Skip to content

สทนช.-กรมชลฯ ปรับแผนระบายน้ำ หวังลดปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา

14 ก.ย. 2568 | 18:04น.
สทนช.-กรมชลฯ ปรับแผนระบายน้ำ หวังลดปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา

สทนช.ประสานกรมชลประทาน ขานรับมติคณะอนุกรรมการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ปรับเพิ่มการผันน้ำเข้าคลอง 2 ฝั่งตะวันตก-ตะวันออก ช่วยลดปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 14/2568 เมื่อวานนี้ (13 กันยายน 2568) ได้มีมติให้ กรมชลประทานเร่งระบายน้ำไปทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกให้ได้มากที่สุด เช่น ระบายน้ำไปทางคลองส่งน้ำที่ยังสามารถรองรับได้ รวมถึงกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำตลอดลำน้ำเพื่อเร่งการระบาย พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องจักรเครื่องมือที่จะช่วยผลักดันน้ำให้เต็มศักยภาพ เพื่อให้สามารถคงอัตราการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่อัตรา 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนเพิ่มมากขึ้นนั้น

สทนช.จึงได้ประสานงานร่วมกับกรมชลประทานปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำเข้าคลองฝั่งตะวันตกตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาดังนี้ ทางฝั่งตะวันออก ได้ปรับอัตราการระบายน้ำเพิ่มขึ้นรวม 15 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที แบ่งเป็น ปรับเพิ่มการระบายน้ำเข้าที่ประตูระบายน้ำ (ปตร.) ปากแม่น้ำลพบุรี 10 ลบ.ม.ต่อวินาที และที่ ปตร. ปากคลองบางแก้วปรับเพิ่มอีก 5 ลบ.ม.ต่อวินาที ทางฝั่งตะวันตกได้มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำเข้าคลองต่าง ๆ รวม 55 ลบ.ม.ต่อวินาที

โดยแบ่งเป็นคลอง มอ. 5 ปรับเพิ่มการระบายจาก 25 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น 30 ลบ.ม.ต่อวินาที แม่น้ำท่าจีน ปรับเพิ่มการระบายจาก 70 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น 80 ลบ.ม.ต่อวินาที แม่น้ำน้อย ปรับเพิ่มการระบายจาก 80 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น 90 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งวันนี้ยังคงอัตราน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาทีเท่ากับเมื่อวาน โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.31 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 12 ซม.) พร้อมทั้งได้กำชับให้กรมชลประทานพิจารณาการส่งต่อน้ำให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไหลลงสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ