INETREIT ประกาศราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 2 ไม่เกิน 10.90 บาทต่อหน่วย เตรียมเปิดจองซื้อแก่ผู้ถือหน่วยเดิมและประชาชนทั่วไป 19-27 พ.ย. เพื่อลงทุนในโครงการศูนย์ข้อมูล INET-IDC3 เฟส 2 ส่วนขยาย รองรับดีมานด์ Data Center และ Cloud ที่พุ่งแรง เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XR ในวันที่ 3 พ.ย. นี้
นายสุตกานต์ แน่นหนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต (INETREIT) ประกาศราคาเสนอขายสูงสุดของหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนที่หน่วยละไม่เกิน 10.90 บาท โดยเตรียมเปิดให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและประชาชนทั่วไปจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 19-27 พฤศจิกายน 2568 เพื่อรองรับแผนเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เข้าลงทุนในโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) INET-IDC3 เฟส 2 ส่วนขยาย ซึ่งเป็นทรัพย์สินคุณภาพสูงที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล
การเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพของกองทรัสต์ในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืน โดย INETREIT จะเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ตู้ Rack จำนวน 246 Rack และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มการจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ไม่น้อยกว่า 0.01 บาทต่อหน่วย
“การลงทุนเข้าลงทุนใน INET-IDC3 ส่วนขยาย จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและยกระดับศักยภาพของกองทรัสต์ฯ ในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหน่วย สอดรับกับยุทธศาสตร์ของกองทรัสต์ฯ ที่มุ่งลงทุนในทรัพย์สินที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ” นายสุตกานต์กล่าว
นายวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET กล่าวว่า อุตสาหกรรม Data Center และ Cloud ของไทยเติบโตต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของทุกภาคส่วน รวมถึงเทคโนโลยี AI, Big Data และ IoT ที่ผลักดันความต้องการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย INET ในฐานะผู้ให้บริการ Cloud สัญชาติไทยอันดับ 1 มีรายได้ไตรมาส 2 ปี 2568 เติบโต 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น สถาบันการเงิน โรงพยาบาล และเทคโนโลยี
นางสาววรายุ อิ่มอโนทัย ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การเพิ่มทุนของ INETREIT ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสลงทุนที่โดดเด่น ด้วย 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) กองทรัสต์ลงทุนในทรัพย์สินที่มีคุณภาพได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล และการลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้สามารถสร้างรายได้ให้แก่กองทรัสต์เพิ่มขึ้น 2) INET ในฐานะผู้เช่าหลักมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้ประกอบการสัญชาติไทยที่เป็นผู้นำด้านการให้บริการ Cloud 3) ทรัพย์สินของกองทรัสต์จัดอยู่ในหมวดธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง 4) กองทรัสต์มีโอกาสเติบโตจากการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมผ่าน Right of First Refusal 5) กองทรัสต์มีการจ่ายผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง และบริหารจัดการโดยทีมผู้บริหารที่มากด้วยประสบการณ์และครอบคลุมธุรกิจ Data Center
นายวิศรุต อังศุภากร ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งนี้มีจำนวนไม่เกิน 230 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวมไม่เกิน 2,507 ล้านบาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XR วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยที่มีสิทธิ์จองซื้อ และคาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 หากราคาขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาสูงสุด จะมีการคืนเงินส่วนต่างให้ผู้จองซื้อ
ทั้งนี้ INETREIT คาดว่าจะนำหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในเดือนธันวาคม 2568 โดยเชื่อว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน และเป็นอีกก้าวสำคัญของกองทรัสต์ในการเติบโตไปพร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยอย่างแข็งแกร่ง