Skip to content

‘แอลจี’ เสริมแกร่งโรงงานไทย ทุ่ม 800 ล./ปีย้ำฐานผลิตเบอร์ 3

03 ต.ค. 2568 | 06:17น.
‘แอลจี’ เสริมแกร่งโรงงานไทย ทุ่ม 800 ล./ปีย้ำฐานผลิตเบอร์ 3

แอลจี ลงทุนอัพเกรดโรงงานไทยต่อเนื่อง ทุ่ม 800 ล้าน/ปี เพิ่มเครื่องจักร-ไลน์ผลิต พร้อมขยายการรับซื้อวัตถุดิบในไทยตั้งเป้าแตะ 80-90% ปั้นระบบ Just in Time ย้ำฐานผลิตอันดับ 3 ส่งเครื่องซักผ้า-แอร์-คอมเพรสเซอร์ 60-80% ป้อนตลาดโลก

นายวราพงษ์ อูปแก้ว ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ไทยถือเป็นฐานผลิตใหญ่อันดับ 3 จาก 18 แห่งของแอลจี รองจากจีนและเกาหลีใต้

มีโรงงานแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ที่จังหวัดระยอง พื้นที่ 535,756 ตร.ม. หรือ 335 ไร่ เป็นฐานผลิตเครื่องซักผ้า, เครื่องปรับอากาศ และคอมเพรสเซอร์ สำหรับส่งออก 60-80% ไปยังเอเชีย, ตะวันออกกลาง และทวีปอเมริกาเหนือ-ใต้รวมกว่า 30 ประเทศ มีศักยภาพการผลิตรวม 5.5 ล้านยูนิต ซึ่งปี’67 สามารถขยับขึ้นเป็น 5.9 ล้านยูนิต แบ่งเป็น เครื่องซักผ้า 2.28 ล้านเครื่อง เครื่องปรับอากาศ 2.7 ล้านเครื่อง และคอมเพรสเซอร์ 9.2 แสนชิ้น

ลงทุนต่อเนื่อง 800 ล้าน/ปี

โดยบริษัทลงทุนด้านอัพเกรดการผลิตปีละ 800 ล้านบาท แบ่งเป็น 500-600 ล้านบาทสำหรับแม่พิมพ์สินค้า และ 200-300 ล้านบาทสำหรับพัฒนาศักยภาพการผลิตทั้งด้านคุณภาพและความแม่นยำ ความปลอดภัยรวมถึงคุณภาพชีวิตพนักงาน

ล่าสุดเตรียมปรับพื้นที่-ทำระบบสาธารณูปโภคบนที่ดินเปล่าส่วนที่เหลือบริเวณข้างโรงงานปัจจุบันเพื่อจูงใจการตัดสินใจลงทุนขยายโรงงานของบริษัทแม่ในอนาคตอีกด้วย

“การที่เราดูแลพนักงานให้ดี ทั้งค่าใช้จ่าย ความปลอดภัย สภาพการทำงานและระบบอินเซนทีฟตามฝีมือ จนมีเทิร์นโอเวอร์ต่ำ พนักงานจำนวนมากมีอายุงานเกิน 20 ปี เป็นหนึ่งในปัจจัยดึงดูดการลงทุนจากบริษัทแม่ให้ตัดสินใจมาตั้งไลน์ผลิต-โรงงานในไทย เช่น เครื่องอบผ้า”

เพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบไทย 80-90%

นายวราพงษ์กล่าวต่อไปว่า พร้อมกันนี้บริษัทเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อวัตถุดิบในไทยให้สูงขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 70% เป็น 80-90% เพื่อสร้างระบบสั่งวัตถุดิบแบบ Just in Time ซึ่งจะลดภาระการสต๊อกวัตถุดิบ และลดผลกระทบจากการนำเข้า อาทิ ค่าเงิน วันหยุดยาวในจีน ฯลฯ

ขณะเดียวกันยังจับมือผู้ประกอบการไทยมาผลิตเครื่องจักรการผลิต โดยอาศัยต้นแบบจากเครื่องที่นำเข้าจากเกาหลี เพื่อให้สามารถขยายกำลังผลิตด้วยต้นทุนที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันแอลจีใช้วัตถุดิบในไทย เช่น แผ่นโลหะ, แผงวงจร, เม็ดพลาสติกจากทั้งผู้ประกอบการไทย และผู้ประกอบการเกาหลีใต้ที่มาลงทุนไลน์ผลิตในไทย ในขณะที่ยังต้องนำเข้าชิปคอมพิวเตอร์ มอเตอร์ และชิ้นส่วนบางชนิดที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัท

มั่นใจรับมือภาษีทรัมป์ได้

นายวราพงษ์เสริมว่า สำหรับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกานั้น จะเห็นได้ในปี 2569 เมื่อรายละเอียดต่าง ๆ เช่น สัดส่วนวัตถุดิบในประเทศมีความชัดเจนแล้ว โดยมั่นใจว่าโรงงานแอลจีในไทยและทั่วโลกจะสามารถรับมือได้ เนื่องจากมีเครือข่ายซัพพลายเออร์จากหลากหลายประเทศ ทำให้สามารถปรับการจัดหาวัตถุดิบตามเงื่อนไขที่ออกมาได้แน่นอน

ดึงเทคฯเกาหลีเสริมแกร่ง

นอกจากนี้ บริษัทยังนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากโรงงานในเกาหลีใต้มาปรับใช้ อาทิ ระบบตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าและความปลอดภัยแบบอัตโนมัติด้วยกล้อง ติดตั้งในทุกสายการผลิตเพื่อคุมคุณภาพ, นำหุ่นยนต์มาใช้ทั้งในกระบวนการผลิต อาทิ ย้ายชิ้นงาน, ติดป้าย, จัดเรียงสินค้า และการลำเลียงชิ้นส่วนแบบอัตโนมัติไปยังแต่ละไลน์การผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพและความปลอดภัยให้กับพนักงาน รวมถึงตั้งศูนย์รวมข้อมูลการผลิตให้สามารถติดตามข้อมูลแบบออนไลน์ให้บรรลุเป้าหมายการผลิต

ขณะเดียวกันยังติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงานสัดส่วน 66% ของพื้นที่ กำลังผลิตรวม 7.4 เมกะวัตต์ สำหรับระบบแสงสว่างภายในโรงงาน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 5,100 ตัน/ปี อีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เครื่องใช้ไฟฟ้า แอลจี