อัพเดตวันที่ 1 ธ.ค. 2568 เวลา 15.34
ปภ.เปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ผ่านทั้งออนไลน์-ยื่นตรงท้องถิ่น ย้ำต้องมีการตรวจสอบ-ประชาคมหมู่บ้าน และผูกพร้อมเพย์ให้เรียบร้อยเพื่อรับเงินเร็วที่สุด
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีประชาชนในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ ที่อยู่อาศัยเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง จำเป็นต้องมีการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ซึ่งคณะรัฐมนตรี นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มติเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2568 18 พ.ย. 2568 และ 25 พ.ย. 2568 เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเสนอ และมอบหมายให้กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยรับงบประมาณและดำเนินการจ่ายช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัยให้แล้ว
โดยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 แบบเหมาจ่ายในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท จะเป็นการจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 4 รูปแบบ ดังนี้ 1) ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย 2) ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วันขึ้นไป 3) ที่อยู่อาศัยประจำที่ถูกน้ำล้อมรอบจนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป และ 4) ที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป
ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยประจำดังกล่าวจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และ/หรือประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยจะต้องมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกให้ต้องผ่านการประชาคมหมู่บ้าน และจะต้องผ่านการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ก่อนส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินโอนเงินให้ผู้ประสบภัยต่อไป
“เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประสบภัย ปภ. เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือได้ผ่าน 2 ช่องทาง ทั้งแบบ online และ onsite ตามความถนัด โดยในส่วนของ online สามารถลงทะเบียนยื่นคำร้องได้ที่เว็บไซต์ https://flood68.disaster.go.th/Dashboard/BoardHelpRegister คลิกช่องสีเหลือง “Flood 68 แบบคำร้องความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568″
แล้วกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและแนบเอกสารให้ครบถ้วน สำหรับแบบ onsite ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถนำบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนพร้อมหนังสือสัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองการเช่าจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกรณีที่เป็นบ้านเช่า มายื่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัยได้เลย” นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าว
อธิบดีธีรพัฒน์ กล่าวต่อว่า “ตอนนี้สิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญคือการให้ความช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นขอให้จังหวัดเร่งดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือฯ โดยเร็ว ประสานอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าสำรวจความเสียหาย ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือ ทั้งการทำประชาคมหมู่บ้าน การประชุม ก.ช.ภ.อ. และ ก.ช.ภ.จ. รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์ (Promptpay) กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือฯ เพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด“

วิธีตรวจสอบสิทธิรับเงินเยียวยา
ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะการรับเงินได้ทางเว็บไซต์ https://flood68.disaster.go.th/Dashboard/BoardHelpRegister
เพียงกรอกหมายเลขบัตรประชาชน แล้วกด “ตรวจสอบสถานะ” เพื่อดูผลการโอนเงิน
ขั้นตอนการรับเงินเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ 2568
รัฐบาลอนุมัติเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับผู้ได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ โดยกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบให้ช่วยเหลือรวม 528,352 ครัวเรือน ใน 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา เป็นเงินกว่า 4,755 ล้านบาท โดยแต่ละอำเภอมีจำนวนผู้ได้รับสิทธิ เช่น อำเภอหาดใหญ่ 210,762 ครัวเรือน, เมืองสงขลา 57,073 ครัวเรือน, รัตภูมิ 26,929 ครัวเรือน, จะนะ 33,874 ครัวเรือน และอีกหลายพื้นที่รวมกันกว่า 5 แสนครัวเรือน
ช่องทางลงทะเบียน
เทศบาลเมืองเขารูปช้าง จังหวัดสงขลา เปิดลงทะเบียนช่วงวันที่ 2-5 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00-16.00 น.
สถานที่: ลานจอดรถชั้น 1 สำนักงานเทศบาลเมืองเขารูปช้าง
ลงทะเบียนออนไลน์
เว็บไซต์: flood68.disaster.go.th เลือกเมนู แบบคำร้อง
ขั้นตอนต่อไปนี้จะใช้สำหรับการลงทะเบียนแบบออนไลน์
วิธีกรอกแบบฟอร์มยื่นคำร้อง (ตัวอย่างจริง)
1.ข้อมูลส่วนตัว
-ติ๊กช่อง “ข้าพเจ้าได้อ่านและยินยอม…” แล้วกด ยอมรับ
-กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
-กรอกชื่อ-นามสกุล
-กรอกวัน เดือน ปีเกิด
-กรอกอายุ
-กรอกหมายเลขโทรศัพท์
2.ประเภทที่อยู่อาศัย
-เลือก 1 ข้อ
-บ้านมีทะเบียนบ้าน
-บ้านเช่า
-อื่น ๆ (ระบุ)
-กรอกที่อยู่
เลขที่ / หมู่บ้าน / ชุมชน / ซอย / ถนน / ตำบล / อำเภอ / จังหวัด
3.ระบุวันที่ได้รับผลกระทบ
-ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ – ถึงวันที่
-กรอก วัน / เดือน / ปี พ.ศ. ให้ครบถ้วน
4.การขอรับความช่วยเหลือ (เลือกตามสภาพจริง)
-ที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมไม่เกิน 7 วัน มีทรัพย์สินเสียหาย (ระบุรายละเอียด)
-น้ำท่วมขังเกิน 7 วัน
-ที่พักถูกน้ำล้อมรอบ ติดต่อกันเกิน 7 วัน
-อยู่ในอาคารสูง น้ำไม่ถึงชั้นพัก แต่ได้รับผลกระทบเกิน 7 วัน
5.พร้อมเพย์ (บัญชีผูกกับเลขบัตรประชาชน)
-กรอก มี หรือ ไม่มี
6.หลักฐานที่ต้องนำมายื่นด้วย
-ต้องนำเอกสาร ตัวจริง มาให้เทศบาลตรวจสอบ
-สำเนาบัตรประชาชน
-สำเนาทะเบียนบ้าน
-หลักฐานผลกระทบ (รูปภาพหรือใบรับรอง)
-แบบฟอร์มที่กรอกเรียบร้อย
-สุดท้าย ลงชื่อผู้ยื่นคำร้อง / ผู้ประสบภัย เพื่อยืนยันข้อมูล
การกรอกแบบออนไลน์ยังไม่ถือว่าสมบูรณ์ ต้องนำเอกสารตัวจริงยื่นต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัย เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาและอนุมัติการโอนเงินเยียวยา 9,000 บาทเข้าระบบพร้อมเพย์ต่อไป
ผู้ได้รับผลกระทบควรเตรียมเอกสารให้ครบ และตรวจสอบสถานะผ่านเว็บไซต์หรือเทศบาลในพื้นที่เพื่อไม่ให้พลาดการรับสิทธิตามมาตรการเยียวยาครั้งนี้

เตรียมเยียวยาเกษตรกรน้ำท่วมภาคใต้
เคาะจ่าย 3,000 บาทต่อครัวเรือน จากงบกลางกว่า 3,237 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด่วน เพื่อหารือมาตราการความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยภาคใต้ ปี 2568 ในที่ประชุมสรุปผลกระทบและมาตรการเยียวยา เสนอต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดวงเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนเกษตรกร 3,000 บาท/ครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรที่ประสบภัย
ทั้งนี้คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและได้รับผลกระทบจากอุทกภัยระหว่าง 11 พ.ย. – 5 ธ.ค. 2568 โดยต้องมีคุณสมบัติสำคัญ ดังนี้ 1. เป็นเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2568 โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีคำสั่งให้เป็นเขตประสบภัย
2. เป็นผู้ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกระทรวงเกษตรฯ แล้ว
3.เป็นเกษตรกรที่ผ่านการรับรองโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือ อบต./เทศบาล โดยเกษตรกร 1 ราย จะได้รับการช่วยเหลือใน 1 ด้านเท่านั้น แม้จะได้รับผลกระทบหลายด้านก็ตาม
กรอบวงเงินช่วยเหลือจะเสนอจากงบกลางเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินเยียวยา 3,237.708 ล้านบาท
เพื่อเยียวยาเกษตรกรจากน้ำท่วม ( ข้อมูล ณ วันที่ 27 พ.ย. 2568 )เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบรวมทั้งประเทศมีจำนวน 1,079,236 ครัวเรือนแบ่งเป็น ด้านพืช 565,565 ครัวเรือน ด้านประมง 65,239 ราย ด้านปศุสัตว์ 448,432 ราย วงเงินและหลักเกณฑ์การจ่าย จะต้องจ่ายให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม หลักการนี้ เทียบเคียงจากนำท่วม เมื่อปี 2561 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ณ ตอนั้นอนุมัติเงินช่วยเหลือให้
‘ตรีนุช’ สั่งด่วน! เยียวยาผู้ประกันตนทันที ศพละ 5 หมื่นบาท
วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการเยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ล่าสุด ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เร่งดำเนินการดูแลสิทธิประโยชน์ต่างๆของผู้ประกันตนที่ต้องได้รับ ทั้งผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 และ มาตรา 40
“โดยในเบื้องต้น หากผู้ประกันตนเสียชีวิตในเหตุการณ์น้ำท่วม ให้จ่ายค่าทำศพทันที 50,000 บาท สำหรับผู้ประกันตนในมาตรา 33, 39 และ 25,000 บาท สำหรับมาตรา 40 ยืนยันว่า ทุกสิทธิประกันสังคมจะต้องได้รับการจ่ายเงินครบถ้วน ถูกต้อง และรวดเร็ว เพื่อให้ครอบครัวสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างมั่นคงที่สุด” น.ส.ตรีนุช กล่าว