กมธ.กยศ. ถก DPU หารือกองทุนการศึกษาและ “วินัยการชำระหนี้”
ธุรกิจบัณฑิตย์ ถกคณะอนุกรรมาธิการติดตามการพัฒนา “กยศ.” ร่วมระดมข้อเสนอเชิงระบบเพื่อบรรเทาผลกระทบผู้กู้และยกระดับการบริหารจัดการ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ต้อนรับคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ สภาผู้แทนราษฎร และคณะอนุกรรมาธิการติดตามการแก้ปัญหาและพัฒนากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อประชุมรับฟังสถานการณ์และปัญหาการดำเนินงานของกองทุน โดยมี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานการต้อนรับและชี้แจงประเด็นข้อเสนอจากฝั่งมหาวิทยาลัย ณ ห้อง 6-1 อาคารสำนักอธิการบดี 1 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ดร.ดาริกา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมคำชี้แจงอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม “10 ประเด็น” ตามกรอบคำถามของคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในที่ประชุมที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสะท้อนภาพรวมสถานการณ์ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ช่วงปี 2566 และทวีความรุนแรงในปี 2568 โดยตลอดช่วงที่ผ่านมา กยศ. ได้มีความพยายามสื่อสารและหาทางออกกับสถาบันการศึกษาและนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง หลายข้อเสนอเดิมของสถาบันอุดมศึกษาได้รับการปรับแก้แล้วในการแก้ไข พ.ร.บ. ครั้งก่อน ทั้งเรื่องการลดดอกเบี้ย สถานะผู้กู้ และผู้ค้ำประกัน ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง
“ระบบเทคโนโลยีใหม่ของกองทุน เท่าที่รับทราบเบื้องต้นว่าอยู่ระหว่างพัฒนา และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้า จะช่วยให้ผู้กู้เข้าถึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และยกระดับประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้กู้” ดร.ดาริกา กล่าว
ด้าน นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ เปิดเผยว่า คณะฯ จัดตั้งขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 เพื่อศึกษาปัญหาเชิงโครงสร้างของ กยศ. และผลกระทบที่เกิดกับนิสิตและนักศึกษาทั่วประเทศ โดยได้ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลครบทุกภูมิภาคแล้ว ได้แก่ ภาคเหนือที่พิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มหาสารคาม ภาคใต้ที่ภูเก็ต และภาคกลางที่นนทบุรี ซึ่งการประชุมที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ครั้งนี้ช่วยเติมข้อมูลสำคัญหลายด้าน ทั้งประเด็นเร่งด่วนที่สุดคือการแก้คอขวดการอนุมัติวงเงินสำหรับนักศึกษาใหม่ที่ยังตกค้างเป็นจำนวนมาก เพื่อรวบรวมข้อเสนอเพื่อผลักดันงบประมาณฉุกเฉินระยะสั้น ควบคู่กับข้อเสนอเชิงระบบต่อการบริหารจัดการและระบบไอทีของกองทุน

โฆษกคณะกรรมาธิการ ยังเน้นย้ำ “วินัยการชำระหนี้” ว่าเป็นหัวใจของความยั่งยืนกองทุน ชี้ว่าหากรุ่นพี่จำนวนมากเพิกเฉยต่อการชำระหนี้ จะส่งผลปิดโอกาสรุ่นน้องในอนาคต แม้มาตรการต่าง ๆ เช่น การปรับลดดอกเบี้ยและปรับโครงสร้างหนี้จะเอื้อให้ผ่อนชำระได้สะดวกขึ้นก็ตาม จึงขอความร่วมมือนักศึกษาตั้งใจเรียน จบแล้วมีงานทำให้เร่งดำเนินการชำระคืนตามสมควร เพื่อคงวงจรโอกาสทางการศึกษาไว้สำหรับคนรุ่นถัดไป
ด้าน ดร.มงคล เฉียดผักแว่น ผู้ช่วยรองอธิการบดี ฝ่ายบริหารการเงินและการลงทุน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานของ “กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)” ประจำปีการศึกษา 2568 ว่า DPU ได้ดำเนินงานบริหารจัดการกองทุนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ข้อมูลหลักเกณฑ์และขั้นตอนการกู้ยืม การคัดกรองคุณสมบัติและตรวจสอบเอกสารตามระเบียบของ กยศ. ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการลงนามสัญญาภายในมหาวิทยาลัย พร้อมจัดปฐมนิเทศผู้กู้และผู้ปกครองโดยวิทยากรจาก กยศ. เพื่อให้เข้าใจการกู้ยืมและการชำระหนี้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาและจัดโครงการ “ปลูกจิตสำนึกการชำระหนี้” เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและความรับผิดชอบต่อสังคม
“ในปีการศึกษา 2568 มีนักศึกษาได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมแล้วจำนวนกว่า 3,000 คน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการและการประสานงานกับหน่วยงาน กยศ. อย่างใกล้ชิด มหาวิทยาลัยยังมีมาตรการช่วยเหลือเชิงรุก เช่น ทุนฉุกเฉิน การแบ่งชำระค่าเล่าเรียน และโอกาสงานพาร์ทไทม์ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของนักศึกษา ควบคู่กับการให้คำปรึกษารายบุคคลโดยอาจารย์และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล” ผู้ช่วยรองอธิการบดี ฝ่ายบริหารการเงินและการลงทุน DPU กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับบรรยากาศภายในห้องประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างระหว่างผู้แทนจากคณะกรรมาธิการ สมาชิกคณะอนุกรรมาธิการ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และคณาจารย์ผู้เกี่ยวข้อง โดยต่างแสดงถึงมุมมองจากประสบการณ์ตรง ทั้งในมิติของการบริหารจัดการกองทุน การให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษา และแนวทางปรับปรุงระบบการดำเนินงานของ กยศ. ให้มีความยืดหยุ่นและทันสมัยมากขึ้น เพื่อร่วมกันที่จะ “หาทางออก” เพื่อรักษาโอกาสทางการศึกษาให้กับนักศึกษาต่อไป