Skip to content

“สนธิรัตน์” หารือพาณิชย์ภาคเหนือ หวั่นลำไยล้นตลาด เผย “Tmall” พร้อมรับดันขายจีน

13 ก.ค. 2561 | 15:11น.
“สนธิรัตน์” หารือพาณิชย์ภาคเหนือ หวั่นลำไยล้นตลาด เผย “Tmall” พร้อมรับดันขายจีน

สนธิรัตน์ ลงพื้นที่เชียงใหม่ร่วมหารือพาณิชย์จังหวัดภาคเหนือ หามาตรการรองรับผลผลิตลำไยที่กำลังออก หวั่นจะล้นตลาด อีกทั้ง สั่งการให้หาจุดเชื่อมโยง ช่องทางจำหน่ายลำไยก่อนผลผลิตออก เผย Tmall.com พร้อมรับลำไยไทยขายเข้าจีน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 13 – 14 กรกฎาคม 2561 เพื่อร่วมประชุมกับหน่วยงานราชการ รวมไปถึงผู้ซื้อ ผู้ส่งออก โรงงานแปรรูป และตลาดกลางสินค้าเกษตร เพื่อเตรียมวางมาตรการและแผนรองรับผลผลิตลำไย ภาคเหนือในฤดูกาลผลิตปี 2561 ด้วย และ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังได้จัดให้มีการลงนามข้อตกลงมาตรฐานของกรมการค้าภายใน ระหว่าง เกษตรกรกับผู้ประกอบการ ในการซื้อขายผลผลิตลำไยภาคเหนือ รวมทั้งยังได้พบปะเกษตรกรชาวสวนลำไย เพื่อรับฟังปัญหาการผลิต และการตลาดเพื่อสรุปถึงผลกระทบก่อนจะหามาตรการดูแลเพิ่มเติมต่อไป

สำหรับการลงนามข้อตกลงมาตรฐานของการการค้าภายในนั้นคือ บริษัท มาตาโปรดักส์ จำกัด (ผู้ส่งออก) กับสหกรณ์การเกษตรจอมทอง โดยจะทำการซื้อขายปริมาณ 3,800 ตัน มูลค่า 129.20 ล้านบาท และจะทำการส่งมอบผลผลิตระหว่างเดือนสิงหาคม – ธันวาคม 2561 และนอกจากนี้ บริษัท เนเซอรัล เบฟ จำกัด (ผู้ผลิตน้ำลำไยเข้มข้น) ยังได้ลงนามข้อตกลงซื้อขายผลผลิตลำไยกับกลุ่มเกษตกร 10 กลุ่ม ซึ่งเป็นการลงนามข้อตกลงโดยตรงกับบริษัทเองด้วย

ทั้งนี้ ยังจะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายลำไยให้กับเกษตรกรอีกด้วย โดยกรมการค้าภายในจะเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย ในการหาช่องทางจำหน่ายลำไยให้เกษตรกร โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง สำหรับการเชื่อมโยงตลาดในประเทศ จะกระจายไปตามช่องทางประชารัฐ โดยผ่านความร่วมมือจาก ห้างค้าปลีกรายใหญ่ เช่น Tops Market The Mall Lotus Big C และMakro รวมไปถึง สถานีบริการน้ำมัน เช่น ปตท. และบางจาก นอกจากนี้ ก็จะเชื่อมโยงผ่านทาง ไปรษณีย์ไทย ร้านธงฟ้าประชารัฐ และตลาดต้องชม เป็นจุดจำหน่ายสินค้าเพิ่มเติม เพื่อสร้างช่องทางและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตกรผู้ผลิต

ด้านการส่งเสริมการตลาดต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ จะผลักดันสินค้าเข้าสู่ระบบ การซื้อขายแบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ Tmall.com เพิ่มขึ้นจากที่ประสบผลสำเร็จนำสินค่าเกษตร ข้าว ทุเรียน เข้าไปวางจำหน่ายและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รวมทั้ง จะจัดหาตลาดต่างประเทศใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นให้กับสินค้าลำไยและแปรรูป เพื่อลดการพึ่งพาส่งออกลำไยไปตลาดอินโดนีเซีย

นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ยังจะสนับสนุนการแปรรูปลำไยเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า รวมทั้งการเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรับซื้อลำไย ตลอดจนการรณรงค์และประชาสัมพันธ์การบริโภค ให้กับผู้บริโภคทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้รับรู้ ว่าลำไยไทยนอกจากจะบริโภคในรูปแบบผลสดแล้ว ยังมีรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้จากลำไยอีกมากมายให้รับประทาน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้กับเกษตกรและผู้ประกอบการเองด้วย

และนอกจากนี้ ในปีนี้ยังพบว่าประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างอินโดนีเซียได้ออกมาตรการห้ามนำเข้าลำไยในช่วงที่ผลผลิตลำไยไทยออกสู่ตลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกลำไยไปอินโดนีเซีย กระทรวงพาณิชย์ จึงต้องหามาตรการและแนวทาง เพื่อดำเนินการแก้ไข โดยได้หยิบยกในประเด็นดังกล่าวขึ้นมาหารือในทุกเวทีและทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อพิจารณาหาแนวทางให้อินโดนีเซียผ่อนคลายมาตรการห้ามนำเข้า แต่ขณะนี้ทางอินโดนีเซียยังไม่พิจารณาแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์อาจจะต้องหามาตรการเพื่อเป็นแรงผลักดันให้กับลำไยของไทยส่งออกไปได้

อย่างไรก็ดี การลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังได้จัดสัมมนาให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในทุกอุตสาหกรรมเกษตรที่เกี่ยวข้อง โดยกระตุ้นให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้ามาใช้ประโยชน์ จากความตกลง FTA ที่ไทยมีอยู่ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือยุคการค้าเสรี ที่ตะเกิดขึ้น อีกทั้ง เร็วๆนี้หน่วยงานกระทรวงพาณิชย์จะนำคณะธุรกิจ ผู้นำเข้า จากประเทศอินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เข้ามาเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย ระหว่างวันที่ 17 – 20 กรกฎาคม 2561 นี้ด้วย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางในการส่งออกสินค้าลำไยของไทยได้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สถานการณ์ผลผลิตลำไย ภาคเหนือ ปี 2561 จะออกสู่ตลาดมาก ช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2561 ประมาณ 381,498 ตัน ขยายตัวเพิ่ม 5% ขณะที่ความต้องการ ส่งออก 47% แปรรูป 50% และบริโภคสด 39% ส่วนราคาลำไยเกรด เอ เฉลี่ยราคา 27.21 บาทต่อกิโลกรัม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Tmall.com