OMODA & JAECOO ลั่นเดินตามแผน เตรียมขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์ เพื่อใช้คืนมาตรการ อีวี 3.5 ของรัฐบาลไทย เดินเครื่องโรงงานไตรมาส 4 หลังทุ่มงบฯ 5,000 ล้าน ส่วนปีหน้าขึ้นไลน์ผลิต OMODA C3 เสริมทัพอีกรุ่น
นายบิล จาง ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท โอโมด้า แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด หรือ OMODA & JAECOO เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้เข้าร่วมมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย หรือ อีวี 3.5 ไปก่อนหน้านี้ โดยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมียอดจำหน่ายรถยนต์ไปแล้ว กว่า 10,000 คัน
โดยในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เชอรี่กรุ๊ป (CHERY Group) ซึ่งเป็นบริษัทแม่จะเริ่มขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์จากโรงงานประเทศไทย เพื่อรองรับรถยนต์ทั้ง 3 แบรนด์ ได้แก่ CHERY, OMODA & JAECOO พร้อมตั้งเป้าการผลิตไว้ที่ 80,000 คัน ภายในระยะเวลา 5 ปีจากนี้
สำหรับ OMODA & JAECOO จะเริ่มผลิตเพื่อชดเชยมาตรการอีวี 3.5 ในอัตรา 1 ต่อ 2 คัน เบื้องต้นโรงงานแห่งนี้จะผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV หรือรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ตามนโยบายที่บริษัทแม่วางให้ไทยเป็นฐานการผลิต
ขณะที่มาเลเซีย เป็นฐานผลิตรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด PHEV และอินโดนีเซีย จะเป็นฐานผลิตรถยนต์สันดาปภายใน ICE
สำหรับโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ได้ลงทุนมูลค่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตรถยนต์ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อส่งออกไปทำตลาดทั่วโลก โดยเริ่มต้นจากการผลิตรถยนต์ 3 รุ่น ประกอบไปด้วย JAECOO J5, JAECOO J6 และ OMODA C5
ส่วนในปีหน้าจะมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ อย่าง OMODA C3 ออกสู่ตลาดในไตรมาส 3 ของปี 2569 ด้วย โดยบริษัทมีความมุ่งมั่นว่าจะใช้ชิ้นส่วน และซัพพลายภายในประเทศไทยให้ได้อย่างน้อย 40% หรือมากกว่านั้นด้วย
โดยจะนำรถมาโชว์ในงานมหกรรมยานยนต์ หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป ปลายปี 2568 นี้
“โรงงานในประเทศไทยของเชอรี่กรุ๊ป เราจะผลิตรถทั้ง 3 แบรนด์ เพื่อรองรับตลาดในประเทศและตลาดส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาไปยังภูมิภาคอาเซียน และประเทศต่าง ๆ และคาดว่าการผลิตที่ 80,000 คัน จะทำได้เต็มกำลังการผลิตหลังจากปีที่ 5 เป็นต้นไป”
นายจางยังกล่าวต่อไปว่า นอกจากแผนการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะลงทุนตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิต และศูนย์อบรม ในประเทศไทย ภายในปี 2570 เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทย และภูมิภาคได้อย่างตรงจุดด้วย
โดยหลังจากบริษัทเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบหนึ่งปี ที่ผ่านมาพบว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ มียอดการส่งมอบและรอส่งมอบรถยนต์รวมกันไปมากกว่า 10,000 คัน
ดังนั้นบริษัทมั่นใจว่า เป้าหมายยอดขายกว่า 10,000 คัน ในปีนี้จะทำได้แน่นอน
โดยยอดขายหลัก ๆ เป็นผลตอบรับมาจากรถยนต์รุ่นใหม่ JAECOO J5
และส่วนปีหน้ามั่นใจว่า จะมียอดขายไม่น้อยกว่า 25,000 คัน
นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายในส่วนของงานบริการหลังการขายอย่าง บริการ OJ O-Jai Care ที่ขยายบริการรถยนต์ช่วยเหลือตลอด 24 ชม. จาก 100 กม.แรก เป็น 200 กม. คอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชม. ขยายจากภายในระยะเวลา 3 ปี เป็น 5 ปี
ส่วนความคืบหน้าของการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการหลังการขายนั้น บริษัทจะขยายให้ครบ 90 แห่ง ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า ทั่วประเทศ