับไข่แดง วางท็อปบนข้าวซูชิสูตรเฉพาะของทางร้าน ม้วนด้วยสาหร่ายกรอบพิเศษ ทำให้เวลากัดเข้าไปคำแรกจะได้รสชาติของโรลนี้นัวกลมกล่อมแบบพอดี

KANORI

Shima Aji ปลาชิมะอาจิ ปลาเนื้อขาวหายากจากทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น โดยเนื้อปลาจะมีรสสัมผัสที่กรอบ หวาน มีความมัน เนื้อนุ่มขาวใส แทรกด้วยไขมันเล็กน้อย คล้ายปลาซาบะผสมกับปลาคันปาจิ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ KANORI นำปลาชิมะอาจิมาเสิร์ฟ

 

KANORI

Tempura ปิดท้ายกับเทมปุระโรลที่สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นกุ้งลายเสือ หรือ เอนกาวะ ซึ่งเป็นส่วนของครีบปลาตาเดียวที่มีความมันและนุ่ม

คาดรายได้ทะลุ 350 ล้าน

นายปณิธิ กอบกุลสุวรรณ เผยว่า เหตุผลที่ทำให้ ‘KANORI Hand roll bar’ เติบโตต่อเนื่อง มาจากหัวใจสำคัญที่สุดอย่างคุณภาพของอาหารและวัตถุดิบที่สดใหม่ รวมถึงความหลากหลายของรสชาติ ที่รับประทานได้ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ บวกกับบริการที่ดีและการออกแบบร้านที่เข้าถึงง่าย

‘KANORI Hand roll bar’ สาขาสยามพารากอนจะมีขนาดพื้นที่ 151 ตร.ม. ใหญ่ที่สุดจากทั้งหมด 5 สาขา มาพร้อมกับเมนูเซ็ต โดยสาขาสยามพารากอนตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาทต่อเดือน ฐานลูกค้าจะยังคงเป็นกลุ่มเดิม คือกลุ่ม Hi-end ซึ่งส่วนมากจะเป็นลูกค้าประจำไปรับประทานที่สาขาเดิมอยู่แล้ว ส่วนของสาขานี้คาดหวังว่า จะได้กลุ่มครอบครัวและกลุ่มนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะที่ ปวิตรา กอบกุลสุวรรณ เผยว่า กลยุทธ์ของแบรนด์ครึ่งปีหลังนี้ จะเฟ้นหาโลเคชันพร้อมกับคอนเซ็ปต์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างความตื่นเต้นและเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น ส่วนเป้าหมายของปีนี้หลังจากเปิดทำการครบทั้ง 5 สาขา คาดว่าจะมีรายได้ทะลุเป้าที่ 350 ล้านบาท จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ 300 ล้านบาท

KANORI