เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผลตรวจน้องใหม่ มมส. พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
News ผลตรวจน้องใหม่ มมส. พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
Finance ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
Biz Movement เพาเวอร์บาย เปิดสาขาใหม่ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูค้าปลีกเทคโนโลยีเจาะ Gen Z
วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
Biz Movement วช.-ม.ทักษิณ ดันนวัตกรรมสังคมสร้างเศรษฐกิจใต้ ขนทัพนักวิจัยร่วมงานกว่า 5,000 คน
ดูทั้งหมด

คุมเพดานลดหย่อนภาษี 8 แสน/ปี ชงครม. 9 ธ.ค.ได้เงินเข้ารัฐ 4 หมื่นล้าน

03 ธ.ค. 2568 | 07:06น.
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

“เอกนิติ” ชง ครม.คุมค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รวมทุกรายการไม่เกิน 800,000 บาท/ปี หวังลดความเหลื่อมล้ำที่คนรวยได้ประโยชน์มากกว่า ประเมินคุมค่าลดหย่อน หนุนรัฐมีรายได้เพิ่มกว่า 4 หมื่นล้าน พร้อมเล็งนำระบบ ISA เปิดบัญชีธนาคารแล้วลงทุนได้โดยตรง สามารถนำมาลดหย่อนภาษี โดยไม่ต้องผ่าน LTF แก้ปมการคลังเสี่ยงถูกลดเครดิต ด้าน “ตลาดหลักทรัพย์ฯ-ก.ล.ต.” ลุ้นภาษี TISA ซื้อหุ้นรายตัวแล้วนำมาลดหย่อนได้ หนุนตลาดหุ้นไทย

เสนอเปิดบัญชีลดภาษีโดยตรง

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมออกมาตรการชุดใหม่เพื่อส่งเสริมการออมของประชาชน โดยเฉพาะการออมผ่านตลาดทุน ซึ่งจะประกาศเป็นแพ็กเกจเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า (9 ธ.ค.) เน้นปรับโครงสร้างสิทธิลดหย่อนภาษีที่ในปัจจุบันผู้มีรายได้สูงได้รับประโยชน์มากกว่าผู้มีรายได้น้อย เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมกับขยายฐานตลาดทุนให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเตรียมนำระบบ Individual Saving Account (ISA) มาใช้ ให้ประชาชนทุกคนมีบัญชีออมการลงทุนของตนเอง 1 บัญชี สามารถเลือกลงทุนในตลาดทุนได้โดยตรงตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีโดยตรง ไม่ต้องยื่นลดหย่อนภาษีจากผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งมองว่าเป็นมาตรการที่สร้างแรงจูงใจบิดเบือนต่อกลไกตลาด

ไม่ต้องพึ่งกองทุน LTF

หากผู้ลงทุนรับความเสี่ยงได้สูง ก็สามารถเลือกลงทุนในกองทุนเชิงรุกหรือสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนผู้ที่ต้องการความมั่นคงก็อาจเลือกลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่ง ISA จะเปิดทางให้ทุกคนจัดสรรการลงทุนได้อย่างเหมาะสมตามความเสี่ยงของตนเอง โดยไม่สร้างภาระบิดเบือนต่อตลาดทุน

“ต่อไปทุกคนจะสามารถมี ISA แล้วไปเลือกลงทุนในตลาดทุน โดยไม่ต้องมานั่งคอยขอสรรพากรว่า ขอลดหย่อน LTF ซึ่งพวกเราลงทุน LTF ขาดทุนกันหมด เพราะมันบิดเบือน มันได้ตอนซื้อเพื่อลดหย่อนภาษี แต่พอขายออกก็เจ๊ง ทำให้บิดเบือนตลาดของนักเศรษฐศาสตร์และกลไกตลาด” ดร.เอกนิติกล่าว

คุมลดหย่อนรวมไม่เกิน 8 แสน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงการคลังจะเสนอ ครม. เห็นชอบการกำหนดเพดานค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจะกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 800,000 บาทต่อปี สำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ค่าลดหย่อนทุกประเภทรวมกัน ทั้งมาตรการกระตุ้นตลาดทุนของทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนของมาตรการ TISA หรือ Thailand Individual Saving Account ด้วย ก็จะอยู่ภายใต้เพดานดังกล่าว

สำหรับ TISA เป็นมาตรการส่งเสริมการออมและลงทุนในหุ้นไทย โดยผู้ลงทุนที่ลงทุนผ่านบัญชี TISA เมื่อมีการลงทุนหุ้นรายตัวในตลาดหุ้นไทย จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เมื่อทำตามเงื่อนไขที่กำหนด “ลดหย่อนภาษี TISA จะอยู่ภายใต้เพดานไม่เกิน 800,000 บาทต่อปี ซึ่งรวมหมดทุกรายการค่าลดหย่อนต้องไม่เกินนี้ โดยจะเป็นมาตรการถาวร ไม่ใช่แค่ระยะ 5 ปี แล้วพิจารณาต่ออายุกันใหม่ เหมือนที่ผ่านมา”

นอกจากนี้ ค่าลดหย่อนบางประเภทจะปรับในรายละเอียดด้วย อย่างเช่น ค่าลดหย่อนเกี่ยวกับประกันชีวิตและประกันสุขภาพ เป็นต้น ส่วนค่าลดหย่อนเบี้ยประกันเดิมคือ ประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท และประกันสุขภาพ ไม่เกิน 25,000 บาท ซึ่งการลดหย่อนต้องอยู่ในวงเงินเดียวกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท แต่ที่กำลังพิจารณาคือ ไม่กำหนดเพดานของเบี้ยประกันสุขภาพ จะเป็นเท่าไหร่ก็ได้ แต่ต้องอยู่ในวงเงินเดียวกับประกันชีวิต คือไม่เกิน 100,000 บาท

คลังหวังฟื้นรายได้รัฐ 4 หมื่นล้าน

ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติระบุว่า กระทรวงการคลังจะปรับปรุงเพิ่มค่าลดหย่อนสำหรับมนุษย์เงินเดือน และปรับลดค่าลดหย่อนสำหรับผู้มีรายได้สูง เพื่อให้โครงสร้างภาษีเป็นธรรมยิ่งขึ้น

ขณะที่รายงานแผนการคลังระยะปานกลาง ระบุถึงการที่กระทรวงการคลัง มีแผนปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และพิจารณาความเหมาะสมของค่าลดหย่อนบางประเภท เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งจะทำให้ภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น 45,800 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการคลัง ที่มีผลต่อการจัดอันดับเครดิตของประเทศ

เผยรายการค่าลดหย่อน

ปัจจุบันรายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีหลายรายการ อาทิ ลดหย่อนส่วนบุคคล 60,000 บาท, ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา คนละ 30,000 บาท, อุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท

ส่วนที่เกี่ยวกับประกัน ได้แก่ เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท, เบี้ยประกันชีวิต ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท, เบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท, ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย หักได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

ขณะที่การออมและลงทุน (หักรวมกันทั้งหมดได้ไม่เกิน 500,000 บาท) ได้แก่ เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ หักได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท, เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างและไม่เกิน 500,000 บาท, เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ไม่เกิน 30,000 บาท, เงินสะสมกองทุน กบข. และกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน ไม่เกิน 500,000 บาท, กองทุน RMF หักได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท

ตลาดทุนลุ้นภาษี TISA หนุนหุ้นไทย

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า รัฐบาลได้พูดถึงโครงการ TISA ซึ่งถูกคาดหวังว่าจะเป็นข่าวดี แต่ยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อให้ทราบรูปแบบและรายละเอียดทั้งหมด โดยขณะนี้มีโมเดลเบื้องต้นออกมาแล้ว แต่ต้องรอการดำเนินการจากรัฐบาลต่อไป

“ยังไม่ทราบรายละเอียดครบ 100% แต่จากการพูดคุย ทุกฝ่ายล้วนเห็นความสำคัญของตลาดทุน และต้องการผลักดันให้สังคมไทยเข้าใจเรื่องการออมระยะยาวมากขึ้น จึงอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการขับเคลื่อน”

ก.ล.ต.เผยอยู่ในแผนมากว่า 2 ปี

ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า มาตรการ TISA ที่ดำเนินการร่วมกับกระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดรายละเอียดของโครงการ ยังไม่สามารถเปิดเผยสาระสำคัญได้

อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวอยู่ในแผนงานของ ก.ล.ต. ต่อเนื่องมากว่า 2 ปี และได้ผลักดันเข้าสู่คณะทำงานร่วมกับภาคเอกชน โดยเห็นว่า โครงสร้างการส่งเสริมการลงทุนระยะยาวของไทยถือเป็นจุดแข็ง โดยเฉพาะการมีเครื่องมือที่เป็นแรงจูงใจทางด้านภาษี (Tax Incentive) ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการคลัง

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปูรากฐานนโยบายระยะยาว โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงการคลังที่ต้องการสร้างพื้นฐานสนับสนุนการออมและการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาไทยมักเผชิญอุปสรรคด้านกฎหมายและความไม่แน่นอน ทำให้การวางระบบระยะยาวทำได้ยาก แต่รอบนี้เชื่อว่าจะสามารถเดินหน้าได้เร็ว”

สร้างวินัยออมระยะยาว

ด้าน ดร.พรอนงค์กล่าวว่า การคาดการณ์ผลลัพธ์ของ TISA เช่น เม็ดเงินที่จะไหลเข้าสู่ตลาดทุน เป็นต้น เป็นเรื่องที่ประเมินได้ยาก โดยเปรียบเทียบกับโครงการการขับเคลื่อนมาตรฐานด้านความยั่งยืน (ESG) ที่มักถูกตั้งคำถามเช่นเดียวกันว่า มีผลเชิงปริมาณมากน้อยเพียงใด ซึ่ง ESG เป็นกลไกที่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งฝั่งดีมานด์และซัพพลาย โดยผู้ลงทุนได้รับแรงจูงใจจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี ขณะที่บริษัทจดทะเบียนจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐาน เพื่อตอบโจทย์ ESG ซึ่ง TISA ก็น่าจะใช้หลักการเดียวกัน คือทำให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้ภาษี เพื่อสร้างการออมระยะยาว

“ต้นทุนภาษีเป็นสิ่งที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้การเสียภาษีมันได้ประโยชน์ด้วย เลยเกิดเป็นแนวคิดนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างวินัยการออมระยะยาวของประชาชน และทำให้การใช้ภาษีเกิดประโยชน์สูงสุด”