ดร.ก้องศักด ผู้ว่าการ กกท. เปิดใจทุกประเด็นร้อน ตั้งแต่เพลงชาติไม่ดัง ไฟสนามแหว่ง ไปจนถึงมาสคอตเปลี่ยนหลายรอบ ย้ำเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคและผลจากความไม่ต่อเนื่องของนโยบายรัฐ เผยงบฯจัดงานไทยมีเพียงกว่า 2,000 ล้าน น้อยกว่ากัมพูชาครั้งก่อนถึงพันล้าน ทำให้ต้องบริหารภายใต้ข้อจำกัดหนัก พร้อมแจงปัญหาเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาติดขัดเพราะชนิดกีฬาที่เพิ่มขึ้นและงบฯไม่พอ แต่มั่นใจซีเกมส์ครั้งนี้เดินหน้าได้หลังรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาทันเวลา
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ออกมาอธิบายทุกประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นก่อนและระหว่างการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จังหวัดชลบุรี หลังเกิดข้อวิจารณ์หนัก โดยเฉพาะเหตุการณ์เพลงชาติไม่ดังในฟุตบอลชายคู่เปิดสนาม เวียดนาม-ลาว จนนักเตะต้องร้องสดเอง สร้างเสียงวิพากษ์ในโลกออนไลน์ ผ่านรายการกรรมการข่าวคุยนอกจอ
ดร.ก้องศักดระบุว่า เหตุลำโพงไม่ทำงานเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของฝ่ายจัดการแข่งขัน ซึ่งสมาคมฟุตบอลฯ เป็นผู้รับผิดชอบ และได้ทำหนังสือขอโทษ สปป.ลาว และเวียดนามแล้ว ส่วนปัญหาไฟสนามแม้มีจุด “แหว่ง” บางส่วน แต่ยืนยันว่ามาตรฐานความสว่างเพียงพอและปรับปรุงแก้ไขแล้ว พร้อมสั่งเปลี่ยนภาพสปอนเซอร์ที่ติดใกล้คบเพลิงให้เป็นโลโก้ซีเกมส์และมาสคอตแทน “ผมเองก็ไม่ชอบภาพตรงนั้น และมันไม่จำเป็น เพราะสปอนเซอร์มีพื้นที่บนจอ LED อยู่แล้ว” เขากล่าว
ผู้ว่าการ กกท. ยอมรับว่าไทยประสบข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยงบฯจัดซีเกมส์อยู่ที่กว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่ากัมพูชาที่ใช้งบฯกว่า 3,000 ล้านบาทในการจัดครั้งก่อน ทำให้หลายด้านต้องประหยัดตามความจำเป็น และสะท้อนปัญหาความสนับสนุนวงการกีฬาจากภาครัฐที่ยังไม่เพียงพอ
ประเด็นข้อครหาเรื่องการคัดเลือกผู้รับจัดงาน ดร.ก้องศักดชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการลงนามสัญญากับเอกชนใด แต่มีการลงพื้นที่และนำเสนอคอนเซ็ปต์ร่วมกันจริง ทั้งนี้การเมืองที่เปลี่ยนบ่อยทำให้การตัดสินใจต่าง ๆ ผันผวนตามผู้กำหนดนโยบาย “พอการเมืองเปลี่ยน ทีมที่ชอบก็เปลี่ยน คอนเซ็ปต์ก็ต้องปรับตามผู้ตัดสินใจ” เขากล่าว พร้อมชี้ว่าปัญหาใหญ่ของการจัดงานคือความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ
ด้าน “เบี้ยเลี้ยงนักกีฬา” ผู้ว่าการ กกท. ระบุว่าเป็นปัญหาการสื่อสารระหว่างสมาคมกีฬาและนักกีฬา เพราะการจ่ายขึ้นอยู่กับการสรุปรายงานผลแต่ละรอบ และจากเดิมตั้งงบฯไว้สำหรับ 30 กีฬา แต่ภายหลังมีการเพิ่มชนิดกีฬาจนเป็นกว่า 50 ชนิด ทำให้ต้องใช้งบฯเพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านบาท แต่กองทุนกีฬายังไม่สามารถอนุมัติเพิ่มได้ ต้องรอพิจารณาในปี 2569 ส่งผลให้บางสมาคมได้เบี้ยเลี้ยงแล้ว บางส่วนยังไม่เรียบร้อย
ขณะเดียวกัน มาสคอตของซีเกมส์ยังถูกปรับเปลี่ยนหลายครั้งตามรัฐบาลในแต่ละช่วง จากปลากัด เดอะสาน 7 สี เดอะสานรูปแบบใหม่เป็นตัวธงชาติ สะท้อนความไม่ต่อเนื่องด้านนโยบายที่กระทบการเตรียมงาน
ดร.ก้องศักดย้ำว่ารัฐมนตรีและรัฐบาลชุดปัจจุบันช่วยผลักดันแก้ปัญหาหลายอย่างทันเวลา และยังเชื่อมั่นว่าการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้จะสามารถเดินหน้าได้อย่างเรียบร้อย แม้จะเจออุปสรรคและเสียงวิจารณ์จำนวนมากก็ตาม