เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุมดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุง กังวลไม่ต้องขอ EIA-หวั่นแย่งน้ำไฟ
Business คุมดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุง กังวลไม่ต้องขอ EIA-หวั่นแย่งน้ำไฟ
สถานประกอบการชู Safety First ถอดบทเรียนโรงเบียร์ลาดพร้าว
Economic สถานประกอบการชู Safety First ถอดบทเรียนโรงเบียร์ลาดพร้าว
กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้การจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
Automotive กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้การจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
News ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
News เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
World ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
Real Estate ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
Politics ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
Finance ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน ” โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน ” โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
ดูทั้งหมด

ไทยเบฟ กำไรสุทธิปี’68 หด 11.7% เหตุความเชื่อมั่นผู้บริโภคลด-ค่าเงินฉุด

26 พ.ย. 2568 | 18:54น.
ผลประกอบการไทยเบฟฯ

ผลประกอบการไทยเบฟ ปีงบ’68 หลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง ในหลายตลาด ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 2.1% และกำไรสุทธิลดลง 11.7%

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ThaiBev เผยผลประกอบการปี 2568 (ต.ค.67 – ก.ย.68) ระบุว่า กำไรลด 11.7% เหลือ 31,153 ล้านบาท หลังกำไรของทุกธุรกิจยกเว้นเบียร์ต่างลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนสร้างแบรนด์-เปิดตัวสินค้า ขณะที่รายได้ลดลง 2.1% มาอยู่ที่ 333,286 ล้านบาท เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในทุกตลาดสำคัญ

การบริโภคสุราในไทยลด ฉุดกำไรหด 7%

ธุรกิจสุรา มีรายได้จากการขาย 118,604 ล้านบาท ลดลง 2,124 ล้านบาท หรือ 1.8% เช่นเดียวกับ ด้านปริมาณจำหน่ายสุรารวม 617.4 ล้านลิตร ลดลง 3.2% และปริมาณขายน้ำโซดา 39 ล้านลิตร ที่ลดลง 2.4%

การลดลงของยอดขายนี้มาจาก การบริโภคในไทยลดลง สวนทางกับตลาดต่างประเทศ รวมถึงเมียนมา ที่ยังแข็งแกร่ง 

รายได้จากการขายที่ลดลงนี้ส่งผลต่อเนื่องให้ กำไรขั้นต้นลดลง 695 ล้านบาท หรือ 1.7% มาอยู่ที่ 40,139 ล้านบาท 

ส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 27,253 ล้านบาท ลดลง 2,071 ล้านบาท หรือ 7.1% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรขั้นต้น และการการลงทุนในแบรนด์ กิจกรรมทางการตลาด และการขาดทุน จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

การลดลงของ EBITDA ทำให้กำไรสุทธิ ลดลงตามไปด้วยแม้ภาษีเงินได้ที่ลดลงจะมาชดเชยได้บางส่วนโดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 19,880 ล้านบาท ลดลง 1,505 ล้านบาท หรือ 7% 

ธุรกิจเบียร์ ต้นทุนวัตถุดิบลดหนุนกำไรโต

ธุรกิจเบียร์ เป็นกลุ่มธุรกิจเดียวของไทยเบฟฯ ที่มีกำไรเพิ่มขึ้น แม้รายได้จากการขายจะลดลง 3,110 ล้านบาท หรือ 2.5% เหลือ 123,222 ล้านบาทก็ตาม โดยปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 3.1% เป็น 2,374.0 ล้านลิตร 

ทั้งนี้เนื่องจากแม้ธุรกิจในไทยจะฟื้นตัว แต่ตลาดเวียดนามยังเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง 

ส่วนปริมาณการขายไม่รวมเบียร์ของ SABECO อยู่ที่ 997.7 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 10.7% ด้านยอดปริมาณการขายรวมของน้ำดื่มและโซดาอยู่ที่ 127.6 ล้านลิตร ลดลง 4%

สำหรับกำไรขั้นต้น 29,791 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,098 ล้านบาท หรือ 3.8% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักลดลงและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 16,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 837 ล้านบาท หรือ 5.4% ตามการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น ร่วมกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า แม้จะมีการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนบ้างแต่ผลกระทบไม่มากนัก

ส่งผลให้ธุรกิจเบียร์มีกำไรสุทธิ 6,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,282 ล้านบาท หรือ 24.6% ตาม EBITDA ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง

ทั้งนี้กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 4,169 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,434 ล้านบาท หรือ 52.4% จากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากธุรกิจเบียร์ในไทย

เครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์ ภาษีฉุดกำไรหวิว 0.03%

รายได้จากการขายอยู่ที่ 64,774 ล้านบาท ลดลง 1,028 ล้านบาท หรือ 1.6% โดยมีปริมาณการขายคงที่ที่ 3,251.6 ล้านบาท

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.03% หรือ  6 ล้านบาท จากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ลดลงและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 11,308 ล้านบาท ลดลง 245 ล้านบาท หรือ 2.1% สาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าที่ลดลง

ขณะที่มีกำไรสุทธิ 5,141 ล้านบาท ลดลง 793 ล้านบาท หรือ 13.4% ตามการลดลงของ EBITDA และต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่สูงขึ้นจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่หมดอายุลง

กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่มีจำนวน 2,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,268 ล้านบาท หรือ 110.6% สาเหตุหลักมาจากการถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นใน F&N หลังจากการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนหุ้นเสร็จสิ้น

ธุรกิจอาหารพลิกขาดทุน หลังยอดขายลด-ต้นทุนเพิ่ม

ในธุรกิจอาหาร พลิกจากการมีกำไรเมื่อปีงบ’67 เป็นขาดทุน หลังรายได้จากการขายอยู่ที่ 21,899 ล้านบาท ลดลง 389 ล้านบาท หรือ 1.7% กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 8,597 ล้านบาท ลดลง 42 ล้านบาท หรือ 0.5% สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง หลังขาดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง ทำให้ดีมานด์ในตลาด และการจับจ่ายรายบุคคลลดลงตามไปด้วย

ส่งผลต่อเนื่องไปยัง กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 1,965 ล้านบาท ลดลง 353 ล้านบาท หรือ 15.2% ตามกำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายด้านแรงงานและการตลาดที่เพิ่มขึ้น

ส่งผลให้ภาพรวมปีงบ’68 ธุรกิจอาหารขาดทุนสุทธิ 128 ล้านบาท เปลี่ยนแปลง 429 ล้านบาทจากกำไรสุทธิปีก่อน หรือ 142.5% สาเหตุหลักมาจาก EBITDA ที่ลดลงและค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการขยายร้านอาหาร