เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า จับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล

25 ก.ย. 2568 | 18:34น.
ธนบัตร U.S.dollar banknotes

ดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล ชี้เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐให้ความสำคัญ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/09) ที่ระดับ 32.10/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/09) ที่ระดับ 31.99/32.01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐมีการปรับตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 32.00 ในขณะที่นักลงทุนจับตาดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

ดอลลาร์สหรัฐยังคงมีการเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าขึ้น ถึงแม้ว่าทำเนียบขาวของสหรัฐมีคำสั่งให้หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลกลาง จัดทำแผนปลดพนักงานครั้งใหญ่ หากสภาคองเกรสตกลงเรื่องงบประมาณกันไม่ได้ จนทำให้เกิดภาวะการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ในชวงสิ้นเดือนนี้ ทั้งเดือน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วุฒิสภาสหรัฐได้ปฏิเสธข้อเสนอทั้งของพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้รัฐบาลกลางสามารถดำเนินการต่อไปได้ชั่วคราว โดยชัค ชูเมอร์ ผู้นำของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พบกับพรรคเดโมแครตเพื่อบรรลุข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่สภาคองเกรสเผชิญเส้นตายในวันที่ 30 กันยายน ในการอนุมัติงบประมาณเพื่อให้รัฐบาลสามารถดำเนินการต่อไปได้

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 20.5% สู่ระดับ 800,000 ยูนิตในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 630,000 ยูนิต จากระดับ 664,000 ยูนิตในเดือนกรกฎาคม เมื่อพิจารณายอดขายบ้าน และสต๊อกบ้านในตลาด พบว่าผู้ขายบ้านต้องใช้เวลา 7.4 เดือนในการขายบ้านจนหมดสต๊อกในตลาด ลดลงจากระดับ 9.2 เดือนในกรกฎาคม

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (25/09) ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ประกาศปรับแนวโน้ม (Outlook) อันดับเครดิตสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Foreign-Currency IDR) ของไทยจาก “มีเสถียรภาพ” (Stable) เป็น “เชิงลบ” (Negative) แต่ยังคงอันดับเครดิตไว้ที่ BBB+

โดยการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อแนวโน้มด้านการคลังสาธารณะของไทย อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ผนวกกับแรงกดดันต่อการเติบโตจากอุปสงค์โลกที่ชะลอตัว การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่ล่าช้า และภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ขณะที่ระดับกันชนทางการคลังของไทยลดลง โดยหนี้สาธารณะรวมอยู่ที่ 59.4% ของ GDP ในเดือนสิงหาคม 2568 ใกล้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม BBB ที่ 56.6% และสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 ถึง 25 จุดเปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 68 พบว่า ครัวเรือนไทยมีภาระหนี้สินเฉลี่ย 740,596 บาท/ครัวเรือน ขยายตัว 22.1% จาก 606,378 บาท/ครัวเรือน ในปีก่อน หรือสูงสุดในรอบ 4 ปี (ตั้งแต่ปี 65) โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นหนี้ในระบบ 65% (ปี 67 ที่ 69.9%) และอีก 35% เป็นหนี้นอกระบบ (ปี 67 ที่ 30.1%)

ส่วนประเภทหนี้สินอันดับ 1 มาจากบัตรเครดิต รองลงมาคือที่อยู่อาศัย และยานพาหนะ ทั้งนี้ หนี้ส่วนบุคคลหรือหนี้บัตรเครดิตส่วนใหญ่ จะนำมาใช้จ่ายกับการอุปโภคบริโภคมาเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือจะนำไปใช้จ่ายกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และประกอบธุรกิจ ตามลำดับ

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.07-32.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.13/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/09) ที่ระดับ 1.1742/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/09) ที่ระดับ 1.1767/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยบริษัทวิจัยตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี Gfk เปิดเผยตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมากกว่าทีคาดไว้ มาอยู่ที่ระดับ -22.3 ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะลดลงเล็กน้อยที่ -23.3 จากระดับ -22.5 ที่มีการปรับลดในเดือนก่อนหน้า

ตัวเลขเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากผลสำรวจสภาพธุรกิจของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งเมืองมิวนิกประเทศเยอรมนีที่อ่อนแอเมื่อวันพุธ และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแรงส่งของเศรษฐกิจชั้นนำของภูมิภาค ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1729-1.1753 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1740/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/09) ที่ระดับ 148.73/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/09) ที่ระดับ 148.36/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ในวันนี้ (25/09) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้มีการเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินเดือนกรกฎาคม สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของกลุ่มที่สนับสนุนนโยบายการเงินแบบเข้มงวดเริ่มแข็งกร้าวขึ้น โดยให้เหตุผลว่า BOJ ควรเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกลับสู่ระดับที่เป็นกลาง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันยังต่ำเกินไป ขณะที่ราคาสินค้ายังคงอยู่ในระดับสูง

กรรมการบางรายถึงกับกล่าวว่า BOJ ควร “เลิกระมัดระวังเกินเหตุจนพลาดโอกาส” ในการขึ้นดอกเบี้ย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังตอบรับเชิงบวกต่อข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-ญี่ปุ่น ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจลงได้มาก

อย่างไรก็ตาม ฝั่งที่สนับสนุนนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ที่นำโดยคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ยังคงย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจยังคงเผชิญความเสี่ยงจากกำแพงภาษีของสหรัฐ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้ควร “รอข้อมูลเพิ่มเติมอีกสักระยะ” ก่อนตัดสินใจ

นอกจากนี้นิปปอน สตีล (Nippon Steel) เปิดเผยว่า บริษัทจะทุ่มเม็ดเงินลงทุน 300 ล้านดอลลาร์ ในโรงงาน 2 แห่งที่ดำเนินการโดยยูเอส สตีล (U.S. Steel)เพื่อจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลแห่งใหม่และเพิ่มกำลังการผลิตผ่านการเปิดตัวสายผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดสำคัญของสหรัฐ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 148.54-148.85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 148.79/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ (26/09), ดัชนีราคาค่าใช้จ่ายการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ (26/09), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกนของสหรัฐ (26/09)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.6/-7.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.7/-3.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ