อนุทินเผย สมช.ไฟเขียวสร้างรั้วชายแดน มอบกองทัพกำหนดพิกัดให้ ‘มท.-กองทัพ’ ผลักดันเขมรพ้นพื้นที่บ้านหนองจาน ยันไม่สนองตอบ พร้อมกดดันเข้ม หากเขมรเมินอพยพคน-กู้ทุ่นระเบิด ลั่นอยากอยู่แบบนี้ก็เอา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แถลงผลประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่าที่ประชุม สมช.พิจารณา 2-3 เรื่อง ส่วนรายละเอียดประเด็นต่าง ๆ ทางเลขาฯ สมช.จะเป็นผู้ให้รายละเอียด เรื่องแรกที่ประชุมอนุมัติหลักการการสร้างรั้วตามแนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนกำหนดพิกัด กองบัญชาการกองทัพไทยจะไปดำเนินการตัดสินใจว่าจะสร้างตรงช่วงใด
ขณะที่งบประมาณที่จะดำเนินการ ทางเลขาฯ สมช.จะเป็นผู้แถลง โดยรั้วที่จะสร้างจะเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือแบบใดนั้น ต้องบอกว่ามีหลายรูปแบบ บางส่วนเป็นรูปแบบนี้ หรือจะเป็นรูปแบบอื่น ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ รวมถึงความสะดวกของประชาชนในแถบนั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงการผลักดันชาวกัมพูชาออกจากบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว นายอนุทินกล่าวว่า ในส่วนนโยบายต้องใช้กฎหมายที่ถูกต้อง และคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม และผลกระทบต่าง ๆ ที่จะตามมา ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย ทางกองบัญชาการกองทัพไทยจะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะใช้กฎหมายตามกฎอัยการศึก, กฎหมายป่าไม้ หรือกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ในการดำเนินการ
เมื่อถามว่าจะถึงขั้นใช้กำลังผลักดันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าเขาคือชาวบ้านทั่วไป ไม่ใช่กองทัพ เราต้องคำนึงถึงวิถีชีวิตของคนที่ลำบาก ซึ่งมีทั้งเด็ก สตรี และคนชราด้วย
เมื่อถามย้ำว่าถึงอย่างไรจะต้องผลักดันออกใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราจะพยายามทำอยู่แล้ว ส่วนไทม์ไลน์ที่จะให้กองทัพไปดำเนินการจะมีกรอบอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่าจะเป็นวัน เวลา ตามที่เห็นเหมาะสม ซึ่งยังไม่น่าจะใช่วันที่ 10 ต.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียงของชาวบ้านในพื้นที่จะเป็นแรงกดดันในการดำเนินงานหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราต้องรับฟังเสียงจากทุกฝ่าย เมื่อถามว่าที่ประชุม สมช.ได้พูดถึงเรื่องเอ็มโอยู 43 และ 44 หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าไม่มี ตรงนั้นเป็นเรื่องของสภา
เมื่อถามถึงเรื่องของการถอนกำลังของกัมพูชา นายอนุทินกล่าวว่าอยู่ในกรอบของจีบีซีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ไปประชุมมาแล้ว โดยระหว่างการประชุมเรายืนยันจุดยืนว่าก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ในเรื่องของการเจรจาเรามีเงื่อนไขที่ต้องการให้กัมพูชาปฏิบัติตามแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าในการประชุมระดับอาร์บีซี และจีบีซี เหมือนยังวนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้จะเริ่มไปไหนแล้ว ดูได้จากสิ่งที่จะเริ่มไปไหน คือมีความคืบหน้าของการเจรจา เช่นกรณีที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ที่เดินทางไปที่ยูเอ็น ได้พูดถึงจุดยืนของประเทศไทย ว่าสิ่งที่หลายคนเข้าใจ และสิ่งที่นานาชาติถูกทำให้เข้าใจ ที่จริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นและข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ เพื่อนำไปสู่การเจรจาที่เราจะต้องดำเนินต่อไป
เมื่อถามว่ารัฐบาลหวังจะใช้ช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศเป็นช่องทางในการเจรจามากกว่าใช้กำลัง นายอนุทินกล่าวว่าต้องไปคู่กัน กองทัพก็ต้องพร้อม เมื่อเราไปบอกที่อื่นว่าเราไม่ใช่ผู้รุกราน แต่เราเป็นผู้ถูกรุกราน จึงต้องรักษาสถานะตรงนี้เอาไว้ ว่าเราไม่ได้เป็นผู้รุกราน แต่เป็นการป้องกันอธิปไตยและแผ่นดินของเรา ทั้งนี้ กองทัพยืนยันว่ามีความพร้อม ขณะที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนกองทัพ เห็นด้วยจากการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกที่มีการสนับสนุนให้เกิดความพร้อมในการรักษาแผ่นดินของประเทศไทย
เมื่อถามว่าจะมีมาตรการอะไรที่จะกดดันกัมพูชาที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีการพูดคุย นายอนุทินกล่าวว่าทุกวันนี้ถือว่าเป็นการกดดันอยู่แล้ว โดยท่าทีของเขาที่ตอบรับกลับมา จากการที่ รมว.การต่างประเทศเดินทางไปที่ยูเอ็น จะเห็นว่าผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่พยายามติดต่อมาขอให้เราทำอย่างโน้นอย่างนี้ นี่ถือว่าเป็นการตอบรับ แม้จะไม่ได้พูดกันโดยตรง แต่เป็นการสื่อสารที่ทำให้เรารับรู้และทราบได้ว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้เดินไปสู่การตอบรับและดำเนินการเพื่อให้สถานการณ์ของสองประเทศดีขึ้น
เมื่อถามย้ำว่า แต่ทางกัมพูชายังไม่ได้ตอบรับเรื่องการจัดทำแผนอพยพคน รวมถึงความร่วมมือในการเก็บกู้ระเบิด ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเขาไม่ตอบ เราก็ไม่ตอบสนองอะไรเขา และถ้าสิ่งที่เขาพยายามให้เราดำเนินการอย่างนั้นอย่างนี้ รวมถึงให้ช่วยเปิดด่านนั้น เราก็ไม่ทำ ไม่อยากใช้คำว่ากดดัน เพราะทุกวันนี้เรากดดันมากอยู่แล้ว โดยหาวิธีที่ทำให้เห็นว่าเราพร้อม ถ้าเขาอยากจะอยู่แบบนี้ เราก็พร้อม แต่ถ้าอยากให้ชีวิตของประชาชนของเขาดีขึ้นต้องตอบรับเงื่อนไขของเรา