เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

ไทยก้าวหน้าเพิ่มสิทธิ “แม่ลาคลอด” เทียบเท่าโปรตุเกส-บราซิล

09 ต.ค. 2568 | 12:46น.

มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ ชู “นมแม่ 6 เดือน” ยกระดับศักยภาพทุนมนุษย์

มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “นมแม่ล้วน 6 เดือน ไม่เสริมน้ำ” หลังวุฒิสภาเห็นชอบ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ เพิ่มวันลาคลอดจาก 98 วันเป็น 120 วัน ชี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มแม่และเด็กเทียบเท่ากับประเทศชั้นนำอย่างโปรตุเกสและบราซิล เตรียมเร่งผลักดันให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ด้วยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ร้อยละ 50

แพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า มูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ และภาคีเครือข่ายได้มีการขับเคลื่อนนโยบายปกป้อง ส่งเสริม และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยการบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 ควบคู่ไปกับการพัฒนามาตรฐานโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก (BFHI) สนับสนุนมุมนมแม่ในสถานประกอบการ

โดยล่าสุดนับเป็นหมุดหมายที่ดีเมื่อ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่เพิ่มวันลาคลอดจาก 98 วันเป็น 120 วัน ภายหลังจากนั้นยังได้มีการพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ ซึ่งมีเรื่องของการกำหนดให้สถานประกอบการต้องมีสถานที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ลูกจ้างสามารถให้นมหรือบีบเก็บน้ำนมในที่ทำงานได้ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที ตลอดระยะเวลา 1 ปีหลังคลอด สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ล้วน 6 เดือนไม่เสริมน้ำให้เป็นนโยบายแห่งชาติประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

“การเพิ่มวันลาคลอดเป็น 120 วัน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน โดยเฉพาะแม่และเด็ก ทำให้แม่ได้มีเวลาอยู่กับลูกนานขึ้น ลูกได้กินนมแม่นานขึ้นถึง 4 เดือน และเมื่อแม่ต้องกลับไปทำงานก็จะเหลือเวลาเพียงแค่ 2 เดือนที่จะบีบเก็บน้ำนมกลับมาให้ลูก ทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนเป็นเรื่องง่ายขึ้น

แต่สิ่งสำคัญนับจากนี้ก็คือการขับเคลื่อนเรื่องโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก (BFHI) ให้มีความเข้มแข็ง ลูกต้องได้เข้าเต้าแม่ตั้งแต่ชั่วโมงแรกหลังคลอด ต้องทำให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตั้งแต่อยู่ในโรงพยาบาล เพื่อให้แม่มีความมั่นใจในการดูแลลูก และเมื่อกลับบ้านก็จะต้องมีระบบสนับสนุนให้สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ เช่น คลินิกนมแม่ จะทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถูกเริ่มต้นอย่างเข้มแข็งและประสบความสำเร็จ”

สำหรับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ทำให้สิทธิในการลาคลอดของประเทศไทยมีความก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาประเทศทั่วโลก โดยประเทศโปรตุเกสและบราซิลให้สิทธิแม่ในการลาคลอดถึง 120 วัน โดยยังได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน หรือลาได้ถึง 150 วัน และรับค่าจ้างลดลงเหลือร้อยละ 80 ส่วนประเทศที่ให้สิทธิการลาคลอดนานที่สุดในโลกคือประเทศบัลแกเรีย 58.6 สัปดาห์ (ประมาณ 1 ปี 1 เดือน) รองลงมาคือประเทศนอร์เวย์ 49 สัปดาห์ (ประมาณ 11 เดือน)

นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคมนมแม่ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย ระบุว่าการเพิ่มวันลาคลอดจาก 98 วันเป็น 120 วัน จะช่วยให้แม่มีเวลาพักฟื้นและดูแลบุตรแรกเกิดได้อย่างเต็มที่ ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจทั้งแม่และเด็ก ก่อให้เกิดความรัก ความผูกพัน สร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก แม่จะได้มีเวลาให้นมลูกและดูแลลูกได้เต็มที่ ลดความกังวลในการหาผู้ดูแลลูกเมื่อต้องกลับไปทำงาน

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังช่วยลดความเสี่ยงและช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในตัวของแม่ได้ ตัวลูกเองก็จะได้รับสารอาหารและภูมิคุ้มกันจากนมแม่อย่างเต็มที่ สุขภาพก็จะแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรค NDCs ในวัยผู้ใหญ่ได้อีกด้วย

“กฎหมายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ล้วนมีส่วนช่วยสนับสนุนให้การขับเคลื่อนสังคมนมแม่ล้วน 6 เดือน ประสบความสำเร็จมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มีความจำเป็นที่ต้องสื่อสารกับภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง ให้เห็นว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นไม่ได้มีประโยชน์แค่ตัวแม่กับลูกเท่านั้น แต่เป็นการช่วยเหลือสังคมอีกทางหนึ่ง เพราะเด็กจะป่วยน้อย โรงพยาบาลก็ไม่ต้องรับภาระ ครอบครัวไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กป่วย

อีกส่วนหนึ่งที่คือภาครัฐที่จะต้องเข้ามาช่วยสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องนี้ รวมไปถึงออกกฎหมายต่าง ๆ เพื่อให้การขับเคลื่อนเรื่องของนมแม่ทำได้ง่ายขึ้น เช่นการเพิ่มวันลาให้มากขึ้นไปจนถึง 6 เดือน ซึ่งเป็นลงทุนในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพด้วยนมแม่ที่คุ้มค่ามากที่สุด ที่นานาประเทศให้การยอมรับ”

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านจำนวนประชากรที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรสูงวัย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม การขับเคลื่อน “นมแม่” ให้เป็นนโยบายแห่งชาติ จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งในการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่ฐานราก เพราะนมแม่คืออาหารที่ดีที่สุด และเป็นปัจจัยพื้นฐานที่เด็กไทยทุกคนควรได้รับ เพราะมีสารอาหารครบถ้วน เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค และส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและสติปัญญา

การสนับสนุนให้เด็กไทยได้กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และต่อเนื่องถึง 2 ปีพร้อมอาหารตามวัย จึงเป็นการลงทุนที่มีต้นทุนน้อยที่สุด แต่ให้ประโยชน์สูงสุดในการสร้างเด็กไทยให้มีสุขภาวะ สร้างทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยให้มีคุณภาพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลาคลอด แม่