เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

พาณิชย์จีนแจง กรณียกระดับมาตรการคุมเข้มแร่หายาก ที่อาจจุดชนวนสงครามการค้ารอบใหม่

13 ต.ค. 2568 | 17:56น.

เมื่อ 12 ตุลาคม เวลา 09.44 น. ตามเวลาปักกิ่ง กระทรวงพาณิชย์จีน (MOFCOM) เผยแพร่ข้อความแสดงการตอบโต้ต่อการขู่ขึ้นภาษีของสหรัฐ พร้อมชี้แจงถึงมาตรการขยายการควบคุม “แร่หายาก” (Rare Earths) ที่อาจเป็นสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ระลอกล่าสุด

กระทรวงพาณิชย์จีนขยายการควบคุมการส่งออกแร่หายากและสินค้าที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องบางชนิด ครอบคลุมเทคโนโลยีการแปรรูป การผลิตแม่เหล็ก เครื่องรีไซเคิลในแร่หายาก โดยมีผลบังคับใช้เมื่อ 9 ตุลาคม

พร้อมระบุชัดว่า จะไม่ออกใบอนุญาตให้ชาวต่างชาติเพื่อจุดประสงค์ทางการทหารในต่างประเทศ และจะอนุมัติใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แบบพิจารณาเป็นกรณีไป

จีนครอบครองแร่หายากคิดเป็นประมาณร้อยละ 70 ของอุปทานแร่หายากโลก และใช้แร่ที่จำเป็นอย่างยิ่งเหล่านี้ในอุตสาหรรมตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงขีปนาวุธ เป็นข้อต่อรองในการเจรจาการค้าหลายครั้งแล้ว

“นโยบายล่าสุดระบุอย่างชัดเจนว่าจะปฏิเสธการส่งออกแร่หายากที่ขึ้นทะเบียนเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการป้องกันประเทศในวงกว้าง ซึ่งเป็นการตอกย้ำถ้อยคำเดิมที่กำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตเท่านั้น” อิริก จู นักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์กกล่าว

คุมส่งออก ไม่ใช่ห้ามส่งออก

กระทรวงพาณิชย์จีนอธิบายเหตุผล ดังนี้ 1) เป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายของรัฐบาลจีนเพื่อปรับปรุงระบบควบคุมการส่งออกให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายและความขัดแย้งทางทหารที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งทั่วโลก 2) จีนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้แร่หายากขนาดกลางและหนักและสินค้าที่เกี่ยวข้องในด้านการทหาร ในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ จีนได้ใช้มาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย เพื่อปกป้องสันติภาพโลกและเสถียรภาพในภูมิภาคให้ดียิ่งขึ้น

3) เพื่อปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และพันธกรณีระหว่างประเทศอื่น ๆ

“การควบคุมการส่งออกของจีนไม่ใช่การห้ามส่งออก” โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวย้ำ ทั้งนี้ ใบอนุญาตจะออกให้สำหรับคำขอที่มีสิทธิ และก่อนที่จะมีการประกาศมาตรการดังกล่าว จีนได้แจ้งให้ประเทศและภูมิภาคที่เกี่ยวข้องทราบผ่านกลไกการเจรจาควบคุมการส่งออกแบบทวิภาคีแล้ว

สำหรับมาตรการติดตามผลการดำเนินการนั้น ในอนาคตรัฐบาลจีนจะดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายและข้อบังคับ ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอที่มีสิทธิ และพิจารณาอย่างจริงจังถึงการบังคับใช้มาตรการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ใบอนุญาตทั่วไปและการยกเว้นใบอนุญาต

“การส่งออกที่เป็นไปตามข้อกำหนดทั้งหมดเพื่อการใช้งานทางพลเรือน จะสามารถได้รับการอนุมัติ” กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ตามเวลาตะวันออก (EST) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐขู่ว่า สหรัฐจะจัดเก็บภาษีนำเข้าจากจีน 100% และควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์ที่สำคัญทั้งหมด มีผล 1 พฤศจิกายน เพื่อเป็นการตอบโต้การควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากและสินค้าที่เกี่ยวข้องของจีน

กระทรวงระบุว่า คำกล่าวของสหรัฐสะท้อนถึง “สองมาตรฐาน” อย่างชัดเจน เป็นเวลานานที่สหรัฐขยายขอบเขตแนวคิดเรื่องความมั่นคงของชาติจนเกินเลย ใช้อำนาจควบคุมการส่งออกอย่างมิชอบ เลือกปฏิบัติต่อจีน และบังคับใช้มาตรการควบคุมแบบฝ่ายเดียวกับสินค้าหลากหลายประเภท รวมถึงอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์และชิป

จีนอ้างว่า บัญชีควบคุมการค้าสหรัฐ (CCL) ครอบคลุมสินค้ามากกว่า 3,000 รายการ ในขณะที่บัญชีควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (ทหารและพลเรือน) ของจีน ครอบคลุมเพียงราว 900 รายการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่การเจรจาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่กรุงมาดริดในเดือนกันยายน สหรัฐออกมาตรการจำกัดใหม่ ๆ มากมายที่มุ่งเป้าไปที่จีนภายในเวลาเพียง 20 วัน โดยได้ขึ้นบัญชีนิติบุคคลหลายแห่งของจีนไว้ในบัญชีรายชื่อนิติบุคคลและบัญชีรายชื่อประเทศที่กำหนดขึ้นเป็นพิเศษ ขยายขอบเขตการควบคุมธุรกิจตามอำเภอใจด้วยกฎ Affiliates Rule ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทจีนหลายพันแห่ง และยังคงใช้มาตรการมาตรา 301 ที่มุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมทางทะเล โลจิสติกส์ และต่อเรือของจีน

จีนยอมรับว่า การกระทำของสหรัฐส่งผลเสียหายอย่างรุนแรงต่อผลประโยชน์ของจีน และบ่อนทำลายบรรยากาศของการเจรจาด้านเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคี และจีนคัดค้านการกระทำดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

“เราไม่ต้องการ แต่ก็ไม่กลัว”

ทางการจีนยืนยันชัดเจนว่า การจงใจขู่ขึ้นภาษีไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกับจีน จุดยืนของจีนเกี่ยวกับสงครามการค้าคือ “เราไม่ต้องการ (สงครามการค้า) แต่ก็ไม่กลัว”

จีนเรียกร้องให้สหรัฐ รีบแก้ไขการกระทำที่ผิดพลาดโดยเร็ว โดย 1) ยึดมั่นในฉันทามติสำคัญจากการโทรศัพท์ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ปกป้องผลลัพธ์ที่ได้มาอย่างยากลำบากจากการปรึกษาหารือ 2) ใช้กลไกการปรึกษาหารือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ต่อไป และ 3) แก้ไขข้อกังวลของแต่ละฝ่าย รวมถึงจัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสมผ่านการเจรจาบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและการปรึกษาหารืออย่างเท่าเทียม

หากสหรัฐยืนกรานที่จะเลือกทางที่ผิด จีนจะต้องดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตนอย่างแน่นอน

แลกหมัดค่าธรรมเนียมท่าเรือ

สหรัฐจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือจากเรือจีน ในวันที่ 14 ตุลาคม ทำให้ต่อมาหลังจากการประกาศควบคุมแร่หายาก จีนได้ประกาศมาตรการตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ โดยการเก็บ “ค่าธรรมเนียมพิเศษ” จากเรือสหรัฐที่เข้าเทียบท่า

กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า เมื่อวันที่ 17 เมษายน สำนักงานการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศผลการสอบสวนตามมาตรา 301 ในภาคการเดินเรือ โลจิสติกส์ และการต่อเรือของจีน และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือจากเรือจีนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมเป็นต้นไป ถือเป็นการละเมิดกฎขององค์การการค้าโลกอย่างร้ายแรง และละเมิดหลักการความเท่าเทียมและผลประโยชน์ร่วมกันของข้อตกลงการขนส่งทางทะเลระหว่างจีนและสหรัฐ (China-U.S. Maritime Transport Agreement) จีนได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงและคัดค้านอย่างหนักแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตามข้อมูลของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ สหรัฐมีสัดส่วนเพียง 0.1% ของปริมาณการต่อเรือทั่วโลก เมื่อเทียบกับ 53.3% ของจีน

กระทรวงคมนาคมจีนระบุว่า เรือที่จะถูกจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษยังครอบคลุมเรือที่เป็นของหรือบริหารงานโดยองค์กรที่บริษัทผู้ประกอบการ องค์กร หรือบุคคลของสหรัฐถือหุ้นโดยตรงหรือโดยอ้อมตั้งแต่ร้อยละ 25 ขึ้นไป รวมถึงเรือที่ติดธงสหรัฐและเรือที่สร้างในสหรัฐทั้งหมดด้วย

กระทรวงกำหนดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษแบบแบ่งระยะจากเรือของสหรัฐ ที่ตรงตามหลักเกณฑ์และเข้าเทียบท่าในจีน นั่นคือจะเริ่มต้นจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ 400 หยวน (ราว 1,800 บาท) ต่อหนึ่งตันสุทธิตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม และจะเพิ่มขึ้นทุกปีในวันที่ 17 เมษายนต่อเนื่อง 3 ปี

 

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ จึงทำให้โลกจับตาการพบหารือระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ตามที่เมื่อวันที่ 19 กันยายน ทรัมป์และสี จิ้นผิงพูดคุยกันทางโทรศัพท์ ทรัมป์ระบุว่าสี จิ้นผิงตกลงที่จะพบกันนอกรอบการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 เดือนตุลาคมถึง 1 พฤศจิกายน ที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้

 

อ้างอิง :

• Bloomberg1

• Bloomberg2

• CNBC 

• Xinhua