เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
World อาจเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ ไต้หวันรวบพนักงาน Nvidia คดีลอบขนชิปไปจีน
EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
Finance EXIM BANK ปลื้มหลักสูตร EXIM 2X จับคู่ธุรกิจสำเร็จ 90 คู่เจรจา หนุนสินเชื่อ-ประกันการส่งออกกว่า 544 ล้าน
TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
Finance TSD ยืนยันระบบถูกแฮ็กไม่มีข้อมูล “ยอดหุ้น” หลุด-มีแค่ข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ
อุตสาหกรรมชิปเดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
Tech อุตสาหกรรมชิปเดือด ผวา เครื่องยิงชิปจีน ?
คลังเตรียมออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ธ.ก.ส. ครบ 60 ปี
Finance คลังเตรียมออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ธ.ก.ส. ครบ 60 ปี
กองทุนน้ำมันติดลบ 6.57 หมื่นล้าน หลังหนี้สินสูงกว่าแสนล้าน
Economic กองทุนน้ำมันติดลบ 6.57 หมื่นล้าน หลังหนี้สินสูงกว่าแสนล้าน
“แพลนบี” ชวนชาวไทยชม Immersive Art เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 หน้าอาคารสถิตไทยชโย หัวมุมถนนดำเนินกลาง
Business “แพลนบี” ชวนชาวไทยชม Immersive Art เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 หน้าอาคารสถิตไทยชโย หัวมุมถนนดำเนินกลาง
ตำรวจไซเบอร์ เตือนนักลงทุนข้อมูลรั่วจาก TSD มีโอกาสถูก “หลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต” แนะวิธีป้องกัน
Finance ตำรวจไซเบอร์ เตือนนักลงทุนข้อมูลรั่วจาก TSD มีโอกาสถูก “หลอกซ้ำซ้อนจากวิกฤต” แนะวิธีป้องกัน
ยันฮี ชี้ LGBTQ+ Healthcare อนาคตใหม่ธุรกิจการแพทย์ – Medical Tourism ไทย
Business ยันฮี ชี้ LGBTQ+ Healthcare อนาคตใหม่ธุรกิจการแพทย์ – Medical Tourism ไทย
The Senior รพ.ผู้สูงอายุนำ “หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง” เสริมการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแนวทางบำบัดแบบไม่ใช้ยา
Business The Senior รพ.ผู้สูงอายุนำ “หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง” เสริมการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแนวทางบำบัดแบบไม่ใช้ยา
ดูทั้งหมด

ดร.พิพัฒน์ ชี้ Fitch Ratings ปรับลดมุมมองเครดิตไทย เสียงเตือนเร่งแก้วิกฤตการคลัง

25 ก.ย. 2568 | 15:11น.
พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

ดร.พิพัฒน์ KKP ชี้ไม่ประหลาดใจ Fitch Ratings ปรับลดมุมมองเครดิตไทยเป็นเชิงลบ สะท้อนพื้นที่ทางการคลังที่แคบลงเรื่อย ๆ มองเป็นเสียงเตือนให้ต้องเร่งแก้วิกฤตการคลัง

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสาตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์เฟซบุ๊ก “Pipat Luengnaruemitchai” ระบุว่า สัญญาณเตือน (อีกครั้ง) เรื่องความเสี่ยงการคลังของไทย Fitch Ratings ปรับลด Outlook เครดิตเรตติ้งของไทยจาก Stable เป็น Negative ซึ่งส่งสัญญาณว่าไทยมีโอกาสถูก Downgrade มากกว่า Upgrade ในอนาคต

“จริง ๆ แล้วข่าวนี้ ไม่น่าสร้างความประหลาดใจมากนัก เพราะก่อนหน้านี้ Moody’s ก็เพิ่งปรับมุมมองของไทยเป็น “ลบ” ไปแล้วก่อนหน้านี้ (และคาดได้ว่าเดี๋ยว S&P ก็จะตามมาในเร็ว ๆ นี้) แต่มันสะท้อนภาพความเสี่ยงทางการคลังที่ก่อตัวชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ”

Fitch พูดเหมือน Moody’s ว่าความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจระยะยาว การ “เลื่อน” การลดหนี้ (เราบอกว่าเราจะเอาการขาดดุลให้ต่ำกว่า 3% ของ GDP แต่ก็ไม่เคยทำได้เลย เลื่อนไปเรื่อย ๆ) และความไม่แน่นอนด้านการคลัง ทำให้ความเสี่ยงด้านการคลังมีสูงขึ้น

หากมองย้อนกลับไป เส้นทางเครดิตเรตติ้งของไทยเต็มไปด้วยบทเรียนสำคัญ ก่อนวิกฤตปี 2540 เราเคยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่น่าเชื่อถือสูง ระดับ A แต่เมื่อเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ค่าเงินบาทต้องลอยตัว เศรษฐกิจทรุดหนัก เรตติ้งไทยก็ร่วงลงไปถึงขั้น “Junk” หลังจากนั้นช่วงต้นทศวรรษ 2000 เราจึงค่อย ๆ ฟื้นกลับเข้าสู่ Investment Grade ที่ระดับ BBB+/Baa1

แต่กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา เราก็ยังคงติดอยู่ในระดับนี้ ไม่สามารถขยับขึ้นไปสูงกว่านี้ได้ (ปี 2019 เรายังลุ้นอยู่เลยว่าจะได้ Upgrade ไหม) ขณะที่เพื่อนบ้านบางประเทศอย่างอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์กลับเริ่มไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ

สิ่งที่ Downgrade ครั้งนี้สะท้อนชัดเจน คือ “พื้นที่การคลังของไทยกำลังแคบลงเรื่อย ๆ” รัฐบาลมีหนี้เพิ่มขึ้นมาก การกู้ยืมในอนาคตจะแพงขึ้น และเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้การคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะถูกจำกัดด้วยต้นทุนการกู้ที่สูงขึ้นและความเชื่อมั่นที่ลดลง

ต้องเข้าใจก่อนว่า Credit Rating Agency ไม่ได้มีเกณฑ์ตายตัวว่าประเทศจะต้องมีหนี้สาธารณะไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของ GDP สังเกตว่าระดับหนี้สาธารณะของไทยก็ไม่ต่างกับประเทศที่มี Rating ใกล้เคียงกัน
สิ่งที่เขาดูจริง ๆ คือ เส้นทางความยั่งยืนของหนี้ (Debt to GDP Path ว่า Sustainable หรือไม่) ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักเพียง 4 อย่างคือ

  • ระดับหนี้ที่มีอยู่
  • ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย
  • ขาดดุลการคลัง และ
  • การเติบโตของ GDP

ถ้าหนี้สูง ดอกเบี้ยแพง ขาดดุลเยอะ และเศรษฐกิจโตต่ำ เส้นทางหนี้จะ “ระเบิด” ได้ในที่สุด

กรณีของไทยอาจจะโชคดีที่ดอกเบี้ยโดยรวมยังต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ และเพราะมีหนี้ต่างประเทศน้อยมาก การปรับลด Outlook อาจจะไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยเราขึ้นเยอะมาก

แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ Trajectory ของ Nominal GDP เรากำลังโตต่ำลงเรื่อย ๆ

และนี่คือสิ่งที่ทั้ง Fitch และ Moody’s ชี้ชัดว่า ปัญหาการเมืองบวกกับความท้าทายเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย กำลังทำให้ความเสี่ยงด้านการคลังสูงขึ้น หากไม่มีแผนการลดหนี้และสร้างความยั่งยืนทางการคลัง (Fiscal Consolidation) อย่างจริงจัง

ดังนั้น ทางออกจึงอาจจะไม่ใช่การอัดฉีดแบบเดิม ๆ แต่รัฐบาลจำเป็นต้องมีแผนฟื้นฟูความน่าเชื่อถือการคลัง ในขณะที่เพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว

  • ฝั่งรายได้ ต้องหาทางเพิ่มรายได้โดยไม่บั่นทอนการเติบโต เช่น การดึงคนและธุรกิจเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น ทบทวนสิทธิประโยชน์ทางภาษี และการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บให้มี Tax Buoyancy ที่สูงขึ้น
  • ฝั่งรายจ่าย ต้องกล้าลดขนาดของรัฐ ลดการรั่วไหลและคอร์รัปชั่น พร้อมกับเลือกลงทุนในสิ่งที่มีผลคูณต่อเศรษฐกิจสูง ลงทุนที่ทำให้ Productivity ของประเทศเติบโตมากกว่าการใช้จ่ายแบบที่สิ้นเปลืองไปโดยไม่เหลืออะไร

และต้องการควบคุมวินัยทางการคลังอย่างจริงจัง ไม่ใช่หาที่ซ่อนภาระทางการคลังไว้ที่ต่าง ๆ รวมถึงการปฏิรูปประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจด้วย

ท้ายที่สุด สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ เรตติ้งไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นกระจกสะท้อนความเชื่อมั่น หากเราไม่รักษาวินัยทางการคลังและไม่เดินหน้าแก้ไขปัญหาโครงสร้าง เงาสะท้อนนี้ก็จะยิ่งเลวร้ายลงเรื่อย ๆ และย้อนกลับมาเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจที่หนักขึ้น การใช้หนี้สาธารณะเพื่อกลบปัญหาโดยไม่ปฏิรูป ไม่ได้ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า หากเศรษฐกิจโตช้ากว่าดอกเบี้ย หนี้จะยิ่งเป็นภาระถาวร

“การคลังที่ดีจึงไม่ใช่แค่กันวิกฤต แต่ต้องสร้างอนาคต และ Downgrade ครั้งนี้ก็คือสัญญาณเตือนดัง ๆ ให้เราเริ่มจริงจังกับเรื่องนี้เสียที”