วอร์เรน บัฟเฟตต์ ประกาศ “I’m going quiet.” ส่งจดหมายถึงผู้ถือหุ้นครั้งสุดท้ายก่อนวางมือจากเบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์
วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีวัย 95 ปี เจ้าของฉายา Oracle of Omaha และ CEO แห่ง Berkshire Hathaway ได้ส่งจดหมายถึงผู้ถือหุ้นเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายของเขาหลังจากเขียนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1965 โดยบัฟเฟตต์ระบุว่าเขาจะ “going quiet” (ฉันจะเงียบ ๆ ลงแล้ว) หรือ “ค่อย ๆ ลาจากวงการ” หลังจากก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ภายในสิ้นปีนี้ แต่ยืนยันว่าจะยังไม่หายไปจากเวทีการลงทุนทั้งหมด
ปิดตำนาน 60 ปี จดหมายถึงผู้ถือหุ้น
ในจดหมายฉบับสุดท้าย บัฟเฟตต์เปิดเผยว่าเขาจะไม่เขียนข้อความประจำปีบนรายงานประจำปีของบริษัทอีกต่อไป แต่จะยังคงส่ง “สารวันขอบคุณพระเจ้า” (Thanksgiving Message) ทุกปี และหันไปโฟกัสกับการบริจาคทรัพย์สินมูลค่ากว่า 149,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในหุ้นของ Berkshire Hathaway ให้กับมูลนิธิครอบครัว
เขาเขียนว่า
“ผมยังรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด แม้จะเดินช้าลงและอ่านหนังสือได้ยากขึ้นบ้าง แต่ผมยังคงมาทำงานที่ออฟฟิศสัปดาห์ละห้าวันกับผู้คนที่ยอดเยี่ยม”
ส่งไม้ต่อให้ “เกร็ก เอเบิล” ผู้สืบทอดตำแหน่ง
บัฟเฟตต์กล่าวย้ำถึงความมั่นใจในผู้สืบทอดตำแหน่งอย่าง เกร็ก เอเบิล (Greg Abel) วัย 63 ปี รองประธานฝ่ายธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับประกันภัย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทายาททางธุรกิจตั้งแต่ปี 2021 โดยบัฟเฟตต์เขียนว่า
“เขาทำได้เกินกว่าที่ผมคาดหวังไว้ ผมคิดว่าเขาควรเป็น CEO คนต่อไปของ Berkshire”
ในปีนี้ หุ้น Berkshire Hathaway (BRK.B) พุ่งขึ้นกว่า 10% และบริษัทมีมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรก ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งขององค์กรที่เขาปลุกปั้นมากว่าครึ่งศตวรรษ
เดินหน้าบริจาคครั้งใหญ่
ในจดหมาย บัฟเฟตต์ยังกล่าวถึงการบริจาคหุ้นจำนวน 1,800 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับมูลนิธิของครอบครัว เพื่อให้มูลนิธิสามารถจัดการทรัพย์สินก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลในอนาคต
เขาอธิบายว่า
“เพื่อเพิ่มโอกาสที่พวกเขาจะสามารถบริหารและใช้ทรัพย์สินของผมได้อย่างเต็มที่ก่อนถึงเวลานั้น ผมจึงต้องเร่งบริจาคในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่”
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) และการมองระยะยาว เขามักถือเงินสดจำนวนมหาศาลเพื่อรอโอกาสที่เหมาะสมในการเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพ ซึ่งแนวทางนี้ทำให้ Berkshire Hathaway กลายเป็นบริษัทมหาชนที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Berkshire ยังถูกขนานนามว่า Woodstock for Capitalists ซึ่งมีนักลงทุนหลายหมื่นคนจากทั่วโลกมาร่วมงานทุกปี เพื่อฟังคำปราศรัยของบัฟเฟตต์และชื่นชมบูทแสดงสินค้าของบริษัทในเครือ ตั้งแต่ Dairy Queen ไปจนถึง See’s Candies
บัฟเฟตต์มักปรากฏตัวท่ามกลางฝูงชน กินไอศกรีม Dairy Queen อย่างเป็นกันเอง ขายของที่ระลึกที่มีรูปใบหน้าของเขา และพูดคุยกับนักลงทุนที่มองเขาเป็น “ครูด้านการลงทุน” มากกว่าเป็นมหาเศรษฐี
แม้บัฟเฟตต์จะมั่นใจว่า Berkshire จะยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง แต่เขาก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า
“อีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้า จะมีหลายบริษัทที่ทำได้ดีกว่า Berkshire ขนาดของเรามันมีต้นทุนในตัวเอง”