เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
Biz Movement ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
CIMB THAI ปรับเกมรุกสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง ลุยตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44%
Finance CIMB THAI ปรับเกมรุกสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง ลุยตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44%
นายกฯ เฝ้ารับเสด็จฯ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร หารือกระชับความร่วมมือหลากมิติ
Politics นายกฯ เฝ้ารับเสด็จฯ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร หารือกระชับความร่วมมือหลากมิติ
ครั้งแรกในไทย! กลุ่มแม่ทองสุก เปิดตัว MTS Gold Investment Token ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี เปิดจองซื้อ 24 ก.ค. 69 นี้
Finance ครั้งแรกในไทย! กลุ่มแม่ทองสุก เปิดตัว MTS Gold Investment Token ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี เปิดจองซื้อ 24 ก.ค. 69 นี้
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
‘ศุภจี’ มั่นใจส่งออกปีนี้บวก จี้ทูตพาณิชย์ทำงานเชิงรุก
Economic ‘ศุภจี’ มั่นใจส่งออกปีนี้บวก จี้ทูตพาณิชย์ทำงานเชิงรุก
เปิดโมเดล OCN ทางรอด SMEs ? ในวันที่ ‘แพลตฟอร์มต่างชาติ’ ยึดตลาด
Tech เปิดโมเดล OCN ทางรอด SMEs ? ในวันที่ ‘แพลตฟอร์มต่างชาติ’ ยึดตลาด
ชงค่าไฟ ก.ย. เท่าเดิม 3.95 บาท กกพ.ใช้ Claw Back 1.61 หมื่นล้านโปะ
Economic ชงค่าไฟ ก.ย. เท่าเดิม 3.95 บาท กกพ.ใช้ Claw Back 1.61 หมื่นล้านโปะ
กลุ่มสายแข็งอิหร่าน คือใคร ทำไมจึงสำคัญในสงครามสหรัฐ-อิสราเอล
World กลุ่มสายแข็งอิหร่าน คือใคร ทำไมจึงสำคัญในสงครามสหรัฐ-อิสราเอล
เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล ‘บริษัทยอดเยี่ยมด้านประกันชีวิตแห่งปี 2569’
Uncategorized เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล ‘บริษัทยอดเยี่ยมด้านประกันชีวิตแห่งปี 2569’
ดูทั้งหมด

SCO ตัวแสดงใหม่ ในโลกที่ต้องจับตามอง

25 ก.ย. 2568 | 13:13น.
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : อ.ฐานุวัชร์ รินนานนท์
รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะการทูตและการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต

วันที่ 3 กันยายน 2025 ได้มีการจัดการสวนสนามครั้งยิ่งใหญ่เฉลิมฉลองการครบรอบ 80 ปีของชัยชนะในสงครามต่อต้านญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งก็อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่มักจะจัดกันในหลาย ๆ ประเทศเพื่อรำลึกเหตุการณ์สำคัญในอดีต แต่ทว่าการจัดสวนสนามครั้งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น ซึ่งทั่วโลกควรต้องจับตามองท่าทีอย่างมีนัยสำคัญ

รวมถึงประเทศไทยด้วยในบรรยากาศการเมืองโลกที่ร้อนแรงในปัจจุบัน นั่นก็คือการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization : SCO) ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 31/08-01/09 ก่อนการจัดการสวนสนาม (03/09) และแน่นอนว่าประเทศต่าง ๆ ที่ได้รับเชิญเข้าร่วม ย่อมมีนัยอะไรหลายอย่างซ่อนอยู่ในนั้น

SCO มีสถานะเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งต่างจาก BRICS ที่เป็นลักษณะที่ไม่มีกลไกขับเคลื่อนหลัก ไม่มีสำนักงานเลขาธิการ โดยมีสำนักงานเลขาธิการอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และมีสำนักงาน the Executive Committee of the Regional Anti-Terrorist Structure (RATS) ที่กรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน

การประชุม SCO SUMMIT จะถูกจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง โดยหมุนเวียนกันเป็นประธานในการจัดประชุม แต่ในปี 2025 นี้มีความน่าสนใจ เพราะจีนเป็นเจ้าภาพจัดที่กรุงเทียนจิน และเป็นปีครบรอบชัยชนะ 80 ปีของจีนต่อญี่ปุ่น ทำให้สะท้อนถึงแง่มุมทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก เพราะประเทศที่ได้รับเชิญเข้าร่วมในครั้งนี้ มีหลายประเทศน่าสนใจ นั่นคือ เกาหลีเหนือ (ซึ่งมักไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมในรูปแบบพหุภาคีหลายฝ่าย)

ซึ่งถูกมองกันว่าเป็นการประกาศถึงการสร้างเครือข่ายเอเชียตะวันออกต่อต้านฝั่งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นซึ่งอยู่ข้างตะวันตกอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการเชิญ Antonio Guterres เลขาธิการองค์การสหประชาชาติเข้าร่วม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Global Order ยุคใหม่นี้ ยังคงมี UN เป็นแกนกลางอยู่ แต่ขั้วอำนาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว ไม่ใช่เฉพาะฝั่งตะวันตกที่จะคุมเกมอย่างเดียว มีการเชิญประธานอาเซียน และเลขาธิการเข้าร่วม

สะท้อนชัดเจนว่าจีนต้องการขยายความเข้มแข็งครอบคลุมพื้นที่อินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific) เพื่อตอบโต้ฝั่งอเมริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ทางกลยุทธ์ที่สำคัญมาตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน

การจัดประชุม SCO ครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงการตอบโต้ทางเศรษฐกิจการเมืองโลกในยุคที่มีความร้อนแรงจากภาษีทรัมป์เป็นอย่างมาก ซึ่งเห็นได้ชัดจากกรณีอินเดีย (ซึ่งหากมีเวลา คงได้พูดเรื่องนี้อีกครั้ง) ที่ท่าทีสลับไปมาหลายครั้งในช่วงสงครามเย็นมาจนกระทั่งในปัจจุบัน

ซึ่งนายกรัฐมนตรีโมดีมีท่าทีชื่นมื่นเป็นอย่างมากกับจีนและรัสเซีย (ซึ่งเดิมมีท่าทีตึงเครียดในเรื่องของเขตแดนกับจีน) เพราะถูกบีบด้านภาษีจากทรัมป์สูงถึง 50% เพราะอินเดียใช้พลังงานจากรัสเซีย ทำให้อินเดียต้องปรับท่าที และคงต้องหาพันธมิตรใหม่ และจาก 26 ประเทศที่จีนเชิญครั้งนี้ แนวโน้มการสร้างพันธมิตรเหมือนครั้งสหภาพโซเวียตค่อย ๆ ฉายภาพชัดขึ้น (แม้จะไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองให้เป็นคอมมิวนิสต์เหมือนครั้งสงครามเย็นก็ตาม)

ซึ่งเป็นที่น่าสนใจและจับตามองเป็นอย่างมาก และสหรัฐอเมริกาคงไม่อยู่เฉย น่าจะต้องมีมาตรการบางอย่างเพื่อการตอบโต้

แต่อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายก็มองตรงกันว่า Reciprocal Tariffs ของทรัมป์เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เพื่อนรักต้องจากลาไปสร้างพันธมิตรใหม่ ประเทศไทยซึ่งไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมในครั้งนี้ ก็มองได้หลายมุม มีนักวิชาการหลายคนได้แสดงทรรศนะเรื่องนี้ด้วยหลายเหตุผล หากมองในแง่ดี ก็ถือว่าไทยเองไม่มีจุดยืนในการเข้าข้างจีนหรือฝ่ายรัสเซียแบบสุดประตู (แม้เราจะเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ใน BRICS แต่ก็เน้นเชิงเศรษฐกิจมากกว่า) และยังคงรักษาสถานการณ์ถ่วงดุลมหาอำนาจได้ดี

อีกทั้งหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ก็ไม่ถูกเชิญเช่นกัน แต่หากมองให้แง่ลบ เรื่องนี้ก็ยังคงน่าเป็นห่วง หากจีนมองไทยด้วยความห่างเหิน และคิดว่าไทยจะเข้าข้างฝั่งตะวันตกมากไป ตรงนี้อาจเป็นปัญหา เพราะยังคงมีความร่วมมือและการลงทุน รวมทั้งความมั่นคงหลายมิติที่ไทยยังคงต้องรักษาสมดุลไว้ให้ดีอยู่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้นำ