กรุงศรีฯคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.80-32.50 บาทต่อดอลลาร์ จับตาค่าเงินหยวนและทองคำ
รายงานจากกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรุงศรีฯมีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.50 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.20 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.16-32.52 บาท/ดอลลาร์
โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะตลาดค่อนข้างเงียบ เนื่องจากเทศกาลขอบคุณพระเจ้าในสหรัฐ ดัชนีดอลลาร์เผชิญแรงกดดันด้านขาลงเล็กน้อย หลังจากข้อมูลการจ้างงานจาก ADP ที่อ่อนตัวลง และรายงานว่าที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ตอกย้ำความคาดหวังของตลาดต่อท่าทีผ่อนคลายมากขึ้นจากเฟด
ส่วนกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ระบุว่าบีโอเจกำลังเข้าใกล้เป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% และเตือนถึงความเสี่ยงของราคาที่สูงขึ้นหากเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ยังขาดความชัดเจนว่าดอกเบี้ยจะปรับขึ้นเมื่อใด
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 1,119 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 9,788 ล้านบาท ขณะที่ในเดือน พ.ย.เงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.5% ท่ามกลางความผันผวนที่ต่ำลง
สำหรับในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของผู้ว่าฯบีโอเจเพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่เงินเฟ้อญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับสูง โดยผู้ร่วมตลาดไม่แน่ใจว่าบีโอเจจะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้หรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่น่าสนใจ ได้แก่ ผลสำรวจ ISM ภาคการผลิตและบริการเดือน พ.ย. โดยดอลลาร์จะเผชิญแรงขายหากตัวเลขต่าง ๆ ยืนยันความเชื่อของนักลงทุนที่ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีกในเดือน ธ.ค.นี้ ในขณะเดียวกัน ทิศทางค่าเงินหยวนจีนและราคาทองคำโลกยังมีอิทธิผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากที่พุ่งขึ้น 19% ในเดือน ก.ย. ขณะที่มูลค่านำเข้าเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้น 16.3% จากหมวดทองคำเป็นหลัก ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 3.44 พันล้านดอลลาร์ อีกทั้งข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาบ่งชี้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยอยู่ที่ 28.97 ล้านคนนับตั้งแต่ต้นปี ลดลง 7.2%
ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.8 พันล้านดอลลาร์ในเดือน ต.ค. พร้อมกล่าวว่าประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป ได้แก่ ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม มาตรการภาษีของสหรัฐ และการส่งออกของไทย รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล