Skip to content

เปิดประวัติ 88TH เจ้าของแบรนด์ LYO รายได้กว่า 400 ล้านบาท

17 ก.ย. 2568 | 17:39น.
เปิดประวัติ 88TH เจ้าของแบรนด์ LYO รายได้กว่า 400 ล้านบาท

เปิดประวัติ 88TH บริษัทผลิตภัณฑ์ความงาม เจ้าของแบรนด์เส้นผมชื่อดัง “ไลโอ (LYO)” รายได้หลักร้อยล้านบาทต่อปี ที่กำลังเตรียมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ mai

ใครที่คุ้นชื่อ “LYO” ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ฮิตในตลาดความงาม ที่มี “หนุ่ม กรรชัย” เป็นพรีเซ็นเตอร์ และเห็นตามรายการโหนกระแส รวมถึงตามโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ จนถึงร้านค้าความงาม ซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ

และคุณอาจยังไม่รู้ว่าผู้ดูแลแบรนด์นี้ในปัจจุบัน คือ 88TH หรือ บมจ.88(ไทยแลนด์) บริษัทผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของคนไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และกำลังเข้าสู่เส้นทางใหม่บนกระดาน mai

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนทำความรู้จักบริษัทแห่งนี้ให้มากขึ้น

เปิดประวัติ 88TH

บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) (88TH) จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2558 ด้วยทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว 2,000,000 บาท โดยนางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ และกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งเพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม (Health & Beauty) โดยได้เริ่มจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Cosmetics) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ver.88”

ซึ่งบริษัทมีการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ รวมถึงบริษัทได้พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงามอย่างต่อเนื่องให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม และเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ความงามของกลุ่มลูกค้า

โดยบริษัทได้ขยายฐานลูกค้าเข้าสู่ตลาดด้านสุขภาพ (Health) นำไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) ภายใต้แบรนด์ “LYO” และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวภายใต้แบรนด์ “Hone” ซึ่งผลิตภัณฑ์ “LYO” เป็นที่รู้จักในตลาดอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการเพิ่มศักยภาพด้านการจัดจำหน่าย โดยการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายจากระบบตัวแทนจำหน่ายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศสู่การจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าสมัยใหม่ (Modern Trade) ชั้นนำ พร้อมทั้งขยายช่องทางการขายแบบออฟไลน์ (Offline) และแบบออนไลน์ (Online) เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายมากขึ้น และยังมีแผนการขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย

นอกจากนี้ ในปี 2565 บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสในการต่อยอดธุรกิจและการควบคุมต้นทุน จึงได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ดีโอเค สกิน จำกัด (DOK) จากนายธีรภพ อิศรภักดี และนายธีรภัทร์ อิศรภักดี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิม ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้ว ซึ่งดำเนินธุรกิจสนับสนุนการผลิตผลิตภัณฑ์ให้บริษัทเป็นหลัก

โดยรับจ้างผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) ภายใต้แบรนด์ “LYO” สำหรับบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ย่อย และรับจ้างผลิตและให้คำแนะนำการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์อื่น (OEM/ODM) แก่กลุ่มลูกค้าภายนอก เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบัน บมจ.88(ไทยแลนด์) มีทุนจดทะเบียน 212,500,000 บาท เป็นทุนที่ชำระแล้ว 170,000,000 บาท

สินค้าของ 88TH มีอะไรบ้าง ?

สำหรับสินค้าภายใต้การดูแลของ 88TH มีดังนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) ภายใต้แบรนด์ “LYO (ไลโอ)” แบ่งเป็น

ผลิตภัณฑ์ลดผมขาดร่วง (LYO Anti-Hair Loss)

  • แชมพูลดผมขาดร่วง
  • ครีมนวดผมลดผมขาดร่วง
  • แฮร์โทนิคลดผมขาดร่วง

ผลิตภัณฑ์แชมพูปิดผมขาว (LYO Hair Color)

  • แชมพูปิดผมขาว 4 เฉดสี

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสารสกัดสมุนไพร (LYO Herbal)

  • แชมพูสมุนไพรมะกรูด
  • ครีมนวดสมุนไพรมะกรูด
  • ทรีตเมนต์สมุนไพรมะกรูด
  • แชมพูสมุนไพรอัญชัน
  • ครีมนวดสมุนไพรอัญชัน
  • ทรีตเมนต์สมุนไพรอัญชัน
ภาพจาก 88thailand.co.th

กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) ภายใต้แบรนด์ “Hone (โฮน)”

  • โฮน อินเทนซีฟ โบทานี เซรั่ม
  • โฮน ครีมกันแดด
ภาพจาก 88thailand.co.th

กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Cosmetics) ภายใต้แบรนด์ “ver.88 (เวอร์.88)”

  • แป้งผสมรองพื้นหรือแป้งดินน้ำมัน
  • รองพื้น
  • บลัชเชอร์
  • ลิปสติก
  • ดินสอเขียนคิ้ว
  • อายไลเนอร์
ภาพจาก 88thailand.co.th

รายได้ 88TH มาจากไหน ?

สำหรับรายได้ของ 88TH บริษัทระบุว่า ช่วงปี 2565-2567 มีรายได้จากการขายและบริการ ดังนี้

  • ปี 2565 : รายได้ 268.77 ล้านบาท
  • ปี 2566 : รายได้ 364.05 ล้านบาท
  • ปี 2567 : รายได้ 477.82 ล้านบาท

ขณะที่รูปแบบรายได้นั้น 88TH มีรายได้จากการขายและบริการและรายได้อื่น โดยรายได้ส่วนการขายและบริการแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ

รายได้จากการขายและบริการแบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น

(1) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care)
(2) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare)
(3) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Cosmetics)
(4) รายได้จากการขายและบริการอื่น โดยเป็นรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ ที่ยกเลิกการจัดจำหน่ายแล้ว และรายได้ที่เกิดจากการขายและให้บริการของบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบครบวงจร

หากแบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ ข้อมูลปี 2565-2567 พบว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) มีรายได้ในสัดส่วนมากที่สุด รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Cosmetics) และรายได้จากการขายและบริการอื่น

รายได้จากการขายและบริการแบ่งตามช่องทางการจัดจำหน่าย แบ่งเป็น

(1) ช่องทางตัวแทนจำหน่าย (Agent)
(2) ช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และช่องทางการสั่งซื้อที่บ้าน (Home Shopping)
(3) ช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์ (Online)
(4) รายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิต โดยเป็นรายได้ที่เกิดจากการขายและให้บริการของบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบครบวงจร

เมื่อแบ่งตามช่องทางการจัดจำหน่าย พบว่า ช่องทางตัวแทนจำหน่าย (Agent) มีสัดส่วนใหญ่ที่สุด รองลงมา คือ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ช่องทางออนไลน์ (Online) ช่องทางการสั่งซื้อที่บ้าน (Home Shopping) และรายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิต ตามลำดับ

ทั้งนี้ ผลประกอบการในปี 2565-2567 ของ 88TH เป็นดังนี้

ปี 2565

  • รายได้จากการขายและบริการ 268.77 ล้านบาท
  • ต้นทุนขายและบริการ 76.16 ล้านบาท
  • กำไรขั้นต้น 192.60 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 177.09 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ 13.37 ล้านบาท

ปี 2566

  • รายได้จากการขายและบริการ 364.05 ล้านบาท
  • ต้นทุนขายและบริการ 119.05 ล้านบาท
  • กำไรขั้นต้น 245.00 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 205.03 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ 25.91 ล้านบาท

ปี 2567

  • รายได้จากการขายและบริการ 477.82 ล้านบาท
  • ต้นทุนขายและบริการ 149.65 ล้านบาท
  • กำไรขั้นต้น 328.17 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 260.54 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิสำหรับงวด 55.52 ล้านบาท

เตรียมเข้าเทรด mai

สำหรับ 88TH นั้น เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปี 2568 โดยเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนและหุ้นเดิมรวมไม่เกิน 59.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 28% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เพื่อนำเงินทุนไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ขยายธุรกิจ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนและหุ้นเดิมรวมไม่เกิน 59,500,000 หุ้น ประกอบด้วย

(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวนไม่เกิน 42,500,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละไม่เกิน 20.00 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Ilkano Pte. Ltd. จำนวนไม่เกิน 17,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละไม่เกิน 8.00 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

อ้างอิงข้อมูลจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)