โรงงานทูน่าร้อง “ธรรมนัส” พ.ร.ก.ประมงโหด เก็บใบอนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำฉบับละ 500-50,000 บาท เป็นอัตราขั้นบันไดแบบก้าวหน้า คิดตามปริมาณการนำเข้าสัตว์น้ำ ผู้ประกอบการหวั่นกระทบความสามารถแข่งขันไทย
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเข้ามาว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย (TTIA) ร่วมกับสมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย (TPFA) ได้ทำหนังสือเรื่องขอให้พิจารณา “คงอัตรา” ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ในอัตราจัดเก็บปัจจุบันไว้ก่อน โดยไม่ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมตามร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 โดยหนังสือของ TTIA-TPFA ได้ส่งถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สืบเนื่องมาจาก ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ…..ได้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไปแล้วและกำลังอยู่ในขั้นตอนประกาศใช้เป็นกฏหมาย โดยร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมได้มีการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมแนบท้ายเรื่องใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออก-นำผ่านสัตว์น้ำ หรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำใน “อัตราก้าวหน้า” ซึ่งระบุไว้ใน มาตรา 7 ของ พ.ร.ก.การประมงฉบับปัจจุบันให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ในอัตราฉบับละ 200 บาทต่อ 1 ใบอนุญาตนั้น
ปรากฏว่าอัตราเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การประมงฉบับใหม่ในมาตรา 65(3/1) กลับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแบบขั้นบันไดตามปริมาณการนำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ มีลำดับขั้นตั้งแต่ (ก) ถึง (ฉ) ในอัตราฉบับละ 500 บาทถึง 50,000 บาทต่อใบอนุญาต
โดยอัตราจัดเก็บแบบขั้นบันไดดังกล่าวถูกปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแค่ 200 บาทต่อใบอนุญาตเท่านั้น
“อุตสาหกรรมทูน่าไทยต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเกือบทั้งหมดคิดเป็นปริมาณ 700,000-800,000 ตัน/ปี ซึ่งมีผลทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกทูน่าเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ธุรกิจนี้ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากคู่แข่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรป ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ที่มีทั้งกองเรือจับปลาทูน่าและโรงงานผลิตส่งออก ประกอบกับสินค้าส่งออกของไทยไปสหรัฐยังถูกเรียกเก็บภาษีทรัมป์อีกร้อยละ 19 มีผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตส่งออก
ดังนั้น การปรับขึ้นค่าใบอนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ในอัตราแบบขั้นบันไดครั้งนี้จึงกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมทูน่า การส่งออก และการจ้างงานในประเทศ อีกทั้งเชื่อว่ายังขัดต่อกฎเกณฑ์ของ องค์การการค้าโลก (WTO) และอาจก่อให้เกิดข้อขัดแย้งหรือมีมาตรการตอบโต้ทางการค้าจากประเทศคู่ค้าเกิดขึ้นมาในอนาคตด้วย” การร้องเรียนได้ระบุไว้ในสาระสำคัญ
ดังนั้น ทางสมาคม TTIA-TPFA จึงขอให้กระทรวงเกษตรฯแก้ไขปัญหาด้วยการออก “กฎกระทรวง“ ตามมาตรา 7 เพื่อคงอัตราค่าธรรมเนียบใบอนุญาตในอัตราปัจจุบัน (ฉบับละ 200 บาท) ไปก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทูน่า จนกว่าจะมีการประเมินผลกระทบให้รอบด้านมากกว่านี้
ทั้งนี้ อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้นำเข้า-ส่งออก-นำผ่านสัตว์น้ำ หรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแบบขั้นบันได คิดตามปริมาณสัตว์น้ำที่กำลังจะจัดเก็บใหม่มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
(ก) ปริมาณสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำไม่เกินกว่า 1,000 กก. ฉบับละ 500 บาท (ข) เกินกว่า 1,000 กก. แต่ไม่เกิน 30,000 กก. ฉบับละ 1,500 บาท (ค) เกินกว่า 30,000 กก. แต่ไม่เกิน 100,000 กก. ฉบับละ 5,000 บาท
(ง) เกินกว่า 100,000 กก. แต่ไม่เกิน 200,000 กก. ฉบับละ 10,000 บาท (จ) เกินกว่า 200,000 กก. แต่ไม่เกิน 500,000 กก. ฉบับละ 25,000 บาท และ (ฉ) เกินกว่า 500,000 กก.ขึ้นไป ฉบับละ 50,000 บาท