Skip to content

ศุภจี-วันวาน

16 ต.ค. 2568 | 09:57น.
ศุภจี-วันวาน
คอลัมน์ : สามัญสำนึก 
ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

เพราะมีเมื่อวาน …จึงมีวันนี้

“หนุ่มเมืองจันท์-สรกล อดุลยานนท์” คอลัมนิสต์ชื่อดัง เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้วันนี้ทำสารพัดงานและอาชีพ ในแบบ “คนหลายหน้า (ที่)”

อย่างงานปัจจุบันก็ทำอยู่ต่อเนื่อง คือ นักเขียน, หลักสูตร V.A.I.P, ทำคอนเสิร์ต Wednesday Song และล่าสุดคือร่วมกับโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงทำ Sunday Lunch & Live รวมถึงการเป็น “นักวิเคราะห์การเมือง”

หนุ่มเมืองจันท์เล่าว่า เพราะมีเมื่อวานที่เป็นนักข่าว (ประชาชาติธุรกิจ) นักเขียน กระทั่งขึ้นเป็นบรรณาธิการ ผู้บริหาร รวมถึงทำหลักสูตร ABC ทำให้มีประสบการณ์ มุมมอง และคนที่คุ้นเคยและรู้จักมาก มากพอที่ทำให้ทำสิ่งใหม่ ๆ ได้

เช่นกัน ท่ามกลางกระแสฟีเวอร์ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กระแสชื่นชมที่เกิดขึ้นตั้งแต่การลุกขึ้นชี้แจงในสภาเพียงครั้งเดียว กลายเป็นกระแสชื่นชมในโซเชียลมีเดีย และเป็นที่รู้จักของประชาชนทุกกลุ่ม

จนถึงวันที่เข้ากระทรวงพาณิชย์ มอบนโยบายและพบปะข้าราชการ รวมถึงการให้สัมภาษณ์สื่อ การสื่อสารที่เข้าใจเนื้อหางานและโจทย์ กลายเป็นแรงดึงดูด และสร้างพลังการขับเคลื่อนในการทำงานของรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ได้ไม่เหมือนใคร

ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่เป็นเพราะ “เมื่อวานของศุภจี”

ในฐานะที่เป็นนักข่าวติดตามการทำงานของผู้หญิงที่ชื่อ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” มากว่า 20 ปี จำได้ว่าพบกันครั้งแรกในบทบาทของผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์พีซี ของไอบีเอ็ม ในยุคไอบีเอ็มวางแผนบุกตลาดคอมพิวเตอร์พีซี ในเมืองไทย และอีกหลายตำแหน่งรวมถึง CFO

กระทั่งเมษายน 2546 ก้าวขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยอายุน้อยที่สุดเพียง 38 ปี

หลังทำหน้าที่อยู่ 4 ปีเศษ ด้วยความสามารถทำให้ชื่อของศุภจี เป็นที่กล่าวขานทั้งในและนอกวงการไอที

ผลงานก็เข้าตาบริษัทแม่ ทำให้ปลายปี 2550 ได้รับมอบหมายให้เป็นรองประธานกลุ่มธุรกิจทั่วไป ไอบีเอ็มอาเซียน ดูแลตลาดใน 10 ประเทศอาเซียน

กระทั่งมกราคม 2552 ก็ได้รับข้อเสนอจากไอบีเอ็ม สำนักงานใหญ่ ไปรับหน้าที่ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IBM ที่สำนักงานใหญ่ สหรัฐอเมริกา เป็นคนเอเชียคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้

ศุภจีทำงานกับไอบีเอ็มมานานถึง 23 ปี

สิ่งหนึ่งที่เห็นคือทุกครั้งที่เธอได้รับโอกาส เธอไม่เคยปฏิเสธ พร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลง

เพราะข้อเสนอไปทำงานที่ไอบีเอ็ม สำนักงานใหญ่ ถือเป็นความท้าทาย อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย ในเวลานั้นแม้แต่คนเอเชียก็ยังไม่เคยมีใครไปถึง

ขณะที่ผู้บริหารหลายคนเมื่อถึงจุดหนึ่งเลือกที่จะไม่ไปต่อเพราะอาจไม่พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง

แต่สำหรับศุภจี เลือกที่จะไปต่อ

และภายใต้มาดนุ่ม ๆ อ่อนหวาน แต่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บริหารหญิงเหล็กแห่งวงการ และพร้อมทำงานแบบ 7-11 คือ 7 วัน 24 ชั่วโมง

ปี 2554 คุณศุภจีตัดสินใจออกจากไอบีเอ็ม มารับตำแหน่ง ซีอีโอ ของ บมจ.ไทยคม นับเป็นการเปลี่ยนวิถีจากบริษัทข้ามชาติ มาสู่ธุรกิจโทรคมนาคมของไทย ซึ่งขณะนั้นเผชิญภาวะขาดทุน ทั้งปัญหาเรื่องสัญญาสัมปทาน ซึ่งก็สามารถแก้โจทย์และพลิกฟื้นกิจการกลับมามีกำไรได้

กระทั่ง ปี 2559 คุณศุภจี ข้ามห้วยสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ โดยรับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดุสิตธานี ต่อจากท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย และชนินทธ์ โทณวณิก

เรียกว่าเป็นครั้งแรกที่ดุสิตธานี เปิดโอกาสให้ “คนนอกตระกูล” เข้ามาบริหาร นำพาองค์กรปรับตัวครั้งใหญ่ ขยายจากธุรกิจโรงแรมสู่อสังหาริมทรัพย์ และโครงการ Dusit Central Park และพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ตอบโจทย์ธุรกิจท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากความสามารถส่วนตัว บุคลิภาพ การสื่อสารถ่ายทอดเรื่องราว การบริหารจัดการ ที่ใช้ใจในการทำธุรกิจก็เข้าใจพนักงาน ลูกค้า พันธมิตร

อย่างที่หลายคนกล่าวไว้ คุณศุภจี เป็นผู้บริหาร “มืออาชีพ” ที่เรียนรู้งาน (ใหม่) ได้อย่างรวดเร็ว หลังเข้ารับตำแหน่งซีอีโอของไทยคมไม่ถึงหนึ่งเดือน แต่บทสัมภาษณ์แนวทางแก้ปัญหา ความเข้าใจในธุรกิจดาวเทียมเชิงลึกแบบที่คิดว่าทำงานกับไทยคมมานานหลายปี

และนี่คือคุณสมบัติอันโดดเด่นของคุณศุภจี

เช่นที่ทุกคนได้เห็นในการชี้แจงในสภาประมาณ 45 นาที ที่หลายคนบอกว่าเป็นการเล่าเรื่องงานของกระทรวงพาณิชย์ได้ดีมาก เหมือนกับทำงานที่นี่มานาน ทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่กี่วัน

นี่คือวันวานของศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ทำให้วันนี้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในแบบฉบับที่ไม่เหมือนเดิม