คอลัมน์ : คุยกับเอกราช ผู้เขียน : เอกราช เก่งทุกทาง
สมาคมฟุตบอลไทย ปลด มาซาทาดะ อิชิอิ จากกุนซือทีมชาติแบบฟ้าผ่า คนตกใจและเซอร์ไพรส์ไปตาม ๆ กัน
เซอร์ไพรส์เพราะจังหวะกับเวลามันไม่ใช่
ตอนที่ปลดได้ดันไม่ปลด มาปลดเอาตอนที่ไม่สมควรจะปลด
แถมอ้างเหตุผลว่า เป็นเพราะ อิชิอิ ทำงานไม่สอดคล้องกับทิศทางของสมาคม
ชาวบ้านงงเข้าไปใหญ่, ไม่สอดคล้องกันเรื่องอะไร (วะ) ?
ที่แย่อีกเรื่องคือ สมาคมโยนความรับผิดชอบให้ฝ่ายเทคนิคเป็นคนออกหน้า
อาจารย์หรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน, เดอะตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กลายป็นจำเลยของสังคมแบบตั้งตัวแทบไม่ทัน
สภาพใกล้เคียงกับคนโดนปลด !
นายกสมาคมในฐานะคนลงดาบตัวจริง กลับลอยตัวเหนือปัญหา ไม่ยอมแปดเปื้อนกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์
การตัดสินใจที่ผิดจังหวะผิดเวลา (อย่างแรง) ทำให้ภาพของ อิชิอิ กลายเป็นฝ่ายถูกกระทำ
คนเห็นใจโค้ช และต่อว่าสมาคมฟุตบอล
มาซาทาดะ อิชิอิ ไม่ใช่โค้ชเทวดา ผลงานคุมทีมไทยไม่ถึงขั้นสุดยอด แต่อย่างน้อยแฟนบอลก็มองเห็นความตั้งใจ ความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงของเขา
เปลี่ยนทีมไทยให้รู้จักเล่นเป็นทีม เล่นตามแท็กติก และเล่นเกมรับเป็น
ก่อนหน้านี้ทีมชาติไทยได้ชื่อว่า เด่นเรื่องความสามารถเฉพาะตัว พึ่งพาซูเปอร์สตาร์ แต่ทีมของโค้ชอิชิอิเน้นภาพรวม ขายความเป็นทีม ทุกคนมีบทบาทให้เล่น มีวินัย เล่นตามแผนโค้ชเป็นหลัก
เรื่องเหลือเชื่อที่คนไทยไม่เคยลืมก็คือ แท็กติกของอิชิอิเคยทำให้ทีมช้างศึกบุกไปเสมอเกาหลีใต้ในบอลโลกรอบคัดเลือกมาแล้ว
เกมนั้นคือ จุดสูงสุดของทีมไทยในรอบหลายปี
เสียดายที่โค้ชอิชิอิมีข้อจำกัดหลายอย่าง
มีจุดยืนในการทำงานที่ชัดเจน ไม่ยึดติดกับนักเตะ ไม่ทำงานตามกระแส ไม่ค่อยทำตามออร์เดอร์ผู้ใหญ่ ถ้าไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม
ข้อจำกัดพวกนี้ อาจเป็นสาเหตุทำให้เขาอยู่ไม่ได้
“ความเป็นอิชิอิ” ไม่เหมาะกับระบบแบบไทย ๆ โค้ชตั้งใจทำงานลูกเดียว ไฟต์เพื่อประโยชน์ของทีมเป็นหลัก ขณะที่ผู้ใหญ่นอกจากทำเพื่อทีม ยังต้องบริหารกระแสสังคมควบคู่กันไปด้วย
ไม่แปลกที่อีกฝ่ายถูกมองว่า ตึงเกินไป คุยด้วยยาก
การบริหารแบบไทย ๆ คือ ตัวชะลอความก้าวหน้า มาตลอดหลายปี
มาซาทาดะ อิชิอิ เป็นเหยื่อคนล่าสุด และคงไม่ใช่คนสุดท้าย