Skip to content

‘ปิยะชาติ’ ชี้ เศรษฐกิจพอเพียงคือทางสู่การเติบโตยั่งยืนตาม SDGs

27 ก.ย. 2568 | 15:40น.
‘ปิยะชาติ’ ชี้ เศรษฐกิจพอเพียงคือทางสู่การเติบโตยั่งยืนตาม SDGs

ปิยะชาติ อิศรภักดี ชี้การเติบโตที่แท้จริงต้องขับเคลื่อนด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) เชื่อมสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ย้ำธุรกิจอนาคตต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในงาน SX2025

Sustainability Expo 2025 (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่เวที “FROM SEP TO SDG: OUR FUTURE OF GROWTH จากปรัชญาที่เรียบง่ายสู่เป้าหมายแห่งการเติบโตที่ยั่งยืน”

ปิยะชาติ อิศรภักดี Co-Executive Director, Sustainability Expo Fellow, Global Future Council, World Economic Forum กล่าวว่า ตนมีโอกาสทำงานในระดับโลกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ตระหนักคือโลกปัจจุบันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และเป็นโจทย์สำคัญที่ท้าทายคนรุ่นใหม่ในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันตนเองหลงใหลการคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้กลยุทธ์ใหม่ และประยุกต์ความรู้ด้านวิศวกรรมเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

หัวใจที่ต้องการสื่อสารคือ “การเติบโต” ซึ่งหลายฝ่ายมีคำจำกัดความแตกต่างกัน แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth) เพราะเป็นโจทย์ของการทำมาหากินว่าจะหารายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม หากมองระดับประเทศ ปัญหาคือการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยทุนนิยมได้ทิ้งร่องรอยความเหลื่อมล้ำ เช่น ปัจจุบันคนเพียง 1% ครอบครองทรัพย์สินมากถึง 50% ของโลก สะท้อน “รวยกระจุก จนกระจาย” ซึ่งบั่นทอนคุณภาพชีวิตและทำให้รัฐขาดทรัพยากรเพียงพอในการแก้ปัญหา อีกด้านหนึ่งคือการใช้ทรัพยากรโลกเกินขีดจำกัด นำไปสู่ภาวะโลกร้อน จนโลกไม่สามารถฟื้นฟูได้ทันกับการบริโภค

ข้อมูลชี้ชัดว่าเศรษฐกิจโลกมีมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่กลับก่อหนี้สะสมกว่า 3 ล้านล้านเหรียญ โดยกว่า 2 ล้านล้านเหรียญเป็นการกู้ยืมจากอนาคต ผลลัพธ์คือการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน (Unsustainable Growth)

ปิยะชาติ กล่าวต่อว่า แนวคิดการเติบโตแบบเดิมไม่สามารถใช้ได้ในศตวรรษที่ 21 เพราะแม้จะมีการพูดคุยกันมาก แต่การลงมือทำจริงยังขาดหาย จึงต้องสร้างแนวทางใหม่ที่ปรับใช้ได้จริงในระดับมหภาค โดยกรอบสำคัญคือ Sustainable Development Goals หรือ SDGs ที่จะเป็นเป้าหมายร่วมของทุกฝ่าย หากแต่การตั้งเป้าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีวิธีการที่ทำได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ความพอดี (Moderation), ความมีเหตุผล (Reasonableness), ภูมิคุ้มกัน (Self-immunity), ความรู้ (Knowledge) และคุณธรรม (Virtue) ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ แต่ในอดีตกลับถูกมองข้าม จนกระทั่งต่างชาตินำไปพูดถึงและยืนยันถึงคุณค่า

ซึ่งปีนี้เป็นครั้งแรกที่ SX เปิดเวทีสำหรับโลกธุรกิจในโซน “SEP Inspiration – Prologue” เพราะเชื่อว่าธุรกิจแห่งอนาคตที่จะได้รับการยอมรับในระดับโลก คือธุรกิจที่เติบโตจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเป็น Soft Power ที่จะสร้างความชื่นชมจากนานาชาติ

ปิยะชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญคือการแก้ปัญหาวันนี้โดยไม่สร้างภาระเพิ่มให้วันพรุ่งนี้ และสร้างต้นทุนที่ดีให้กับอนาคต หลักคิดง่าย ๆ นี้คือการเปลี่ยนจาก Sufficiency to Sustainability พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก อย่างแท้จริง

“หากโลกไม่ยั่งยืน เราก็ไม่อาจยั่งยืน ทุกฝ่ายต้องเติบโตไปด้วยกัน”