นายกฯมอบนโยบาย ปปง. ยอมรับกดดันแก้ปัญหาสแกมเมอร์ เหตุไม่เด็ดขาดอาจถูกนานาชาติคว่ำบาตร ลั่นเงินดำฟอกอย่างไรก็ไม่สะอาด ด้านประธานบอร์ดเผยจัดการบัญชีม้าแล้ว 8 แสนบัญชี-เงินคงค้าง 3 พันล้าน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่คณะกรรมการคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ ปปง. และนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ให้การต้อนรับ
นายฉัตรชัยกล่าวรายงานว่า ขณะนี้สำนักงาน ปปง.มีการจัดการกับบัญชีม้าไปแล้วกว่า 800,000 บัญชี และมีเงินคงค้างในระบบ 3,000 กว่าล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังรายงานอุปสรรคปัญหาว่า การทำงานของ ปปง.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของไทยที่มีกฎหมายเฉพาะอยู่ 2 ฉบับ ซึ่งเป็นมาตรฐานกฎหมายไทยที่ต้องปฏิบัติตามสากล
ถือเป็นปัญหาอุปสรรค ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ ไม่เท่าทันมิจฉาชีพ ควรจะต้องมีระบบ AI หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามา เพราะ ปปง.จะต้องมีฐานข้อมูลรองรับ

ขณะที่นายอนุทินกล่าวมอบนโยบายช่วงต้นว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งมีโอกาสพบกับทางประธานและเลขาฯ ปปง. 2-3 ครั้ง ได้ถามถึงภารกิจต่าง ๆ พร้อมระบุว่าความเข้าใจตอนแรก ตนเข้าใจว่าหน่วยงานนี้สังกัดกระทรวงยุติธรรม จึงไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้สั่งการโดยตรง
แต่หลังจากเข้ามาสังคายนาระบบภายในทำเนียบรัฐบาล ก็ทราบว่า ปปง.เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับทางนายกรัฐมนตรี จริง ๆ งาน ปปง.ก็มีความสำคัญมากอยู่แล้ว ภารกิจงานของ ปปง.ได้รับความสนใจจากประชาชนและสังคมมากเป็นพิเศษ
เนื่องจากช่วงนี้ไม่มีอะไรดังไปกว่าสแกมเมอร์ อาชญากรรมทางการเงินทางเทคโนโลยี ซึ่งในธุรกรรมต่าง ๆ ของมิจฉาชีพ ธุรกิจประเภทนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้กับภารกิจงานของ ปปง.ที่ต้องฟอกเงินให้สะอาด เพราะเงินไม่ใช่เทา แต่ดำ ฟอกอย่างไรก็ไม่สะอาด
นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ต้องยอมรับว่ามีความกดดันจากประชาชนและสังคม ตลอดจนประชาคมนานาชาติในเรื่องของการดำเนินการปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสแกมเมอร์ ซึ่งถ้าดำเนินการไม่เด็ดขาดเต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะว่าเราจะถูกตราหน้าว่าเราไม่มีผลงาน แต่สิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้นก็คือถูกคว่ำบาตร และถูกกีดกันและกดดันสิ่งต่าง ๆ จากนานาชาติ นี่คือสิ่งที่สำคัญมาก

จากนั้นหลังการประชุม ปปง. นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า มาติดตามความคืบหน้าและสอบถามความต้องการว่าอยากให้รัฐบาลสนับสนุนอะไรบ้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในยุคที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือสแกมเมอร์ เป็นเรื่องที่ถูกบรรจุเป็นวาระแห่งชาติ ก็จะต้องดำเนินการสนับสนุน ปปง.อย่างเต็มที่
ส่วนมีการกำชับ ปปง.ให้ดำเนินการอย่างเข้มข้นเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะถูกจับตา และมีความกังวลว่าอาจจะถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พูดเรื่องนี้เพราะไม่ใช่เฉพาะเรื่องภายในประเทศ หากไม่มีการสร้างความมั่นใจเรื่องการปราบปรามผู้กระทำผิดโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการฟอกเงิน ก็จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อประเทศไทย ซึ่งไม่เป็นผลดี และจะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้น ปปง.ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ที่จะไม่ให้มีเงินดำเงินเทา เข้ามาอยู่ในระบบการเงินของประเทศไทย
ส่วนที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งจัดการเรื่องสแกมเมอร์นั้น นายอนุทินกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ต้องจัดการ เพราะเรามี ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะดำเนินการ หากตรงไหนเข้าข่ายและมีพฤติกรรมฟอกเงิน ก็มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะดำเนินการ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ อยู่แล้ว
และจากการหารือในที่ประชุม ประธาน ปปง.คนปัจจุบัน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ก็เป็นอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้นำเสนอว่าจะเร่งทำบันทึกความร่วมมือ โดยมี 4 หน่วยงานหลักคือ ปปง., กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ DSI มาทำข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน เพื่อปราบปรามการฟอกเงิน การใช้ระบบปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและเรื่องสแกมเมอร์ทั้งหลาย เพราะเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ โดยจะลงไปถึงระดับปฏิบัติ คือผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย
เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รีบอยู่แล้ว ขณะนี้สามารถอายัดวงเงินได้ 20,000 กว่าล้านบาทแล้ว และมีการทยอยฟ้อง บางทีเรื่องพวกนี้ พูดไม่ได้ คนก็เลยนึกว่าไม่ได้ทำอะไร
แต่ของพวกนี้ต้องใช้การข่าว ต้องไปสืบสวนเจาะลึกลงรายละเอียด หากมีหลักฐานครบถ้วนก็ดำเนินการทันที ซึ่งไม่ใช่เฉพาะ ปปง. แต่ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็รายงานทุกวัน ถึงการอายัดทรัพย์ผู้กระทำผิด รวมถึงเรื่องยาเสพติด บ่อนการพนัน ค้ามนุษย์ ทั้งหมดมีการดำเนินการ แต่ของพวกนี้หากพูดทั้งหมดก็เท่ากับว่าเผยไต๋ เรื่องพวกนี้ต้องมีวิธีการ มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ต้องนำหน้าผู้กระทำผิด เราเป็นรัฐเราต้องเหนือกว่า ต้องควบคุมทุกอย่าง
เมื่อถามว่า ได้รับรายงานหรือไม่ว่าขณะนี้แก๊งสแกมเมอร์มีการมาตั้งฐานในประเทศไทยมากขึ้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พูดแล้วว่าอย่าไปสนใจฝ่ายตรงข้าม หรือนอกบ้านมาก ยังบอกเลยว่าหากพาเลขาฯ ปปง.ไปเดินจะพบกับรังสีอำมหิตแน่นอน จะรู้ได้ทันทีว่ามีอะไรที่ไม่ถูกต้อง ก็ให้ไปดำเนินการตรงนั้น ซึ่งเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทราบหมด ตนก็แค่บอกว่าให้เร่งดำเนินการ เพราะเป็นที่สนใจของประชาชน และเราถูกกดดันจากประชาคมโลกด้วย ซึ่งจากที่ตนไปประชุมอาเซียนซัมมิทและประชุมเอเปคกลับมาก็มีเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
ส่วนกรณีที่ทาง ปปง.ขอให้ช่วยสนับสนุนระบบ AI เข้ามาในการทำงานนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็ขอให้นำเสนอขึ้นมา เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญ เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ หากเสนอขึ้นมาและต้องใช้งบฯกลางก็ต้องใช้
