เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
Business ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
Politics 2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
Tech ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
Politics รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
Geely EX2  อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
Automotive Geely EX2 อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
นายกฯ เยือนอินโดฯ ในรอบ 15 ปี พบผู้นำ-นักธุรกิจ ปูทางการค้า-ลงทุน
Politics นายกฯ เยือนอินโดฯ ในรอบ 15 ปี พบผู้นำ-นักธุรกิจ ปูทางการค้า-ลงทุน
พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ส.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ส.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
เตือนภัยองค์กร “วิกฤตใหม่คนทำงาน” ที่น่ากลัวกว่าภาวะหมดไฟ
HR เตือนภัยองค์กร “วิกฤตใหม่คนทำงาน” ที่น่ากลัวกว่าภาวะหมดไฟ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ส.ค. 69) ปรับลง 0.09% อยู่ที่ 62,755 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ส.ค. 69) ปรับลง 0.09% อยู่ที่ 62,755 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

สิงคโปร์ ผ่านกฎหมาย ใช้ไม้แข็ง ‘เฆี่ยนสแกมเมอร์’ สูงสุด 24 ครั้ง

05 พ.ย. 2568 | 12:35น.

ประเทศสิงคโปร์กำลังเดินหน้าเข้มงวดกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยเฉพาะ ‘ขบวนการสแกม’ ที่แพร่ระบาดในสังคมออนไลน์อย่างหนัก หลังรัฐบาลเสนอแก้ไขกฎหมายอาญาฉบับใหม่ให้สามารถ ‘เฆี่ยน’ ผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางอ้อม เช่น ผู้จัดหาซิมการ์ด บัญชีธนาคาร หรือเอกสารระบุตัวตนให้กับขบวนการสแกม 

จากสถิติของสำนักงานตำรวจสิงคโปร์ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 ประชาชนสูญเสียเงินจากคดีสแกมรวมกว่า 456.4 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 350.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แม้ว่าตัวเลขนี้จะลดลง 12.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่รัฐบาลยังคงมองว่าปัญหาสแกมเป็น “อาชญากรรมที่พบบ่อยและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและความไว้วางใจของสังคมอย่างรุนแรง”

เฆี่ยนจริง ลงโทษสูงสุด 24 ครั้ง

ตามข้อเสนอแก้ไขกฎหมาย ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางออนไลน์โดยตรง เช่น ผู้ก่อคดีสแกม (scammers) สมาชิกในขบวนการสแกม (scam syndicates) หรือผู้รับสมัครบุคคลเข้าสู่เครือข่าย

อาจถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนระหว่าง 6 ถึง 24 ครั้ง ซึ่งถือเป็นโทษ ‘บังคับใช้’ ตามกฎหมายใหม่ที่รัฐบาลต้องการให้ศาลนำมาใช้จริง เพื่อสร้างแรงยับยั้งอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทางอ้อม เช่น ผู้ฟอกเงินจากเงินที่ได้มาจากสแกม ผู้จัดหาเอกสารระบุตัวตน (ID) หรือซิมการ์ดโทรศัพท์ให้ผู้ก่อเหตุ หรือผู้ที่ไม่ตรวจสอบว่าข้อมูลตนถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรม อาจถูกเฆี่ยนได้สูงสุดถึง 12 ครั้ง หากศาลเห็นว่าบุคคลดังกล่าว “ไม่ได้ดำเนินการอย่างสมเหตุสมผล” เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพยากรของตนถูกใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย

จุดเริ่มต้นของกฎหมาย ‘เฆี่ยน’

แนวคิดการใช้ ‘โทษเฆี่ยน’ กับคดีสแกมไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระหว่างการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย (Ministry of Home Affairs) ซึ่งรัฐมนตรีได้เสนอให้มีการเพิ่มบทลงโทษที่ “เด็ดขาดและเข้มข้นกว่าเดิม” หลังพบว่าคดีหลอกลวงออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวในประเทศ

นอกจากปรับโทษผู้ก่อเหตุโดยตรงแล้ว รัฐบาลสิงคโปร์ยังออกมาตรการกดดันบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีให้ร่วมมือป้องกันการหลอกลวงบนแพลตฟอร์มของตนเอง โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้ เตือนบริษัทเมตา (Meta) เจ้าของเฟซบุ๊ก หากไม่ใช้ระบบตรวจสอบใบหน้า (Facial Recognition) เพื่อป้องกันการสร้างบัญชีปลอมและแอบอ้างตัวตน อาจถูกปรับสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และถูกปรับเพิ่มอีก 100,000 ดอลลาร์ต่อวัน หากยังเพิกเฉยหลังครบกำหนด

รัฐบาลเร่งยับยั้งขบวนการสแกม

สิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดที่สุดในโลก และรัฐบาลได้เน้นย้ำว่า ‘การเฆี่ยน’ จะใช้เฉพาะในคดีที่มีหลักฐานชัดเจนและเกี่ยวข้องกับความเสียหายทางการเงินขนาดใหญ่ ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่ามาตรการใหม่นี้จะช่วยลดจำนวนคดีสแกมลงอย่างมีนัยสำคัญ

เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยระบุว่า จุดประสงค์ของกฎหมายนี้ไม่ได้มุ่งลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการ “ปลูกจิตสำนึกของประชาชนให้ระมัดระวังไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง” ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

ทำไมสิงคโปร์ต้องใช้ไม้แข็ง

การตัดสินใจเพิ่มโทษเฆี่ยนในคดีสแกมสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลสิงคโปร์ในการรักษาความปลอดภัยทางดิจิทัล และสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คดีสแกมมีแนวโน้มซับซ้อนมากขึ้น เช่น การหลอกให้ลงทุนในคริปโต การปลอมเว็บไซต์หน่วยงานรัฐ การหลอกผ่านระบบส่งของหรือบริการขนส่ง

แม้รัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมทางเทคโนโลยีหลายครั้ง แต่การหลอกลวงยังดำเนินต่อเนื่อง จึงนำมาสู่การ “ยกระดับโทษทางร่างกาย” เพื่อใช้เป็นแรงกดดันสูงสุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กฏหมาย สิงคโปร์ สแกมเมอร์