ครม.มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดำเนินโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตร ระยะที่ 3 วงเงินลงทุน 2.5 พันล้านบาท
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินการตามโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตร ระยะที่ 3 วงเงินลงทุนรวม 2,500 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินกู้ในประเทศ จำนวน 1,875 ล้านบาท (ร้อยละ 75) และเงินรายได้ของ กฟภ. จำนวน 625 ล้านบาท (ร้อยละ 25) โดยมีเป้าหมายเกษตรกรไม่น้อยกว่า 50,000 ราย ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ
โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการขยายเขตไฟฟ้าฯของ กฟภ.มาแล้ว 2 ครั้ง (มติคณะรัฐมนตรี 5 ส.ค. 2552 และ 31 พ.ค. 2559) โดย กฟภ.ได้ดำเนินการขยายเขตไฟฟ้าให้เกษตรกรตามโครงการขยายเขตไฟฟ้าฯ ระยะที่ 1 รวมทั้งสิ้น 73,308 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 244.36 (เป้าหมาย 30,000 ราย)
และตามโครงการขยายเขตไฟฟ้าฯ ระยะที่ 2 รวมทั้งสิ้น 55,876 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 137.63 (เป้าหมาย 40,600 ราย) แต่จากการสำรวจพบว่ายังมีเกษตรกรจำนวนมากที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ทำกินทางการเกษตรและมีความต้องการเพิ่มขึ้นทุกปี
ดังนั้น กฟภ.จึงจัดทำโครงการขยายเขตไฟฟ้าฯ ระยะที่ 3 (ข้อเสนอในครั้งนี้) โดยโครงการดังกล่าวมีสาระสำคัญสรุปได้ เช่น วัตถุประสงค์ เพื่อจัดหาบริการไฟฟ้าในพื้นที่ทำกินทางการเกษตร อันจะเป็นการสนับสนุนการประกอบอาชีพของเกษตรกรให้สามารถใช้ไฟฟ้าที่เป็นปัจจัยผลิตทางการเกษตรได้ และก่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาชนบท
โดยเป้าหมายและพื้นที่ดำเนินการ ขยายเขตไฟฟ้าให้เกษตรกร จำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 ราย ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ กฟภ.ทั่วประเทศ ระยะเวลาดำเนินการ : ในช่วงปี 2568-2572
ส่วนหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกครัวเรือนเข้าร่วมโครงการ เช่น (1) ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการขยายเขตไฟฟ้า ไม่เกิน 70,000 บาทต่อราย (2) เกษตรกรจะต้องขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร (ทะเบียนเกษตรกร ทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์/สัตว์น้ำ) และ (3) เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขอติดตั้งมิเตอร์ขนาดไม่เกิน 15 (45) แอมป์ต่อราย หรือขอติดตั้งมิเตอร์ขนาด 5 (100) แอมป์ ที่ใช้กับเซอร์กิตเบรกเกอร์พิกัดปรับตั้งสูงสุดไม่เกิน 50 แอมป์ต่อราย เป็นต้น