แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ เนื่องจากกำหนดทั้งค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าในระยะยาว ปริมาณและประเภทของโรงไฟฟ้าที่ต้องสร้าง สัดส่วนเชื้อเพลิง การลงทุนในระบบส่งไฟฟ้า รวมถึงการสนับสนุนพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้การผลิตและการจัดหาไฟฟ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนเส้นทางแผน PDP ฉบับใหม่กำลังจะไปได้สวยอีกครั้ง หลังจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผน PDP ชุดใหม่ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 โดยมี นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานกรรมการโดยคณะกรรมการคนอื่น ๆ ประกอบด้วย
1.เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 2.เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 3.เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 4.ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 5.ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 6.รองศาสตราจารย์ ขวัญชัย ลีเผ่าพันธ์ 7.รองศาสตราจารย์อนุสรณ์ ธรรมใจ 8.รองศาสตราจารย์ แนบบุญ หุนเจริญ 9.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ 10.นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน 11.นายพรยศ กลั่นกรอง
12. นายวิภู พิวัฒน์ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กฟผ. 13.นายอธิปัตย์ บํารุง 14.นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ 15.นางสาวอารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) 16.นายพงษ์ดิฐ พจนา 17.นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) 18.ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นกรรมการและเลขานุการ 19.ผู้อำนวยการกองนโยบายไฟฟ้า สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ 20.นายศุภกร คงสมจิตต์ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
เพื่อจัดทำแผนให้สอดคล้องกับทิศทางการผลิตและการจัดหาไฟฟ้าในระยะยาวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต้นทุนต่ำ และสามารถรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ
แต่ผ่านมาเพียง 8 วันหลังการแต่งตั้งบอร์ด PDP ชุดใหม่ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งตามคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงพิพาทกับผู้นำกัมพูชา และเป็นผลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ทั้งคณะอีกด้วย
การเปลี่ยนแปลงไม่หยุดอยู่แค่นั้น การเมืองพลิกผัน ถึงขั้นเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับเสียงโหวตจากที่ประชุมสภาและกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย แน่นอนว่าเมื่อผู้นำเปลี่ยน หัวเรือพลังงานย่อมมีการเปลี่ยนตามไปด้วย
มีการเปิดตัวว่าที่รัฐมนตรีที่มาจากคนนอก หนึ่งในรายชื่อที่น่าสนใจ คือ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หลายฝ่ายจึงตั้งคำถามว่า รัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคนใหม่กับนโยบายและแผนพลังงานที่ยังค้างคา แม้บอร์ด PDP ชุดใหม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการและมีสถานะทางกฎหมาย การทำงานของบอร์ดจะสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นหรือไม่
บอร์ดชุดใหม่ยังไปต่อ
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยประชาชาติธุรกิจว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกรอบการทำงานของบอร์ด PDP ชุดใหม่ เนื่องจากคณะกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว และสามารถเดินหน้าภารกิจต่อไปได้ตามกฎหมาย
ปัจจุบัน สนพ. กำลังจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ โดยอ้างอิงตัวเลขล่าสุดจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งจะถูกนำเสนอต่อบอร์ด PDP เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางกรอบแผนใหม่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบอร์ดจะสามารถทำงานเชิงปฏิบัติต่อไปได้ แต่ความชัดเจนของนโยบายยังต้องรอฝ่ายการเมือง ซึ่งยอมรับว่าอาจจะทำให้แผน PDP ฉบับใหม่เสร็จสิ้นไม่ทันตามกรอบเวลาเดิมที่ตั้งไว้ภายในปี 2568 และมีโอกาสเลื่อนไปถึงปี 2569

“สนพ.ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและเลขานุการของบอร์ด PDP ชุดนี้ และได้ประสานไปยังประธานบอร์ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะมีการประชุมบอร์ดครั้งแรกในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้” นายวัฒนพงษ์กล่าว
รมว.ใหม่กระทบ PDP เสร็จช้า
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ส่งผลต่อความต่อเนื่องของการจัดทำแผน PDP ใหม่ แม้ว่าบอร์ดจะสามารถพิจารณาแผนไปก่อนได้ แต่การอนุมัติยังต้องขึ้นกับฝ่ายนโยบายและต้องรอการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ มีโอกาสที่แผน PDP ชุดใหม่จะเสร็จสิ้นล่าช้าขึ้นไปอีก อาจลากยาวไปจนถึงปลายปี 2568 หรือถึงปี 2569
แต่คาดว่าจะไม่กระทบต่อบอร์ด PDP ชุดใหม่ ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งและลงนามโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กพช. เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 เนื่องจากการแต่งตั้งได้รับความเห็นชอบจาก กพช. และ ครม.เรียบร้อยแล้ว ทำให้บอร์ดชุดนี้ยังคงสามารถทำงานต่อได้ หรือบอร์ดยังไม่ถูกล้ม แต่ความต่อเนื่องของการจัดทำแผนจะขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะมีการปรับนโยบาย ปรับทิศทางของแผน หรือแม้กระทั่งการแต่งตั้งบอร์ด PDP ชุดใหม่ก็สามารถทำได้
“ในทางปฏิบัติ ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ยืนยันว่า บอร์ด PDP ปัจจุบันสามารถทำงานต่อไปได้ แต่ในทางกฎหมาย บอร์ดชุดนี้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้” นายพรายพลกล่าว
รอ รมว.กำหนดนโยบาย
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีความเป็นไปได้ที่การทำงานของบอร์ด PDP จะหยุดชะงัก เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองอาจเปลี่ยนขั้ว และเราจำเป็นต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่มากำหนดทิศทางนโยบาย
ทั้งนี้ ความล่าช้าของ PDP ฉบับใหม่มีความหมายต่อผู้ประกอบการภาคพลังงานและภาคอุตสาหกรรมโดยตรง เพราะถือเป็นกรอบการตัดสินใจด้านไฟฟ้าและพลังงาน รวมถึงการจัดหากำลังไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การไม่มีแผนที่ชัดเจนอาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนด้านต้นทุนและการจัดหาไฟฟ้า ซึ่งอาจสะท้อนเป็นผลกระทบต่อประชาชนในรูปของค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
แม้บอร์ด PDP ชุดใหม่จะยังคงมีสถานะสมบูรณ์และสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ตามกฎหมาย แต่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดชะตาของ “PDP ฉบับใหม่” ทั้งในแง่ของกรอบเวลาและทิศทางการดำเนินงาน สถานการณ์ล่าสุดชี้ชัดว่า ความผันผวนทางการเมืองทำให้แผนยุทธศาสตร์พลังงานของไทยมีความเสี่ยงที่จะเลื่อนออกไปอีกระลอก จนมีความเป็นไปได้สูงมากที่ PDP ฉบับใหม่จะล่าช้าออกไปอีก และอาจถูกเรียกว่า “PDP 2026”