เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

‘เศรษฐา’ ชงไอเดีย 3 เสา “ไม่ท่วม-ไม่แล้ง” งบฯแสนล้าน คุ้มกว่าจ่ายเยียวยา

10 พ.ย. 2568 | 16:49น.

อดีตนายฯ เสนอเดินหน้าพร้อมกัน “สามเสา” เป็นนโยบายสาธารณะต่อเนื่อง ใช้งบฯราวหนึ่งแสนล้านบาท ระบบเดียวกันทั้งประเทศ แก้ปัญหาท่วม-แล้ง

เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เคยระบุผ่านคอลัมน์ ‘คุยกับเศรษฐา’ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ถึงไอเดียการแก้ปัญหาหยุดวงจร “น้ำท่วม เดือดร้อน จ่ายชดเชยและเศรษฐกิจสะดุด”

เศรษฐากล่าวว่า วงจรดังกล่าวสามารถหยุดได้ ถ้าเรากลับไปทำเรื่องพื้นฐานให้จริงจัง จัดการเป็น “ระบบเดียวกันทั้งประเทศ” ไม่ใช่ทำเฉพาะหน้าแล้วค่อย ๆ ลืมเมื่อฝนซา

โดยมีการประเมินไว้แล้วว่า หากลงทุนต่อเนื่องสัก 7-8 ปี เราจะใช้งบประมาณราวหนึ่งแสนล้านบาท

งบฯนี้ยังต่ำกว่าวงเงินเยียวยาที่ต้องกันไว้จ่ายซ้ำ ๆ ปีละหลายหมื่นล้าน หากปล่อยให้ปัญหาย้อนกลับมาทุกฤดูกาล นี่ไม่ใช่ตัวเลขบนกระดาษ แต่คือรายได้ของประเทศที่เราจะรักษาไว้ได้จริง

ขอเสนอให้เดินงานนี้พร้อมกัน “สามเสา” และให้เป็นนโยบายสาธารณะต่อเนื่อง ไม่ใช่ไฟไหม้ฟาง

1.เสาแรก-โปรเจ็กต์ “ไม่ท่วม-ไม่แล้ง” แบบระบบเดียวทั้งลุ่มน้ำ (ใส่ใจ = ระเบียบวิธีบริหารหน้างาน)

แก้ทีละจุดไม่พอ ต้องแก้ทั้งเส้น ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทุกฝ่ายตัดสินใจบนข้อมูลเดียวกัน เราต้องมี “บัญชีดุลน้ำ” ของแต่ละลุ่ม-น้ำเข้า กักเก็บ ระบาย-ที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ และมีกติกาปันน้ำที่ปรับโหมดอัตโนมัติตามสถานการณ์ (ปกติ-เฝ้าระวัง-ฉุกเฉิน)
ที่อุบลฯเราพิสูจน์แล้วว่าใส่ใจและลงมือก่อน ดูแลตลอดทั้งฤดูกาล ทยอยปล่อยน้ำจากอ่างกลาง-เล็ก เคลื่อนเครื่องสูบไปคอขวด กำหนดเวลาปรับ-เปิดประตูน้ำตามข้อมูลจริง พอเดินตามข้อมูล เราจะรู้ล่วงหน้าว่าต้องเปิด-ลด-ผันน้ำเมื่อใด จุดไหนเพิ่มกำลังสูบ จุดไหนทำคลองบายพาสชั่วคราว

การลงทุนชุดนี้คุ้มและฉลาด เพราะเงินส่วนใหญ่หมุนอยู่ในประเทศ

งานหลักคือสิ่งที่คนไทยทำได้และทำเก่งอยู่แล้ว-ขุดลอกลำน้ำ แก้คอขวด เพิ่มคลองบายพาส อัพเกรดประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำ ทำแก้มลิง-ทุ่งรับน้ำ วางแหล่งน้ำจืดสำรอง เครื่องจักรที่ใช้เป็นของพื้นฐาน-รถขุด เครื่องสูบน้ำ ท่อ วัสดุ-ผู้ผลิตไทยทำได้ ผู้รับเหมาท้องถิ่นทำได้ แรงงานไทยได้ค่าแรง เงินกระจายลงอำเภอ-ตำบล ไม่ต้องสั่งเทคโนโลยีเฉพาะทางราคาแพงจากต่างประเทศ

ผลที่ตามมาคือ งบฯเยียวยาจะค่อย ๆ ลดลงเอง เพราะความเสียหายลดลงจริง จีดีพีไทยโตได้โดยไม่ต้องเอาเงินออกนอกประเทศที่แท้จริง
และอย่าลืมอีกมิติหนึ่งที่กำลังกัดกินนา-สวนของเรา-ช่วงน้ำทะเลหนุน น้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่เพาะปลูกลุ่มน้ำตอนล่าง ทำให้น้ำชลประทานและดินเค็มเกินที่พืชทนได้

วิธีแก้ไม่ซับซ้อน : ต้องมีแหล่งน้ำจืดสำรอง วางแนวกันเค็มให้ชัด และทำแผนสลับพืชในโซนเลี่ยงไม่ได้ ทั้งหมดนี้ก็ยังเป็นการลงทุนที่เงินอยู่บ้านเรา ใช้เครื่องสูบ ท่อ คันดิน อุปกรณ์ที่ผู้ประกอบการไทยทำได้ และจ้างงานชุมชนได้ทันที แทนการปล่อยให้เสียหายแล้วค่อยเยียวยาซ้ำ ๆ

2.เสาที่สอง-ป่าที่กลับมามีชีวิต : ประกันชั้นแรกของไม่ท่วม-ไม่แล้ง

ถ้าต้นน้ำเปลือย ดินก็ไหลลงแม่น้ำทุกฤดูฝน ร่องน้ำตื้นเร็ว น้ำหลากบ่าจนปลายน้ำรับไม่ไหว ฤดูแล้งน้ำต้นทุนก็หาย เราต้องหันมาช่วยกันทำ ป่าที่คนอยู่ได้ ให้ชุมชนมีแรงจูงใจดูแลและได้ประโยชน์จริง พืชที่มีศักยภาพสูงคือกาแฟ ในฐานะ “พืชระบบเกษตรกึ่งป่า” ทำงานได้สองทางพร้อมกัน-ตรึงหน้าดิน ชะลอน้ำฝน สร้างร่มเงา และเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน เกษตรกรที่มีพืชหลักอยู่แล้วสามารถ “ปลูกกาแฟเพิ่ม” แทรกในแถวไม้ยืนต้นหรือคันดินได้ ไม่ต้องทิ้งพืชเดิม

เมื่อป่าพืชมีค่าเกิดจริง ชุมชนจะดูแลป่าเพราะเห็นรายได้ด้วยตาตัวเอง ผลคือป่าฟื้น น้ำต้นทุนเพิ่ม และฤดูฝนไม่โถมลงล่างจนเอาไม่อยู่ การลงทุนฟื้นป่าก็เงินอยู่บ้านเรา เช่นกัน-จ้างงานท้องถิ่น ใช้วัสดุพื้นฐาน แต่ได้ผลยาวทั้งฝนและแล้ง

3.เสาที่สาม-ทำให้ต่อเนื่องและโปร่งใส

เราไม่ควรติดกับดักทำงานเฉพาะหน้าแล้วหายไปกับฤดูกาล ต้องวางกรอบติดตามผลแบบรายลุ่มน้ำ รายงานความคืบหน้าต่อสาธารณะ และผูกงบประมาณกับผลลัพธ์จริง-จังหวัดที่ลดพื้นที่ท่วมซ้ำซากได้ ควรได้รับงบประมาณปีถัดไปเพื่อพัฒนาด้านอื่น ๆ ควรทำให้ “ระบบ” ชนะ “ความเสียหาย” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ภาคการเกษตรเป็นภาคที่น่าเห็นใจที่สุด เรามักคิดกันว่าภาคการเกษตรทำรายได้เพียงราว 8-9% ของจีดีพี แต่จริง ๆ แล้วผลกระทบกินวงกว้างกว่าตัวเลขบนกราฟมาก ในชีวิตจริงมันคือรายได้ทั้งวงจร ตั้งแต่แรงงานในนา คนขับรถอีแต๋น ร้านขายปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ โรงสี โรงงานแปรรูป ไปจนถึงตลาดนัดเย็นหน้าโรงเรียน เมื่อแหล่งน้ำเสถียร รายได้ของคนส่วนใหญ่จะนิ่งขึ้น หนี้ครัวเรือนจะไม่พุ่ง และเมื่อเราลงทุนด้วยมือของเราเอง ใช้เครื่องมือไทย ใช้แรงงานไทย ประโยชน์ก็อยู่กับคนไทย ไม่ใช่ไหลออกนอกประเทศ

“ผมไม่ได้ปิดประตูโครงการใหญ่ ๆ ประเทศต้องพัฒนาไปพร้อมกัน แต่ก่อนจะไปให้ถึงโครงการยักษ์ใหญ่ อย่างรถไฟความเร็วสูง สนามบินนานาชาติทั่วประเทศ หรือระบบการเงินแบบดิจิทัล ผมอยากให้เราช่วยกันทำเรื่องพื้นฐานให้จบ ๆ ไป-คือระบบน้ำและป่าของเราเอง

“ทำสิ่งที่ทำได้ทันที ทำอย่างโปร่งใส วัดผลได้ และเดินต่อเนื่องข้ามฤดูกาล หากเราทำสามเสานี้ให้ยืนได้-ไม่ท่วม-ไม่แล้ง ป่ามีชีวิต และการใส่ใจ ประเทศไทยจะมั่นคงขึ้น ทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่ในรายงาน แต่ในทุ่งนาและในครัวเรือนจริง ๆ ของผู้คน”

อดีตนายกฯกล่าวว่า ประเทศไม่ใช่กราฟตัวเลข ประเทศคือผู้คน ถ้าเราทำให้น้ำ ไม่ท่วม-ไม่แล้ง, ป่าต้นน้ำกลับมามีชีวิต และบริหารด้วยความใส่ใจ ก่อนวิกฤต เงินก็จะอยู่บ้านเรา งานก็อยู่กับคนของเรา และทั้งชุมชนจะเดินไปพร้อมกัน