ระบบงาน HR สำหรับ Gig Workforce !
คอลัมน์ : SD Talk ผู้เขียน : พิชญ์พจี สายเชื้อ
วันนี้ดิฉันขอชวนคุยเรื่อง “ฟรีแลนซ์” หรือ “คนทำงานอิสระ” ที่กำลังกลายเป็นกระแสหลักในโลกการทำงานยุคใหม่ค่ะ ไม่ใช่แค่ในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยเองก็เริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จากข้อมูลล่าสุดในปี 2025 พบว่าแรงงานทั่วโลกกว่า 36% อยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบกิ๊ก (Gig Economy) และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 50% ภายในปี 2030
ส่วนในประเทศไทย แพลตฟอร์มอย่าง Fastwork และ Upwork ที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับฟรีแลนซ์ มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสายงานดิจิทัล ครีเอทีฟ และโลจิสติกส์ ที่น่าสนใจคือ คนรุ่น Gen Z ในไทยกว่า 60% เปิดรับการทำงานแบบฟรีแลนซ์ หรือไฮบริด ซึ่งสะท้อนว่า “ความมั่นคง” ในรูปแบบเดิมอาจไม่ใช่คำตอบของคนทำงานยุคนี้อีกต่อไป
ดิฉันมองว่าเราต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ไม่ควรยึดติดกับระบบเดิมที่เน้นพนักงานประจำอย่างเดียว เพราะอาจทำให้องค์กรพลาดโอกาสในการเข้าถึงทักษะเฉพาะทาง และความคล่องตัวที่จำเป็น
ในยุคนี้ HR ต้องปรับบทบาทจาก “ผู้ดูแลพนักงาน” ไปสู่ “ผู้ออกแบบระบบคนทำงาน” (ใหม่) ที่พนักงานไม่ได้มีแต่พนักงานประจำ ยังรวมถึงฟรีแลนซ์ และผู้เชี่ยวชาญภายนอกด้วยค่ะ… แล้วเราต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง ? ดิฉันขอสรุปแบบง่าย ๆ ว่า HR ต้องเริ่มเปลี่ยนใน 5 ด้านหลัก
1.การสรรหา : จาก “จ้างตามตำแหน่ง” เป็น “คัดเลือกตามทักษะ” หรือ Skill-Based Hiring คือการสรรหาพนักงานโดยเน้น “ทักษะที่ทำได้จริง” มากกว่า “วุฒิการศึกษา” เช่น IBM ใช้แนวทาง “New Collar Jobs” รับคนที่มีทักษะด้าน Cybersecurity หรือ Cloud Computing แม้ไม่มีวุฒิระดับมหาวิทยาลัยก็ตาม
2.การปฐมนิเทศ : จาก “อบรมยาว ๆ เต็มวัน” เป็น “คู่มือ Onboarding แบบสั้น” ออนไลน์ เพราะน้อง ๆ ฟรีแลนซ์คงไม่มีเวลามาเข้า Onboarding กับเราได้ทั้งวันค่ะ เช่น บริษัทอย่าง Google ใช้ระบบ Onboarding แบบ “Just-in-Time” สำหรับฟรีแลนซ์ โดยส่งวิดีโอสั้นและคู่มือเฉพาะบทบาท เช่น นักพัฒนาได้รับเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับระบบ Git, ความปลอดภัย และวิธีส่งงาน เป็นต้น
3.การประเมินผล : จาก “รายปี” เป็น “รายโปรเจ็กต์” ฟรีแลนซ์ไม่ได้ทำงานกับเราประจำคงไม่สามารถประเมินประจำปีได้ แต่ควรประเมินตามโปรเจ็กต์ ทำเสร็จให้ Feedback เลย เช่น Deloitte ใช้ระบบ “Project-Based Feedback” สำหรับฟรีแลนซ์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญภายนอก โดยมีแบบฟอร์มสั้น ๆ ให้หัวหน้าทีมให้คะแนนและคอมเมนต์หลังจบแต่ละโปรเจ็กต์
4.สวัสดิการ : จาก “แพ็กเกจตายตัว” เป็น “เครดิตสุขภาพ หรือสิทธิเลือกได้” ฟรีแลนซ์มักไม่ได้รับสวัสดิการแบบเดียวกับพนักงานประจำ เช่น ประกันสุขภาพหรือวันลาพักร้อน แต่ในยุคนี้องค์กรที่ต้องการดึงดูดคนเก่ง ต้องคิดใหม่ ใช้แนวทางใหม่ ๆ เช่น ให้เครดิตสุขภาพ, ให้ค่าพัฒนาทักษะ, หรือสิทธิเข้าใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Coworking Space) ที่ฟรีแลนซ์สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ
บริษัทอย่าง Unilever มีโครงการ “U-Work” ที่ให้พนักงานเลือกทำงานเป็นช่วง ๆ พร้อมรับ “ค่าตอบแทนพื้นฐาน+สิทธิประโยชน์แบบพกพา” เช่น ประกันสุขภาพแบบรายเดือนที่ไม่ผูกกับตำแหน่ง
ก่อนจบดิฉันขอฝากไว้ว่า HR ในยุคนี้ไม่ใช่แค่ “ดูแลพนักงาน และจัดการคนเก่ง” แต่ต้อง “ออกแบบระบบคนทำงาน” ที่ตอบโจทย์ทั้งองค์กรและคนทำงาน ซึ่งคนทำงานยุคนี้ไม่ได้มีแต่คนทำงานเต็มเวลาเท่านั้น ถ้า HR ไม่ปรับตัววันนี้ อาจทำให้เราเสียโอกาสในการมีพนักงาน (ไม่ประจำ) ที่เก่ง ๆ ไปได้ค่ะ