มหาวิทยาลัยโกลบิส (GLOBIS) มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นด้านหลักสูตรบริหารธุรกิจ (MBA) เดินหน้าขยายสาขาทั่วเอเชีย นำร่องด้วยไทยและอินโดนีเซีย มุ่งสร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เข้าใจเทคโนโลยี และมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ดึง “เฌอปราง อารีย์กุล” ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์
โกลบิส (GLOBIS) เดินหน้ายกระดับพันธกิจในการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ผ่านหลักสูตร MBA ให้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล พร้อมรับมือกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใต้แรงขับเคลื่อนของ AI ด้วยสองแนวคิดหลัก ได้แก่ “Technovate” หรือการผสานพลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรม และ “Kokorozashi” หรือเป้าหมายในชีวิต
พลิกโฉมแนวคิดความเป็นผู้นำในยุคดิจิทัล พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมีจุดมุ่งหมาย

โยชิโตะ โฮริ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยโกลบิส เปิดเผยว่า โกลบิสเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วย “5 ความแตกต่าง” ได้แก่ Practicality เน้นการศึกษาที่นำไปใช้ได้จริง เพราะผู้สอนเป็นนักธุรกิจตัวจริง, Entrepreneurship ส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการ ทั้งผู้สอนและผู้เรียน
Satisfaction รับประกันคุณภาพ หากไม่พอใจสามารถขอคืนเงินได้, Technovate แนวคิดที่จดทะเบียนโดยโกลบิส มุ่งให้ผู้นำเข้าใจโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และ Kokorozashi หรือ Personal Vision เป้าหมายชีวิตที่เป็นแรงผลักดันให้ลงมือทำในทุกวัน
“หัวใจของหลักสูตร MBA ของโกลบิส คือแนวคิด Technovate ที่ผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และการจัดการธุรกิจ เพื่อเตรียมผู้นำรุ่นใหม่ให้พร้อมกับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และยุคดิจิทัล”

มหาวิทยาลัยยังส่งเสริมแนวคิดแบบผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นโอกาส ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และนำองค์กรไปสู่จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงแนวคิด “Kokorozashi” ที่ช่วยให้ผู้เรียนมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Case-based Learning จากสถานการณ์ธุรกิจจริง
โกลบิสมีรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่นสูง รองรับทั้งการเรียนผ่านวิดีโอ โปรแกรม Pre-MBA ที่ประเทศไทย และหลักสูตร Full-time หรือ Part-time ได้ตามความสะดวก มหาวิทยาลัยเริ่มจากวิทยาเขตหลักในกรุงโตเกียว ก่อนขยายเครือข่ายไปทั่วโลก
ปัจจุบันมีสาขาในกรุงเทพฯ มะนิลา สิงคโปร์ ซานฟรานซิสโก และบรัสเซลส์ รวมถึงสาขาใหม่ในอินโดนีเซีย พร้อมตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 3 แห่งในไต้หวัน อินเดีย และโอมาน
“โกลบิสเป็นสถาบัน MBA ที่มียอดนักศึกษาและยอดขายสูงสุดในเอเชีย โดยตั้งเป้าขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกในอนาคต ขณะเดียวกันประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญ เนื่องจากมีศิษย์เก่าระดับ MBA 99 คน และนักเรียน Pre-MBA กว่า 200 คน ส่วนใหญ่ได้รับโอกาสทำงานต่อในญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยจึงมีแผนขยายกิจกรรมและการเรียนการสอนในไทยเพิ่มขึ้น”

สำหรับคุณสมบัตินักศึกษา Full-Time ต้องมีประสบการณ์ทำงานเกิน 2 ปี และสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ทำงานสามารถเริ่มเรียนในหลักสูตร Pre-MBA ได้ทันที มหาวิทยาลัยมองหาผู้ที่มีจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง มองว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญเพื่อก้าวสู่การเป็นตัวเองที่ดีขึ้น อีกทั้งการมีสาขาในประเทศไทยยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจแนวคิดเหล่านี้ได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลักสูตร MBA ของโกลบิสไม่มีการทำวิทยานิพนธ์ (Thesis) แต่มีรายวิชา Elective เพื่อทำวิจัยในรูปแบบ Proposal ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยทำร่วมกับผู้ประกอบการและ Globis Research Institute
ปัจจุบัน Globis Capital Partners บริษัทในเครือ ได้ลงทุนกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในสตาร์ตอัพ 228 ราย มี 37 บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และอีก 27 รายที่เกิดการควบรวมกิจการ (M&A)
นักศึกษายังสามารถเข้าร่วมการแข่งขัน “G-Challenge” โดยมหาวิทยาลัยให้คำปรึกษาด้าน Business Model พร้อมชิงเงินรางวัล 1 ล้านเยน และได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องจนถึงการเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO)
สำหรับค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 4 ล้านเยนสำหรับหลักสูตรในมหาวิทยาลัย และ 3 ล้านเยนสำหรับหลักสูตรออนไลน์ โดยมีทุนการศึกษาสูงสุด 50% พร้อมทางเลือก Study Loan อีก 50% และหลักสูตรออนไลน์แบบรายเดือนเพียง 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ
สำหรับขั้นตอนการสมัครสามารถดำเนินการออนไลน์ โดยใช้เอกสารไม่มาก เช่น คะแนนภาษาอังกฤษ ใบรับรองการทำงาน และการสัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวคิด Kokorozashi
โฮริ กล่าวต่อว่า โกลบิสมองว่าการศึกษาคือการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิต และควรเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย จึงเน้นการสร้าง “Learning Community” เพื่อให้ผู้เรียนและศิษย์เก่าสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สนับสนุนกัน และแบ่งปันแรงบันดาลใจในการพัฒนาแนวคิด Kokorozashi อย่างต่อเนื่อง
มหาวิทยาลัยยังพัฒนาเครื่องมือเรียนรู้ผ่านวิดีโอและระบบ AI Screening ให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้เรียนยุคใหม่ พร้อมเพิ่มเนื้อหาพื้นฐานด้านธุรกิจเพื่อให้ต่อยอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาหลักสูตร Full-Time MBA และแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโกลบิส กล่าวว่า เธอเริ่มต้นจากการเรียน Pre-MBA ก่อนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิตการทำงาน และตัดสินใจไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาความรู้ด้านธุรกิจ และค้นหา “Personal Vision” ของตัวเอง
เธอเปิดเผยว่า เลือกเรียนโกลบิสเพราะอยากรู้ว่าชีวิตต่อไปจะทำอะไร อยากทำสิ่งที่ต้องการจริง ๆ และมีความหมาย การเรียนที่นี่เป็นแบบ Discuss-Based ทำให้รู้สึกเหมือนทำงานจริง ได้เรียนรู้จากมุมมองหลากหลายและเข้าใจตัวเองมากขึ้น
“สำหรับเฌอปราง มันไม่ใช่แค่การเรียนรู้ด้านธุรกิจ แต่คือการได้รู้จักตัวเอง ค้นหาทิศทางชีวิต และเข้าใจว่าเราจะสร้างคุณค่าให้สังคมโลกได้อย่างไร”