Skip to content

ชง ครม.ยก ‘ปราบสแกมเมอร์’ เป็นวาระแห่งชาติ อัดยาแรงตัดเน็ตส่งไปเขมร

20 ต.ค. 2568 | 19:45น.
ชง ครม.ยก ‘ปราบสแกมเมอร์’ เป็นวาระแห่งชาติ อัดยาแรงตัดเน็ตส่งไปเขมร

นายกฯ นำประชุม คกก.ปราบสแกมเมอร์ ดันเป็นวาระแห่งชาติ ชง ครม.พรุ่งนี้ อัดยาแรงตัดเน็ตกัมพูชาโดยไม่ต้องเสนอ สมช. บอกยังไม่ได้ตั้ง ‘วรภัค’ นำทีมสอบเงินเทา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2568 ว่า รัฐบาลถือว่าเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้นำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (21 ต.ค.) เพื่อให้ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการบูรณาการงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหา

โดยได้รับทราบว่าหน่วยงานแต่ละหน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่ มีบันทึกออกมาว่าได้จับกุม ยึดทรัพย์ ยึดเงิน ดำเนินคดีผู้ที่กระทำผิดก็จำนวนมากมูลค่าเงินระดับหมื่นล้านบาท เพียงแต่ขาดการประชาสัมพันธ์ เพราะต่างคนก็ต่างทำงาน ขอย้ำกับประชาชนว่ารัฐบาลไม่ได้อยู่นิ่งเฉยจะดำเนินการสั่งให้เข้มข้นมากขึ้น

ส่วนกระแสข่าวว่า ขณะนี้สแกมเมอร์มาตั้งสำนักงานในกรุงเทพฯ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เท่าที่ทราบมีอยู่ทั่วไปแต่ฐานหลักยังอยู่อีกฝั่ง วันนี้ทางเลขาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยืนยันว่าสัญญาณต่าง ๆ ที่ส่งไปฝั่งโน้นในทางตรงได้ปิดหมดแล้ว แต่เหมือนจะไปอ้อมหรือนำสัญญาณโรมมิ่งที่ไหนมาใช้เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องขอความร่วมมือกับประเทศต้นทาง และต้องแจ้งทางกัมพูชาซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ต้องพูดคุยเรื่องสันติ

ส่วนกระแสข่าวตั้ง นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินแกะรอยหาความเชื่อมโยงถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มมิจฉาชีพ หรือเครือข่ายเงินทุนสีเทา นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง ตอนนี้จะมีคณะอนุกรรมการไม่เกิน 5 ชุด โดยมีการเสนอเข้ามาหลายชุด อยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงยุติธรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพ

ซึ่งจะตั้งคณะอนุกรรมการแต่ละชุดและมาผนึกกำลังกัน ซึ่งยังไม่มีชื่อของใคร ให้อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งเป็นเลขาธิการของคณะกรรมการชุดนี้ ไปรวบรวมรายชื่อมาเสนอ และถูกแต่งตั้งโดย นายกรัฐมนตรี ซึ่งตนจะพิจารณาจากรายชื่อ

ส่วนจะมียาแรงออกมาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เลขาธิการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยืนยันว่า ขณะนี้ถ้าจะตัดหรือปิดสัญญาณ หรือไม่สนับสนุนพลังงานด้านใด ให้หน่วนงานต้นสังกัดสามารถดำเนินการหยุดให้บริการหรือหยุดให้การสนับสนุน หรือหยุดซัพพลาย ของสิ่งที่จะไปทำให้คนทำผิดกฎหมายได้ทันที เพราะมีมติคลุมเรื่องไว้แล้ว ซึ่งถือเป็นยาแรง และสั่งให้ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องรอ ถ้าเป็นการทำให้เป็นการไปสนับสนุนก็สามารถตัดได้เลย ไม่ต้องรอประชุม สมช.โดยในพื้นที่หลัก ๆ คือฝั่งขวาก่อน

ขณะที่การดำเนินการเรื่องกระแสข่าว 7 นักการเมืองที่เข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ก็นั่งรออยู่ว่าเมื่อไหร่จะมาจากต้นตอของข่าว แต่กลายเป็นว่าสถานเอกอัคราชทูตเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว ต้องถือว่าเป็นข่าวไม่จริง แต่เราต้องเฝ้าระวังไว้ อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลหลักฐาน เส้นทางการเงิน เรามีทั้ง ป.ป.ง. สตช. ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว เอาเป็นว่า

“ยืนยันว่า จะไม่ดูว่าชื่ออะไรหรือตำแหน่งอะไร ถ้าพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำผิดอย่างชัดเจน ถ้ามีหลักฐานของการกระทำผิดขึ้นมา ไม่ดูชื่อ ใครผิดก็ต้องดำเนินการ”

เมื่อถามว่า จากการประชุมมีข้อมูลอะไรที่นายกรัฐมนตรียังไม่เคยทราบและตกใจบ้าง นายอนุทิน ระบุว่า มีผู้กระทำผิดที่ถือสัญชาติไทย และถือสัญชาติอื่น ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับที่เคยเป็นข่าวว่าตนไม่อนุมัติสัญชาติไทยให้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงไทย และอธิบดีกรมการปกครองดำเนินการ เรื่องการถอนสัญชาติ

พร้อมระบุว่า คนถือ 2 สัญชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มาขอสัญชาติไทย แต่ถือสัญชาติอื่นก็ไม่ต้องไปดูพฤติกรรมอื่น ตรงนี้ก็ผิดอยู่แล้ว และย้ำว่า เป็นบุคคลที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์และเครือข่ายอื่น ๆ

ส่วนจะต้องขอรายชื่อ 7 นักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ จากการเปิดเผยของฝ่ายค้านหรือไม่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า หากมีข้อมูลขอให้เปิดเลย จะได้ง่ายไม่ต้องไปคาดเดาหรือดำเนินคดีใครแบบผิด ๆ ถูก ๆ ยิ่งเป็นฝ่ายตรวจสอบยิ่งต้องทำ ไม่ต้องรอการอภิปราย

ส่วนจะเป็นข้อมูลสำคัญพิจารณาปราบปรามหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า หากพฤติกรรมผิดกฎหมาย เชื่อมโยงกับใครก็ต้องดำเนินคดี เพราะวันนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติ เพราะหากไม่ดำเนินการก็จะทำให้การเจรจากับนานาประเทศนั้นเสียเปรียบ

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวขยายความถึงการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต ว่า ได้มีการตัดสัญญาณที่ส่งไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา รวมถึงฝั่งประเทศเมียนมา ซึ่งมีการร้องเรียนเรื่องสแกมเมอร์ โดยนายกฯได้สอบถามเลขา สมช. ถึงสาเหตุว่าทำไมถึงตัดล่าช้าในครั้งที่แล้ว

โดย สมช.แจ้งว่าต้องรอเข้าที่ประชุม สมช. และมติครั้งนั้นก็มีผลให้ดำเนินการต่อเนื่อง หากมีอีกก็สามารถดำเนินการได้เลย นอกจากนี้ นายกฯ ยังให้ กสทช. เป็นผู้ดำเนินการหลัก และจะต้องไปนำข้อมูลมา ไม่มีการจำหน่ายให้กลุ่มสแกมเมอร์ หรือในพื้นที่เฝ้าระวัง ส่วนกลางตัดอินเตอร์เน็ตที่เมืองปอยเปต ยืนยันว่าเริ่มตั้งแต่ที่มีการเกิดสถานการณ์ชายแดน

ส่วนกลุ่มคนที่เข้าข่ายเกี่ยวพันกลุ่มสแกมเมอร์ ที่ตำรวจและ ปปง.เสนอมา ก็ให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ไปพิจารณาเพิกถอนเพิกถอนสัญชาติ เป็นข้อสั่งการของนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศก่อนเข้าประชุม เจ้าหน้าที่มีการเก็บอุปกรณ์สื่อสาร และโทรศัพท์ ผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งหมด ใส่ในถุงซิปล็อก ไว้หน้าห้องประชุม และยังมีการปิดห้องประตูห้อง และปิดม่าน พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยยืนเฝ้าหน้าประตูทั้งหมดอย่างแน่นหนา โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในตึกสันติไมตรี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก๊งสแกมเมอร์