เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เดชรัต” น้อมรับคำติ ยัน ปชน. ไม่คิดล้มบัตรทอง เดินหน้ารับฟังแก้ปม สปสช.
Politics “เดชรัต” น้อมรับคำติ ยัน ปชน. ไม่คิดล้มบัตรทอง เดินหน้ารับฟังแก้ปม สปสช.
ททท.ตราด คาดหยุดยาววันเฉลิมฯ เงินสะพัด 118 ล้านบาท “เกาะช้าง” ครองแชมป์ยอดฮิต
เศรษฐกิจภูมิภาค ททท.ตราด คาดหยุดยาววันเฉลิมฯ เงินสะพัด 118 ล้านบาท “เกาะช้าง” ครองแชมป์ยอดฮิต
UOB จับมือ Visa อัพเกรดบัตรเครดิตหรู รับตลาดลูกค้ามั่งคั่งโต
Finance UOB จับมือ Visa อัพเกรดบัตรเครดิตหรู รับตลาดลูกค้ามั่งคั่งโต
SET ร่วงหนักกว่า 20 จุด ก่อนวันหยุดยาว-DELTA ตัวฉุดหลัก
Finance SET ร่วงหนักกว่า 20 จุด ก่อนวันหยุดยาว-DELTA ตัวฉุดหลัก
กกต. ยัน คดีฮั้ว สว. จบสิ้นเดือน ส.ค. การันตี เป็นอิสระ ไม่มีใครแทรกแซง
Politics กกต. ยัน คดีฮั้ว สว. จบสิ้นเดือน ส.ค. การันตี เป็นอิสระ ไม่มีใครแทรกแซง
KKP ชี้บ้านมือสอง พระเอกพยุงตลาดอสังหา คนแห่ซื้อ ราคาเอื้อมถึง ทำเลกทม.-ปริมณฑลมาแรง
Real Estate KKP ชี้บ้านมือสอง พระเอกพยุงตลาดอสังหา คนแห่ซื้อ ราคาเอื้อมถึง ทำเลกทม.-ปริมณฑลมาแรง
เปิดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เงื่อนไขล่าสุด เริ่มรับสิทธิพร้อมกัน 1 ตุลาคมนี้
Politics เปิดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เงื่อนไขล่าสุด เริ่มรับสิทธิพร้อมกัน 1 ตุลาคมนี้
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,900 บาท
เปิดรายละเอียด ‘พันธบัตรออมพลัส’ เริ่มขาย 31 ก.ค. 69 ซื้อขั้นต่ำ 100 บาท
Finance เปิดรายละเอียด ‘พันธบัตรออมพลัส’ เริ่มขาย 31 ก.ค. 69 ซื้อขั้นต่ำ 100 บาท
ศุภจี เปิดผลเจรจาสหรัฐล่าสุด 3 ข้อ ดันไทยลงทุนพลังงาน-เกษตรเพิ่ม ลดนำเข้าเครื่องบิน
Economic ศุภจี เปิดผลเจรจาสหรัฐล่าสุด 3 ข้อ ดันไทยลงทุนพลังงาน-เกษตรเพิ่ม ลดนำเข้าเครื่องบิน
ดูทั้งหมด

FDI โลกไม่ได้หาย แค่เลือกที่จะไป โอกาส ASEAN ในโลกแตกแยก

16 ต.ค. 2568 | 08:12น.
Planning and strategies for the advancement or success of stock market business, success in 2024.
คอลัมน์ : มองข้ามชอต
ผู้เขียน : ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค 
        ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)

ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) กลายเป็น “เข็มทิศ” สำคัญที่สะท้อนทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจโลก

นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง โลกการค้าและการลงทุนถูกเขย่าอีกครั้งด้วยนโยบายกีดกันและการแบ่งขั้วที่ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ FDI ไม่ได้กระจายตัวเหมือนเดิม แต่เลือกไหลไปยังประเทศที่มีเสถียรภาพ เชื่อถือได้ และมีศักยภาพเติบโต

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ อาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยต้องอ่านเกมให้ขาด เพื่อคว้าโอกาสใหม่ที่กำลังเปิดกว้างขึ้นให้ได้

FDI โลกหดตัว แต่กำลังเปลี่ยนทิศ หาจุดสมดุลใหม่ FDI ไหลเข้าทั่วโลกในปี 2024 หดตัว 11% YOY เหลือราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพการหดตัวสองหลักติดกันสองปีเช่นนี้ สะท้อนบรรยากาศการลงทุนโลกที่ยังเปราะบาง ท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก แต่ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ FDI ไม่ได้หดตัวในทุกประเทศ แต่เลือกประเทศผู้ลงทุน

FDI กระจุกตัวในภูมิภาคที่มีศักยภาพและนโยบายสนับสนุนชัดเจน เช่น US +20% YOY ASEAN (+10%) อเมริกากลาง (+4%) และแอฟริกา (+85% ทำสถิติสูงสุด) ขณะที่ EU หดตัว -58% YOY จีน -29% ในภาพรวมของ 10 อันดับแรกของประเทศผู้รับ FDI มีสัดส่วนสูงถึง 75% ของ FDI โลก จะเห็นได้ว่า FDI ไปยังบางภูมิภาคในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนายังค่อนข้างดี ส่วนหนึ่งสะท้อนบทบาทเงินทุนเคลื่อนย้ายในภูมิภาค South-South ที่มากขึ้น

หากดูจำนวนโครงการ Greenfield FDI ที่มักใช้เป็นเครื่องชี้สะท้อนการลงทุนใหม่ในอนาคตเติบโตขึ้น +3% ในปี 2024 เกือบแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 75% ของโครงการใหม่มุ่งลงทุน “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Fabs) ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ (EV และ Battery Gigafactories) แร่สำคัญ (Critical Minerals) และพลังงานสะอาด (Low-Emissions Energy) โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก/เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดียในภูมิภาคเอเชียใต้ และละตินอเมริกา

แม้โลกจะมีแนวโน้มแตกขั้วชัดเจนขึ้น เทรนด์นี้สะท้อนว่า FDI โลกยังคงมองหา “ฐานการผลิตใหม่” ในประเทศพันธมิตรที่มีเสถียรภาพ แข่งขัน และเชื่อถือได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น ชิปอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งยังเติบโตโดดเด่นมากในประเทศพันธมิตรของสหรัฐ และตลาดใหญ่ในเอเชีย

ASEAN จุดหมายใหม่ในโลกแตกขั้ว ในโลกที่กำลังเผชิญกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้น ภูมิภาค Global South โดยเฉพาะ ASEAN กลายเป็นหนึ่งใน “พื้นที่ปลอดภัยการลงทุน (FDI Safe Haven)” ที่นักลงทุนต่างชาติมองหา ด้วยจุดแข็งด้านความเป็นกลาง เสถียรภาพ และศักยภาพในการเติบโต

สำหรับสหรัฐและสหภาพยุโรป แม้จะผลักดันนโยบายอุดหนุนการลงทุนในประเทศ/กลับประเทศ (Reshoring) เช่น CHIPS Act และ Inflation Reduction Act แต่ก็ยังต้องพึ่งพาเครือข่ายพันธมิตรในเอเชียสำหรับขั้นตอนการผลิตปลายทาง เช่น การประกอบชิ้นส่วน การทดสอบคุณภาพ และการกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน จีน แม้ยังคงเป็นฐานการผลิตหลักของโลก แต่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทข้ามชาติจำนวนมากเริ่มมองหา “ฐานสำรอง” นอกจีน โดยเฉพาะอาเซียน เป็นแนวโน้มเรียกว่า China+1 หรือ China+Many สะท้อนการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานไปประเทศที่มีต้นทุนแข่งขันได้และมีเสถียรภาพ

ในปี 2024 ASEAN รับ FDI รวมกว่า 2.25 แสนล้านดอลลาร์ เติบโต +10% YOY โดยมี 4 ประเทศที่โดดเด่น ได้แก่

-สิงคโปร์ : รับ FDI กว่า 1.43 แสนล้านดอลลาร์ เน้นบริการทางการเงินและดิจิทัล
-อินโดนีเซีย : รับ FDI ประมาณ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เน้นพลังงาน เหมืองแร่ และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
-เวียดนาม : รับ FDI ราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เน้นอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี
-ไทย : รับ FDI ประมาณ 1.4-1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโต +31% หลังหดตัวต่อเนื่องสองปี เน้น Data Center เซมิคอนดักเตอร์ และระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้า

สัญญาณเงินลงทุนใหม่ในไทยปี 2024 สอดคล้องกับคำขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปี 2024 ที่เร่งขึ้นเป็น 1.14 ล้านล้านบาท (ราว 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็น “Pipeline” ของ Greenfield Projects ที่คาดว่าจะทยอยลงทุนจริงในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า สำหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2025 คำขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มเร็วขึ้นอีกรวม 1.06 ล้านล้านบาท (138% YOY) ในอุตสาหกรรมเป้าหมายคล้ายเดิม คือ Data Center ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และ EV Ecosystem

ล่าสุดรัฐบาลใหม่มีความตั้งใจเร่งผลักดันนโยบายดึงดูดการลงทุนอย่างจริงจัง ทั้งการเปิดช่องทาง Fast-Track BOI สำหรับอุตสาหกรรมไฮเทค เช่น Semiconductor, EV และ Cloud Computing พร้อมสิทธิประโยชน์ใหม่ เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี และสิทธิถือครองที่ดินสำหรับต่างชาติ

รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ยุทธศาสตร์ และการยกระดับทักษะแรงงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและเอกชน

อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีช่องว่างสำคัญที่ควรเร่งปรับ เช่น การลดขั้นตอนราชการ ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ การปรับปรุงกฎหมายธุรกิจต่างชาติให้ทันสมัย และการสร้างระบบ One-Stop Service ที่เชื่อมโยง Supply Chain ให้ SMEs ไทยได้ประโยชน์จากการใช้ Local Content อย่างเป็นระบบ

ASEAN : แข่งกันร่วมมือ ไม่ใช่แข่งกันแย่งชิง ในโลกที่แตกขั้ว ประเทศมหาอำนาจต่างมองหาพันธมิตรที่ “ไม่เลือกข้าง” แต่เชื่อถือได้ ASEAN จึงกลายเป็น “จุดสมดุลใหม่” ของเศรษฐกิจโลก การดึงดูด FDI ยุคนี้ต้องแข่งขันบนความร่วมมือ (Coopetition) โดยสร้างระบบนิเวศการลงทุนร่วมเชื่อมโยงกัน ทั้งด้าน Supply Chain กฎระเบียบ และโครงสร้างพื้นฐาน หาก ASEAN รวมพลังกันได้จริง จะไม่ใช่แค่ฐานการผลิต แต่จะกลายเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่” ที่โลกต้องพึ่งพา บนกลไกความร่วมมือระหว่างกัน ลดความเสี่ยงจากโลกแบ่งขั้ว

บทบาทไทย : จากผู้เล่น สู่ผู้เชื่อมสะพาน ประเทศไทยควร Reposition ตัวเองเป็น Neutral-Trusted-Fast Hub ของอาเซียน ด้วยจุดแข็งโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายรัฐบาลที่ชัดเจน และตำแหน่งที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ บทบาทที่ไทยควรเร่งผลักดันเพิ่มขึ้นได้ เช่น 1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาด เพื่อดึงดูด Data Center, Semiconductor และ EV Recycling 2) เป็นประเทศหลักใน Fast-Lane Data Center / AI และ Semiconductor Corridor ดึงทุนโลก พร้อมเชื่อม SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

แล้วไทยจะกล้าคว้าโอกาสนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำความร่วมมือระดับภูมิภาคหรือไม่ ? เพราะในโลกที่กำลังแตกแยกส่วน ประเทศที่ประสานความร่วมมือได้ คือประเทศที่ได้รับความเชื่อถือและได้รับโอกาสมากที่สุด